X
    Categories: everYทดลองอ่านมีมของคุณดูดีกว่าตัวจริงอีกนะ

ทดลองอ่าน มีมของคุณดูดีกว่าตัวจริงอีกนะ เล่ม 1 บทที่ 1-3 #นิยายวาย

หน้าที่แล้ว1 of 3

ทดลองอ่านเรื่อง มีมของคุณดูดีกว่าตัวจริงอีกนะ เล่ม 1

ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว (毛球球)

แปลโดย : ซิ่งหลัน

ผลงานเรื่อง : 你的表情包比本人好看 (Ni De Biao Qing Bao Bi Ben Ren Hao Kan)

ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เอเวอร์วายในการเผยแพร่ผลงาน

จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว

หากผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

– – – – – – – – – – – – – – – – – 

Trigger Warning

นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน

ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ

   

นื้อหามีประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับบาดแผลทางใจในวัยเด็ก

ความรุนแรงในครอบครัว การทำร้ายทางร่างกายและจิตใจ

และอาการป่วยทางจิต ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางจิตใจ  

                 

สำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

** หมายเหตุยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **

– – – – – – – – – – – – – – – – –

บทที่ 1

พ่อหมั้นหมายให้ลูกแล้ว

 

“พ่อ…มะ…หมั้นหมายให้ลูกแล้ว”

คนปลายสายพูดตะกุกตะกักด้วยน้ำเสียงเมากรึ่ม

“หมั้นอะไร” กู้เว่ยขยี้ตา ฝืนความง่วงงุนกดเปิดหน้าจอโทรศัพท์ที่แสดงเวลาตีสี่ครึ่ง

คนที่อยู่อีกฝั่งของสายซึ่งเมามายไม่น้อยส่งเสียงเหอะๆ พูดอ้อแอ้ไม่ชัด “ลูกรัก พ่อเพิ่งหมั้นหมายให้ลูก บุพเพชั้นยอดแบบนี้ ต้องเป็นบุญที่ลูกสะสมมาหลายชาติอย่างแน่นอน”

กู้เว่ยเปิดผ้าม่านออกไปมองท้องฟ้าด้านนอกที่ยังมืดตึ๊ดตื๋อ รู้สึกว่า ‘หลายชาติ’ ที่อีกฝ่ายพูดถึงนั้นตัวเองคงทำเรื่องเลวร้ายมาไม่น้อย

ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างลักเล็กขโมยน้อย ไปจนถึงเรื่องใหญ่อย่างฆ่าคนวางเพลิง

ดึกดื่นขนาดนี้ หมั้นผีให้เขาหรือไง

“พ่อ…บอกผมมาตามตรงว่าวันนี้ดื่มไปเยอะแค่ไหนกัน”

เวลาตีสี่ครึ่ง แม้แต่ไก่ยังอยู่ในห้วงฝัน กู้เว่ยไม่อยากคุยเรื่องหมั้นหมายไร้สาระนี้กับขี้เมา

กู้ไฉ่พ่อของเขาเป็นนักเขียนบท เวลาเขียนบทจะเป็นเหมือนคนบ้าที่ไม่สนใจโลกภายนอก ตอนนี้มาถามไถ่กันได้คงเป็นเพราะเขียนเรื่องในมือเสร็จแล้ว ถึงนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังมีลูกชายอยู่คนหนึ่ง

“ไม่เยอะๆ” กู้ไฉ่พูดเหมือนลิ้นคับปาก “แค่เหล้าขาวสองขวดผสมเบียร์นิดหน่อย ลูกรัก พ่อดีใจเพราะในที่สุดก็หาคนมาดูแลลูกได้แล้ว เพื่อนร่วมงานของพ่อน่ะ ลูกรู้ไหมว่าลูกชายของเธอก็ไม่ชอบผู้หญิงเหมือนกับลูกเลย”

“พ่อ มีสติหน่อย” กู้เว่ยเด็ดดอกไม้ในแจกันตรงหัวเตียงจนหมดเกลี้ยง “ลูกชายของพ่อเป็นศิลปินโด่งดัง มีกระแสน่ะ เข้าใจไหม ถ้ามีความรักผมจะดับเลยนะ”

เขาเป็นนักเต้นหลักของวงบอยแบนด์ T.ATW ซึ่งกำลังมีกระแสโด่งดังระดับท็อป ตัวเขาเป็นไอดอลตัวเล็กๆ พอมีกระแสอยู่บ้าง แต่มีแอนตี้เยอะมาก

เขาอาศัยกระแสพวกนั้นในการหาเลี้ยงชีพ หากให้เขามีความรัก งั้นก็คง…

ร้ายแรงจนถึงขั้นเป็นการตัดเส้นทางทำมาหากิน

พ่อให้เขาหมั้น แบบนั้นจะมีอะไรแตกต่างจากการจบชีวิตตัวเอง

“ลูกมีแต่แอนตี้ หมดความนิยมตั้งแต่แรกแล้ว” พ่อของเขาไม่เห็นด้วย

“แต่แอนตี้ก็ติดตามผมเหมือนกัน ถึงจะไม่ได้ชื่นชอบกันก็เหอะ” ในฐานะที่เป็นไอดอลตัวเล็กๆ ซึ่งโด่งดังเพราะโดนด่า กู้เว่ยเข้าใจตัวเองดี “พ่อบอกความจริงมาว่าหมั้นผมกับใคร”

กู้เว่ยมีหลักฐานมากพอที่จะสงสัยว่าคู่หมั้นคนนี้ไม่มีอยู่จริง

“คลับคล้ายคลับคลาว่าจะชื่อสวินอะไรเนี่ยแหละ” กู้ไฉ่เมาจนนึกไม่ออก “ดูเหมือนจะเป็นเด็กที่ไม่ค่อยเอาการเอางานเท่าไร แม่ของเขาบอกว่าวันๆ เอาแต่เล่นเกม ไม่รู้จักหาความก้าวหน้า แต่เป็นคนดีนะ”

ตัวเขาเองก็สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ย้อมสีผม ก็ยังไม่ใช่เด็กไม่ดีเลยนี่

ตรรกะของขี้เมานี่ช่างน่าประทับใจจริงๆ

“รีบถอนหมั้นให้ผมเลย” กู้เว่ยปฏิเสธอย่างเด็ดขาด “ศิลปินดังอย่างพวกเราต้องไม่มีความรัก”

“ไว้พวกลูกค่อยแอดวีแชต* คุยกัน ความรักที่สวยงามกำลังโบกมือให้ลูกอยู่นะ~” เสียงของกู้ไฉ่ขาดหายเพราะสัญญาณของปลายสาย ทำให้กู้เว่ยไม่ได้ยินประโยคนี้

ตอนที่กู้เว่ยวางสายเป็นเวลาตีสี่สี่สิบนาที ความรักงดงามที่มาอย่างไม่คาดคิดนี้ทำให้เขานอนไม่หลับ

เกือบตีห้าแล้ว กู้เว่ยเปิดวีแชต เลื่อนหากรุ๊ปวีแชตของวงพวกเขาแล้วส่งข้อความอรุณสวัสดิ์

 

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย มอร์นิ่ง!

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย วันนี้ต้องมีพลังเต็มเปี่ยมนะ!

 

ขณะนั้นเวลายังไม่ถึงตีห้า ในกรุ๊ปเลยยังไม่มีคนตอบ

กู้เว่ยดื่มน้ำไปหนึ่งแก้ว จากนั้นก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่ควรตื่นเช้าขนาดนี้โดยเปล่าประโยชน์ เขาจึงเปิดโมเมนต์** วีแชต พิมพ์ประโยคอรุณสวัสดิ์พร้อมกับแนบมีม [ชนแก้ว.jpg] ที่ใช้ประจำในกรุ๊ปแชตของวง

พวกพี่ๆ ในวงหลายคนติดตามการแข่งขันของทีม TMW และเป็นแฟนคลับของเทพอีสปอร์ตเจียงสวิน แถมยังเคยรวมกลุ่มกันไปดูเจียงสวินแข่งขันมาแล้วอีกด้วย หลายคนเอาแต่ส่งสารพัดมีมของเจียงสวินเข้าไปในกลุ่มทั้งวันจนกู้เว่ยเก็บเอามีมมาใช้ตามไม่น้อย

คงเพราะเป็นโสดมานานมาก พอเห็นมีมก็รู้สึกว่าคนนี้ก็หล่อดี

กู้เว่ยดูการแข่งขันไม่เยอะ เคยตามพี่ๆ ในวงไปชมการแข่งเพียงสองสามครั้ง พูดได้แค่ว่ารู้จักแต่ไม่ถึงกับรู้เรื่องอะไรของเจียงสวินอย่างถ่องแท้ แต่เขาชอบมีมของเจียงสวินมาก ปกติเวลาแชตหรือโพสต์โมเมนต์จึงมักจะใช้เป็นประจำ

“หนอนที่ตื่นเช้าถูกนกจิกกิน ฮึ”

แนบด้วยรูป [เจียงสวินโกรธจัด.jpg]

จังหวะนั้นได้มีคนส่งข้อความเสียงส่วนตัวหาเขา “น้องชาย ตื่นเช้าขนาดนี้เลย?”

นี่คือฉืออวิ๋นไคซึ่งเป็นสมาชิกในวงที่ได้รับความนิยมน้อยเหมือนกัน

 

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย พ่อผมส่งบุพเพอาละวาดมาให้จนผมนอนไม่หลับ

เฝ้ารอเมฆสลายเจอขนมไหว้พระจันทร์ งั้นก็ไม่ต้องนอน พี่จะให้นายดูสิ่งเร้าใจ

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย สิ่งเร้าใจอะไร

 

ฉืออวิ๋นไคส่งภาพแคปหน้าจอคำค้นหายอดฮิตในเวยป๋อ*** มาให้

กู้เว่ยออกจากวีแชต กดเข้าเวยป๋อแล้วพบว่าเขากับฉืออวิ๋นไคสองคนกำลังเรียงหน้าติดอยู่ในคำค้นหายอดฮิตตามคาด

 

#เซ้นส์วาไรตี้ของกู้เว่ย# #ฉืออวิ๋นไคแย่งตำแหน่งเซ็นเตอร์#

 

นี่คือสิ่งที่เรียกว่าความเร้าใจ ช่างสมกับเป็นคู่พี่น้องร่วมตกทุกข์ได้ยากจริงๆ

กู้เว่ยเองก็เคยถูกด่าว่าแย่งตำแหน่งเซ็นเตอร์มาแล้ว เขาเลยไม่ได้ประหลาดใจอะไร จากนั้นจึงกดเข้าไปดูคำค้นหายอดฮิตของตัวเอง ซึ่งด้านบนสุดเป็นคลิปที่ตัดมาจากรายการวาไรตี้ ‘ร่วมพเนจร’ ที่เพิ่งออกอากาศ

นี่เป็นรายการวาไรตี้ที่กู้เว่ยถ่ายทำในระยะนี้

ในคลิปแสดงภาพแขกรับเชิญเจ็ดคนของทีมพเนจรที่มาถึงถนนในเมืองโบราณเจียงหนาน* โดยที่ไม่มีเงินติดตัวเลย และจำเป็นต้องทำภารกิจให้สำเร็จถึงจะได้รับอาหาร ซึ่งภารกิจที่กู้เว่ยได้รับคือต้องเรียนปักผ้าจากคุณยายคนหนึ่งในเมืองโบราณ

ทว่าเขาที่อยู่ในคลิปกลับคว่ำงานผ้าปักไว้บนโต๊ะ แล้ววิ่งออกจากห้องไปท่ามกลางสายตาประหลาดใจของหญิงชรา

คำบรรยายขึ้นเป็นภาพ [ยากจัง ร้องไห้.jpg]

หลังจากตอนล่าสุดของรายการวาไรตี้ออกอากาศ แอนตี้ของกู้เว่ยก็จับจุดนี้มาเล่นงานทันที ทั่วทั้งอินเตอร์เน็ตโจมตีว่าเขามารยาทแย่ ไม่เคารพคนชรา พวกชาวเน็ตขยันขันแข็งจนลืมความยากลำบากของการทำงานระบบ 996** ไปเลย พากันด่ากู้เว่ยตลอดทั้งคืนจนติดอยู่ในคำค้นหายอดฮิต

 

[ดูจากท่าทางของเขาแล้ว ตอนเด็กคงไม่เคยทำงานหรือเจอกับความลำบากอะไรเลยสิท่า ปักผ้ามันยากขนาดนั้นเลยเหรอ แค่ทำๆ ไปยังไม่ยอมเลย]

[ถุย เขาได้แต่เกาะกระแสของวง ช้าเร็วก็ต้องดับ!]

[เมื่อไร T.ATW จะแยกวง พี่ฟู่จื่อหัวหน้าวงของพวกเรามาเป็นศิลปินเดี่ยวเถอะ ไม่อยากเห็นคนไม่เอาถ่านอย่างกู้เว่ยมาทำให้พี่ชายของด้อมเราต้องเดือดร้อน]

 

ท่ามกลางเสียงก่นด่าของคนกลุ่มหนึ่ง ยังปะปนไปด้วยแฟนคลับหลายคนของด้อมกู้เว่ย

 

[ปัญหาของการถ่ายทำหรือเปล่า อาจมีสาเหตุบางอย่างก็ได้ ปกติเขาเป็นคนที่มีมารยาทมาก การตัดต่อแบบนี้ทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่าย น้องชายของด้อมเราเป็นคนอบอุ่นมาก พวกเธออย่าเข้าใจเขาผิดเลย]

[เจ้าเด็กน่ารักยังอายุไม่เต็มสิบเก้าดีเลย มีอีกหลายสิ่งที่เขายังไม่เข้าใจ พวกเราขอโทษนะ ทุกคนช่วยใจกว้างกับเว่ยเว่ยหน่อย]

 

แต่แฟนคลับกลุ่มเล็กๆ ที่มาพูดแทนกู้เว่ยเหล่านี้ก็ถูกชาวเน็ตซึ่งกำลังเดือดดาลตอกกลับจนไปไม่เป็นทันที

 

[ฉันเป็นคนนอกด้อม แต่การที่กู้เว่ยทำแบบนี้ทำให้ชอบไม่ลงจริงๆ แฟนคลับยอมโดนด่าซะดีๆ เลิกแก้ต่างให้เขาได้แล้ว แบบนั้นมีแต่จะยิ่งทำให้คนทั่วไปเกลียดรู้ไหม]

[จริง พูดตามตรง ไม่รู้ว่าตอนแรกทีมงานรายการร่วมพเนจรคิดยังไง เป็นเพราะถูกใจกระแสความนิยมกู้เว่ยเหรอ แต่กู้เว่ยไม่มีเซ้นส์วาไรตี้จริงๆ นะ]

 

คลิปดังกล่าวถูกโพสต์โดยแอ็กเคานต์เวยป๋อหนึ่งซึ่งมีผู้ติดตามจำนวนมาก ยอดรีโพสต์และคอมเมนต์เกินหนึ่งหมื่นครั้งจนทำให้เรื่องที่กู้เว่ยไม่มีเซ้นส์วาไรตี้ติดอยู่ในคำค้นหายอดฮิต

กู้เว่ยปิดหน้าเวยป๋อ เขาตื่นเต็มตาแล้วเลยลุกไปล้างหน้าแปรงฟัน คนในกระจกดวงตาแดงก่ำ เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นเพราะนอนหลับไม่เพียงพอ หลังจากชำระร่างกายเสร็จและสวมเสื้อผ้าเรียบร้อย กลับมาถึงข้างเตียงก็ได้รับโทรศัพท์จากพี่จ้าวผู้จัดการพอดี

“ตื่นแล้ว?” พี่จ้าวถาม “เห็นคำค้นหายอดฮิตหรือยัง”

“ตื่นแล้วครับ อรุณสวัสดิ์ครับพี่จ้าว” กู้เว่ยพูดเสียงขึ้นจมูกนิดหน่อย “ขอโทษครับ”

เด็กหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ไม่ได้มีอารมณ์ฉุนเฉียวอะไร ทำให้จ้าวหย่าระบายความโกรธที่สุมอยู่เต็มอกออกมาไม่ได้ “รถจอดอยู่ด้านล่างตึกหอพัก นายรีบลงไปเถอะ พอดีทางนั้นเลื่อนเวลาถ่ายหน้าปกนิตยสารเร็วขึ้นมาหนึ่งชั่วโมง เสี่ยวโจวรอนายอยู่บนรถแล้ว”

“รับทราบ ขอบคุณครับพี่จ้าว” กู้เว่ยส่องกระจก จัดทรงผมอย่างลวกๆ ก่อนจะสวมเสื้อคลุม จากนั้นวิ่งลงไปยังด้านล่างอาคาร

 

ณ สตูดิโอถ่ายนิตยสารที่อยู่ริมแม่น้ำ รถตู้คันหนึ่งจอดอยู่ด้านข้างอาคาร มีคนสวมแว่นกันแดดสองคนลงมาจากรถโดยมีบอดี้การ์ดเป็นขบวนตามอยู่ด้านหลังสองคนนี้

“พี่ วันนี้ไม่ต้องซ้อมเหรอ” เจียงอิ่งถอดแว่นกันแดดออก

เจียงสวินส่ายหน้า “ไม่ต้อง อาทิตย์ที่แล้วเพิ่งแข่งเสร็จ แล้วพรุ่งนี้ทีมจะไปเที่ยวพักผ่อนที่ยุโรปกันด้วย แต่วันนี้มีสัมภาษณ์พิเศษนักกีฬาอีสปอร์ตที่นี่”

เจียงสวิน กัปตันทีม TMW ทีมดังของการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ต ‘Rules’ ซึ่งเป็นเกมประเภท FPS* เขาพาทีมคว้าชัยมาได้มากมายในการแข่งขันลีกอาชีพ ด้วยวิธีการเล่นที่แยบยลและการออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด จึงถูกชาวเน็ตเรียกขานว่าเทพสวิน

สถานที่สัมภาษณ์ของเจียงสวินต้องเดินผ่านสตูดิโอถ่ายนิตยสาร ภายในสตูดิโอกำลังถ่ายภาพกันอยู่ เดิมทีเจียงสวินตั้งใจจะเดินอ้อมโดยไม่หันไปมอง แต่ปรากฏว่าได้ยินเจียงอิ่งน้องชายส่งเสียงจิ๊จ๊ะไม่พอใจขึ้นมาเสียก่อน

เจียงสวิน “?”

“สามนาฬิกา” เจียงอิ่งชี้ไปด้านหน้า “เห็นไหม นั่นน่ะคู่แข่งของผม ข่าวฉาวเยอะกว่าผมอีก”

เจียงสวินรู้ว่าเจียงอิ่งมีคู่แข่งอยู่คนหนึ่ง แต่ปกติเขายุ่งอยู่กับเรื่องของทีม ต่อให้ในวงการบันเทิงทะเลาะกันดุเดือดรุนแรงอย่างไร นั่นก็ไม่เกี่ยวข้องกับเขามากนัก แต่ในเมื่อวันนี้ได้เจอกันแล้ว เจียงสวินจึงมองไปตามทิศทางที่เจียงอิ่งชี้

ทว่าเพียงได้เห็น เจียงสวินก็หยุดฝีเท้าลง

‘คู่แข่ง’ คนนั้นที่น้องชายเรียกกำลังถ่ายภาพหน้าปกนิตยสารอีสปอร์ต อีกฝ่ายสวมชุดลายพราง ป้ายสีสองแถบบนใบหน้า เอนพิงอยู่กับรถหุ้มเกราะ พร้อมกับแบกปืนไรเฟิลปลอมเอาไว้บนบ่า กล้องถ่ายรูปประเภทต่างๆ ที่อยู่โดยรอบกะพริบแสงแฟลชใส่เขาไม่หยุด

ความประทับใจแรกของเจียงสวินคือศิลปินคนนี้ขนตายาวมาก จึงยิ่งขับเน้นเสน่ห์เย้ายวนของดวงตากลมโตสองชั้นให้เพิ่มมากขึ้น อีกฝ่ายดูดีมีเอกลักษณ์ รูปปากสวย มุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยทำให้ดูน่ารักน่าเอ็นอู

ศิลปินตัวน้อยมองกล้อง แบกปืนปลอมที่ดูเหมือนหนักมากเอาไว้ พยายามวางมาด ‘ดุดัน’ ตามที่ช่างกล้องร้องขอ

สำหรับเจียงสวิน ศิลปินตัวน้อยไม่ได้ดูแข็งกร้าวเลยแม้แต่นิดเดียว แต่กลับน่ารักมากกว่า

“นายประสบความสำเร็จแล้วนี่” เจียงสวินยกมุมปาก “เด็กน้อยที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะถึงกับเป็นคู่แข่งของนายได้ด้วย?”

“อายุสิบแปดปีเจ็ดเดือนแล้วรู้ไหม” เจียงอิ่งน้องชายขี้หงุดหงิดรู้สึกไม่พอใจ “เกิดหลังปีศูนย์ศูนย์เหมือนกัน เขาแค่หน้าเด็ก ดูเหมือนเรียบร้อย แต่ข่าวฉาวเยอะกว่าผมอีก”

เจียงสวินไม่ได้มีท่าทีชัดเจนอะไร

“เขาชื่ออะไร” จากนั้นเจียงสวินก็โพล่งถามออกมา

“กู้เว่ย กู้จากคำว่าหวนคิดถึง เว่ยจากคำว่าอนาคต” เจียงอิ่งตอบ “ผมไปถ่ายภาพแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าจะจัดให้ผมอยู่หลังคู่แข่ง”

เจียงสวินรู้สึกคุ้นเคยกับดวงตาของกู้เว่ยเหลือเกิน มันทำให้เขานึกถึงการแข่งขันในอดีตซึ่งนานมาแล้ว

เวลานั้นทีมของเขาเพิ่งคว้าชัยชนะติดต่อกันเจ็ดครั้ง เพื่อนร่วมทีมชี้ให้เขาดูคนคนหนึ่งตรงที่นั่งผู้ชม

‘เด็กคนนั้นมาดูหลายแมตช์แล้ว เอาแต่จ้องนายตลอดเลย คงเป็นแฟนคลับนายสินะ’

‘เด็กคนนั้น’ สวมหมวกและหน้ากากอนามัย ปกปิดตัวเองจนมิดชิด มีเพียงดวงตางดงามที่โผล่ออกมา เจียงสวินจ้องมองตรงที่นั่งผู้ชมอยู่นานมาก

เขาจดจำดวงตาคู่นั้นได้ไม่ลืมจนถึงปัจจุบัน

เจียงอิ่งเห็นพี่ชายไม่ขยับเขยื้อนอยู่พักใหญ่ก็ถอยกลับมา ชี้ไปยังกู้เว่ยพลางพูดสรุป “เพราะงั้นพี่ต้องจำใบหน้านี้เอาไว้ว่านี่คือคู่แข่งของเจียงอิ่ง น้องชายพี่ คู่แข่งคืออะไร หลังจากนี้ในวงการบันเทิง ถ้าไม่ใช่เขาตายก็คือผมม้วย”

เจียงสวินพยักหน้าคล้ายกับครุ่นคิด “งั้นนายม้วยเถอะ”

เจียงอิ่งตะลึงงัน ชี้ตัวเองด้วยใบหน้าที่ฉายความหวาดกลัว “ผมม้วย?”

ใครเป็นน้องชายของพี่กันแน่

“คงต้องทำให้นายน้อยใจแล้วแหละ” เจียงสวินพยักพเยิดคางไปทางกู้เว่ย “เหมือนเด็กน้อยคนนั้นจะเป็นแฟนคลับของพี่ พี่ต้องปกป้องแฟนคลับของตัวเองน่ะสิ”

* วีแชต (WeChat) คือหนึ่งในโซเชียลเน็ตเวิร์กยอดนิยมของประเทศจีน ผลิตโดยบริษัทเทนเซ็นต์

** โมเมนต์ คือฟีเจอร์หนึ่งในวีแชต เป็นการโพสต์รูปหรือข้อความเพื่อแชร์กับผู้ติดต่อของตน ลักษณะคล้ายกับไทม์ไลน์ของ Line

*** เวยป๋อ คือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างหนึ่งของจีน คล้ายกับ Facebook

* เจียงหนาน คือบริเวณพื้นที่ทางตอนใต้ของแม่น้ำแยงซีในประเทศจีน มีพื้นที่ครอบคลุมนครเซี่ยงไฮ้ ทางตอนใต้ของมณฑลเจียงซู ทางตอนใต้ของมณฑลอานฮุย ทางตอนเหนือของมณฑลเจียงซี และทางตอนเหนือของมณฑลเจ้อเจียง

** 996 คือแนวคิดในการทำงานที่จะทำงานตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม เป็นเวลา 6 วันต่อสัปดาห์

* First-Person Shooter (FPS) เป็นเกมยิงจากมุมมองของบุคคลที่หนึ่ง โดยผู้เล่นจะเห็นเกมผ่านสายตาของตัวละคร

บทที่ 2

เจ้าคนซื่อบื้อมีเงินเยอะแถมมีความคิดพิลึก

 

เจียงสวินให้สัมภาษณ์โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการที่ทีมของพวกเขาชนะการแข่งขันระดับโลกที่เพิ่งผ่านพ้นไป ซึ่งในการแข่งดังกล่าวนั้นทีมของพวกเขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคอย่างยากลำบากจนสามารถคว้าแชมป์นำเกียรติยศมาให้กับประเทศได้

หลังจากกลับมาประเทศก็มีการสัมภาษณ์เกี่ยวกับทีมไม่หยุดหย่อน

นิตยสารเจ้านี้อยากสัมภาษณ์พิเศษเจียงสวินสักครั้งมาโดยตลอด คราวนี้ต้องอาศัยเส้นสายจึงสามารถเชิญเจียงสวินมาได้สำเร็จ

“ต่อจากนี้เทพสวินมีแผนการอะไรคะ” คนของทางนิตยสารที่รับผิดชอบในการสัมภาษณ์เอ่ยถาม

“ทีมของพวกเรามีวันหยุดหนึ่งสัปดาห์เลยจะไปพักผ่อนกันที่เมืองเล็กๆ ในยุโรปเหนือ หลังกลับมาก็ต้องทุ่มเทฝึกซ้อมกันต่อ” เจียงสวินมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองอย่างแนบเนียน ใกล้จะหมดเวลาสัมภาษณ์แล้ว

“ไม่พักผ่อนให้มากหน่อยเหรอคะ”

“ไม่แล้วครับ” เจียงสวินพูดยิ้มๆ “การแข่งขันอีสปอร์ต เกียรติยศที่ปรากฏภายนอกมีแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ ผู้ชมอาจมองเห็นเพียงทักษะและวิธีการเล่นที่สวยงามชวนประทับใจในการแข่งขัน แต่มองไม่เห็นหยาดเหงื่อที่ต้องทุ่มเทอยู่เบื้องหลัง”

การสัมภาษณ์เข้าสู่ช่วงสุดท้าย

“ขอถามคำถามที่ค่อนข้างส่วนตัวหน่อยได้ไหมคะ” นักข่าวของนิตยสารซึ่งรับหน้าที่สัมภาษณ์เจียงสวินชำเลืองมองเนื้อหาสัมภาษณ์ที่หัวหน้าบรรณาธิการเพิ่งส่งมาให้ตนเองด้วยความตึงเครียด ก่อนเอ่ยถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก

“คุณพูดมาเลยครับ” เจียงสวินบอกให้เธอถาม

“เราเคยได้ยินข่าวลือมาว่าที่บ้านของคุณ…” นักข่าวเอ่ย

“เป็นความจริงครับ” เจียงสวินพูดอย่างเปิดเผย “นี่ไม่ถือว่าเป็นความลับอะไร ดาราดังคนนั้นที่เตรียมถ่ายปกนิตยสารอยู่ทางด้านนอก ผมหมายถึงคนที่ขี้โมโหคนนั้นคือเจียงอิ่งน้องชายผมเอง ผมพูดแบบนี้ คุณน่าจะเข้าใจแล้ว”

เขามีท่าทางสบายมาก กลับเป็นนักข่าวเสียเองที่ตื่นเต้น “งั้นฉันจะใส่เอาไว้เป็นเซอร์ไพรส์ในบทสัมภาษณ์นะคะ”

“ตามสบายเลยครับ” เจียงสวินยกยิ้มมุมปาก ทำให้นักข่าวสาวที่อยู่ตรงข้ามหน้าแดงเรื่อ

นักกีฬาอีสปอร์ตเจียงสวินมีรูปร่างหน้าตาซึ่งเรียกได้ว่าไม่มีที่ติ ด้วยส่วนสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ดเซนติเมตร สัดส่วนสมบูรณ์แบบ ใบหน้าหล่อเหลา เห็นได้ชัดเจนจากยีนของคนที่บ้าน ยังไงก็ไม่มีทางหน้าตาแย่อย่างแน่นอน

นักข่าวมองข้อมูลในมือด้วยความตื่นเต้นดีใจ

เจียงสวินราวกับตำนาน ซึ่งความเป็นตำนานนี้ไม่ได้จำกัดเพียงแค่ฐานะในวงการอีสปอร์ตของเขาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงครอบครัวเขาด้วย เจียงเจิงพ่อของเขาคือราชาภาพยนตร์ ส่วนแม่ของเขาคือซ่งจิ้งซี นักเขียนบทชื่อดัง

คนคนหนึ่งที่เดิมทีควรมีชื่อเสียงโด่งดังในวงการบันเทิง กลับเลือกเส้นทางที่เดินได้ยากยิ่งกว่า ทว่ายังคงประสบความสำเร็จได้

“ขอบคุณมากค่ะที่ให้โอกาสพวกเราได้สัมภาษณ์คุณ” นักข่าวพูดขอบคุณด้วยใบหน้าแดงเรื่อ

“ไม่ต้องเกรงใจครับ” เจียงสวินถาม “ทำไมครั้งนี้ถึงมีคนถ่ายปกสองคน ตั้งใจให้เป็นปกคู่เหรอครับ”

“ไม่ใช่ครับ” หัวหน้าได้ยินคำถามของเขาจึงอธิบาย “เจียงอิ่งขึ้นหน้าปกฉบับนี้ของคุณ ส่วนของกู้เว่ยเป็นฉบับถัดไปครับ”

ตอนที่เจียงสวินออกมา เหมือนว่ากู้เว่ยจะกลับไปแล้ว ภายในสตูดิโอมีเพียงเจียงอิ่งที่กำลังถ่ายภาพอยู่ เขาโบกมือให้เจียงอิ่งแล้วแยกตัวจากไปก่อน

 

เมื่อกู้เว่ยกลับมาถึงหอพัก ผู้จัดการก็โทรเข้ามาพอดี

“พี่จ้าว มีอะไรเหรอครับ” กู้เว่ยกดรับสาย

“บริษัทจ่ายเงินถอนคำค้นหายอดฮิตของนายออกแล้ว พี่มาบอกนายไว้น่ะ” พี่จ้าวพูดด้วยท่าทีเป็นงานเป็นการ “อย่าลืมว่าพรุ่งนี้ต้องไปสนามบิน รายการ ‘ร่วมพเนจร’ จะเริ่มถ่ายทำอีพีที่ห้าแล้ว แต่มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่กะทันหันเป็นเมืองเล็กๆ ทางยุโรปเหนือ นายทำตัวให้ดีๆ หน่อย ไม่มีเซ้นส์วาไรตี้ก็ไม่ต้องกังวล แต่อย่าให้มีเหตุการณ์เรียกแอนตี้เหมือนคราวที่แล้วเกิดขึ้นอีก”

“ไม่มีแล้วครับ” กู้เว่ยฟังแล้วรับปาก

พี่จ้าวพูดอย่างรวดเร็ว “อืม ช่วงนี้นายระวังหน่อย อย่าให้ขึ้นคำค้นหายอดฮิตอีก เดือนนี้บริษัทจะไม่ช่วยนายถอนคำค้นหาอีกแล้ว ถ้าเกิดเรื่องอะไรต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเอง”

“เข้าใจแล้วครับพี่จ้าว” กู้เว่ยรับปากเป็นอย่างดี “รับรองว่าจะไม่ก่อเรื่อง เทปนี้ไม่ขึ้นคำค้นหาแล้วครับ”

ผู้จัดการวางสาย ในหูโทรศัพท์มีเสียงตู๊ดต่อเนื่องดังลอดออกมา

กู้เว่ยยังมีความกังวลอยู่บ้างจึงกดเปิดเวยป๋อ

คำค้นหายอดฮิตเมื่อตอนเช้าถูกถอนออกไปแล้วจริงๆ คำก่นด่าค่อยๆ สงบลง

เขากดเปิดเวยป๋อของเจียงอิ่งผู้เป็นคู่แข่งอย่างระมัดระวัง มันเริ่มตั้งแต่ปีที่แล้วที่บริษัทคว้างานพรีเซ็นเตอร์ที่เจียงอิ่งถูกใจมาให้ตัวเขา นับแต่นั้นอีกฝ่ายก็มองเขาเป็นคู่แข่งอย่างจริงจังมาตลอด

ทุกครั้งที่ทั้งสองคนร่วมเฟรมเดียวกัน แฟนคลับเป็นอันต้องทะเลาะกัน ครั้งนี้ทางนิตยสารจัดให้เขาถ่ายรูปก่อนเจียงอิ่งทำให้อีกฝ่ายต้องรออยู่พักหนึ่ง กู้เว่ยเลยอยากรู้มากว่าเจียงอิ่งจะเหน็บแนมเพราะเรื่องนี้ไหม

ทว่ากลับไม่มี

โพสต์ล่าสุดในเวยป๋อของพี่ชายขี้โมโหคนนี้คือภาพเซลฟี่เมื่อสามวันก่อน ทุกอย่างเงียบสงบ ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

คิดไม่ถึงว่าครั้งนี้คุณคู่แข่งเจียงอิ่งที่ฉุนเฉียวง่ายมาตลอดจะเก็บความคับอกคับใจนี้เอาไว้ได้

 

เจียงอิ่งกำลังฟ้องแม่ของเขาอยู่ที่วิลล่าหลังเล็กของตระกูลเจียงในเมือง H

“แม่รู้ไหมว่าคู่แข่งคืออะไร” เจียงอิ่งสีหน้าฮึกเหิม “เรียกว่าคู่แข่งก็คือมีผมไม่มีเขา มีเขาต้องไม่มีผม แย่งลำดับตำแหน่ง แย่งพรีเซ็นเตอร์ พวกทรัพยากรก็ต้องแย่ง จะพ่ายแพ้ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ใช่ว่าผมใจแคบ แล้วก็ไม่ใช่ผมกลัวว่าจะดังสู้เขาไม่ได้ แต่นี่คือศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย แถมพี่ยังเห็นคนอื่นดีกว่า บอกว่าต้องการปกป้องแฟนคลับ ไม่ให้ผมโพสต์เวยป๋อ”

“แค่เรื่องเล็กน้อยแบบนั้นนายก็เอาแต่โพสต์เวยป๋อ นายลองบอกมาซิว่าตั้งแต่มีชื่อเสียงมา นายผิดใจกับคนอื่นไปมากแค่ไหนแล้ว พอนายโพสต์อะไรไปที่บ้านก็ต้องคอยลบคำค้นหายอดฮิตออกให้ ข่าวฉาวเป็นกองพวกนี้มาจากนิสัยขี้โมโหของนายทั้งนั้น” เจียงสวินพูด “เวลาออกไปข้างนอกอย่าได้บอกเชียวนะว่าเป็นลูกชายของราชาภาพยนตร์เจียงเจิง”

ซ่งจิ้งซีปวดหัวกับเสียงโวยวาย “ป้าจางทำปูทะเลนึ่งวางไว้บนโต๊ะ ไปกินกันเอง”

เจียงอิ่งวิ่งออกไปแล้ว ในที่สุดห้องรับแขกก็สงบลง เหลือเพียงเจียงสวินกับแม่ของเขา ซ่งจิ้งซี

“ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง” ซ่งจิ้งซีเริ่มถามสถานการณ์ของเจียงสวิน

“ดีมาก” เจียงสวินได้ยินคำถามนี้มาเยอะแล้วจึงตอบได้คล่องปรื๋อ “ทีมอยู่ในช่วงขาขึ้น เพิ่งคว้าแชมป์โลกมาได้ด้วย”

“ใครถามเรื่องเกมกัน” ซ่งจิ้งซีปวดหัว “ความรักล่ะ มีคนที่ชอบหรือยัง”

“ไม่มีหรอกแม่” เจียงสวินผายมือออก “ได้แต่มองพวกคนในทีมทั้งวัน แต่ก็ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไร จะเอาเวลาที่ไหนไปหาคนที่ชอบ”

“รู้อยู่แล้วว่าลูกต้องพูดแบบนี้” ซ่งจิ้งซีตำหนิเขา “แม่หาให้ลูกแล้วกัน คนที่เรียบร้อย เหมาะสมเข้ากันได้”

“ไม่ต้องเลย” เจียงสวินรีบปฏิเสธ “แม่ก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าผมไม่…”

“ไม่ได้ชอบผู้หญิง เรื่องแค่นี้เอง” ซ่งจิ้งซีอยู่ในวงการบันเทิงมานาน พบเจออุปสรรคและการเปลี่ยนแปลงมากมาย “แม่รู้ ไม่เป็นอะไรเลย แม่ฟังที่พวกเขาพูดกันว่าสำหรับกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศแบบลูกแล้วยิ่งต้องรีบวางแผนให้เร็วหน่อย แม่รู้จักลูกของคนเขียนบทคนหนึ่งเป็นเด็กเรียบร้อยมาก แม่เคยเจอครั้งหนึ่ง หน้าตาดีด้วย ฟังจากที่พ่อเขาเล่า เขามีรสนิยมทางเพศเหมือนลูก”

“ผม…” เจียงสวินอยากบอกมากว่าถึงจะชอบเพศเดียวกันแต่ไม่ใช่ว่าจะหาใครก็ได้มาส่งเดช

ซ่งจิ้งซีแย่งเขาพูด “ลูกอย่าเพิ่งแย้ง แม่เอาวีแชตของเด็กคนนี้ให้ลูก ลูกแอดแล้วลองคุยดูก่อน ถ้าเข้ากันได้ แม่จะหมั้นให้พวกลูก ส่วนเรื่องแต่งงานไม่รีบร้อน ตัดสินใจแน่นอนแล้วค่อยว่ากัน”

ตอนนั้นเจียงอิ่งยังกินปูตัวหนึ่งไม่หมดเลย แต่เจียงสวินเริ่มคิดถึงเขาแล้ว

เจียงสวินบอกปัดไม่ได้ จึงกดเซฟคิวอาร์โค้ดวีแชตของ ‘เด็กเรียบร้อย’ มาจากแม่

‘รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย’ ชื่อนี้เห็นแล้วพิเศษมาก

“อย่าลืมแอดล่ะ” ซ่งจิ้งซีกำชับ “พ่อของเขาบอกกับเจ้าตัวไว้แล้ว เขารู้ว่าลูกจะแอดไป พวกลูกสองคนลองคุยกันดูก่อนนะ”

“เข้าใจแล้วครับ” เจียงสวินปวดหัว

“อ้อ จริงสิ” ซ่งจิ้งซีนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้จึงพูดออกมาอย่างมีเลศนัย “มา ให้ดูรูปก่อน ลูกจะได้ติดตา”

เจียงสวินหมดคำจะพูด “นี่ผมหิวกระหายจนถึงขนาดต้องดูรูป…”

เขาหยุดพูดฉับพลันเมื่อกดเปิดรูปที่ซ่งจิ้งซีส่งมา

เด็กเรียบร้อยที่ว่าคือกู้เว่ย เด็กน้อยที่เขาเพิ่งเจอเมื่อตอนกลางวัน และดูเหมือนเด็กคนนี้จะเป็นแฟนคลับเขาด้วย

บังเอิญจัง

รูปนั้นเป็นรูปกู้เว่ยสวมเสื้อเชิ้ตลำลองสีขาว ไม่ได้แต่งหน้า ดูสดใสสะอาดสะอ้านภายใต้แสงแดด เหมือนว่ารูปนี้จะเป็นการถ่ายแบบสแน็ปชอต* เพราะระหว่างที่คนในรูปขยับเคลื่อนไหวยังเผยความเกียจคร้านที่ไม่ทันได้เก็บซ่อนมาด้วย ภายในดวงตาของกู้เว่ยเจือความประหลาดใจเล็กน้อย

เจียงสวินนิ่งเงียบ

ซ่งจิ้งซีพูดถูก กู้เว่ยที่เป็นแบบนี้ทำให้ตราตรึงใจได้จริงๆ

 

กู้เว่ยนักเต้นหลักของวงถูกแร็พเปอร์ของวงอย่างฉืออวิ๋นไคดึงตัวไปกระซิบกระซาบในห้องน้ำของหอพัก

“มีเรื่องอะไร” กู้เว่ยถาม “ทำไมต้องทำลับๆ ล่อๆ แบบนี้”

“พี่รู้สึกว่าไม่ช้าก็เร็วพวกเราสองคนต้องหมดกระแสแน่นอน”

กู้เว่ย “???”

พูดอะไรกันเนี่ย

“แค่ขึ้นคำค้นหายอดฮิตเท่านั้นเอง ผมถูกด่าจนชินแล้ว พี่ไม่ต้องใส่ใจมากนักหรอก” กู้เว่ยพยายามปลอบเพื่อนร่วมวง

“นายอย่าเพิ่งใจร้อน” ฉืออวิ๋นไคกดเสียงต่ำลง “ไม่ใช่ปัญหาเรื่องคำค้นหายอดฮิต แต่พี่ค้นพบทักษะใหม่ในการหาเงิน”

“ช่วงนี้สปอนเซอร์ของพี่ไม่ได้ให้เงินพี่เหรอ” กู้เว่ยกดเสียงเบาเช่นกัน

“อย่าพูดถึงสปอนเซอร์เลย” ฉืออวิ๋นไคพูด “พึ่งพาตัวเองดีกว่า พี่เปิดร้านออนไลน์”

กู้เว่ยถามต่อ “ขายอะไร”

“ขายการบริการ รับจ้างเล่นเกม ทำภารกิจประจำวันแทน เพื่อนสมัยเรียนของพี่คนหนึ่งตั้งทีมรับจ้าง เลยบอกให้พี่ช่วยดึงลูกค้า” ฉืออวิ๋นไคกล่าว “มา พี่จะอธิบายรายละเอียดให้นายฟัง”

ทว่ายังไม่ทันได้เล่ารายละเอียด ฉืออวิ๋นไคก็ถูกผู้จัดการโทรตาม

ก่อนไปฉืออวิ๋นไคยังทิ้งภารกิจยิ่งใหญ่ยากลำบากไว้ให้กู้เว่ย

ฉืออวิ๋นไคบอกว่า “ตอนนี้พี่ต้องไปถ่ายรายการแล้ว เดี๋ยวถ้ามีลูกค้ารายใหญ่มา พี่จะให้เขาแอดนายโดยตรง นายช่วยแนะนำธุรกิจกับเขาแทนพี่ด้วย”

กู้เว่ยเอ่ยทวน “ลูกค้ารายใหญ่?”

“ใช่ เป็นเด็กประถม ซื่อบื้อ มีเงินเยอะ แถมความคิดพิลึก รูปโพรไฟล์กับชื่อวีแชตค่อนข้างปัญญาอ่อน แค่เห็นนายก็รู้แล้วว่าเป็นเขา”

ฉืออวิ๋นไคพูดต่ออีกว่า “นายก็พูดสุภาพมีมารยาทกับลูกค้ารายใหญ่หน่อยนะ”

“…”

“ถ้าเขาไม่เข้าใจแพ็กเกจของเราตรงไหน นายก็อธิบายกับเขาเยอะหน่อย เนื้อหาอยู่ในโน้ตหมดแล้ว นายต้องช่วยพี่รับลูกค้ารายแรกของร้านเอาไว้ให้ได้ จะเริ่มต้นกิจการได้สำเร็จหรือเปล่าขึ้นอยู่กับนายแล้ว”

กู้เว่ยเอ่ยรับ “อะ…โอเค”

ด้วยความที่เป็นสมาชิกในวงเดียวกัน ถึงแม้จะไม่รู้ว่าทำไมแร็พเปอร์ของวงตัวเองต้องรับจ้างเล่นเกมเป็นงานเสริม แต่ยังไงกู้เว่ยก็ต้องช่วยเหลือ

ฉืออวิ๋นไคไปทำงานแล้ว กู้เว่ยเปิดคลิปออกแบบท่าเต้น จนกระทั่งดูคลิปจบก็ยังไม่มีวี่แววของลูกค้ารายใหญ่

เขาอาบน้ำเสร็จก็เติมน้ำให้ตัวเองแก้วหนึ่ง กินยาแล้วกำลังสะลึมสะลือ จู่ๆ หน้าจอโทรศัพท์ก็สว่างขึ้น

 

[แสนโวลต์ ขอเป็นเพื่อนกับคุณ]

 

รูปโพรไฟล์เป็นตัวปิกะจู แต่ไม่มีข้อมูลยืนยันอย่างอื่นอีก

กู้เว่ยตาเป็นประกาย ปลุกความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าในตัวขึ้นมา

มาแล้ว แค่เห็นก็รู้ว่าเป็นเด็กประถมลูกค้ารายใหญ่ของฉืออวิ๋นไค

ซื่อบื้อ มีเงินเยอะ แถมความคิดพิลึก

 

* สแน็ปชอต (Snapshot) คือการถ่ายภาพแบบฉับพลัน ไม่ได้จงใจมาก ถ่ายทีเผลอหรือจังหวะที่เป็นธรรมชาติ

บทที่ 3

นายกำลังหาสปอนเซอร์เหรอ

 

ต้องปฏิบัติต่อลูกค้าด้วยความอดทนและตามใจเป็นอย่างมาก

กู้เว่ยปรับน้ำเสียงของตัวเองในความคิด ทักทายลูกค้ารายใหญ่ด้วยวิธีที่คิดเอาเองว่าให้ความสนิทสนมเป็นมิตร

 

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย ที่รัก คือคุณใช่ไหม

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย [น่ารัก.jpg]

แสนโวลต์ ???

 

กู้เว่ย “…”

ลูกค้ารายใหญ่ตอบกลับเขาทันทีด้วยเครื่องหมายคำถามสามตัว

สมแล้วที่เป็นเด็กประถมลูกค้ารายใหญ่ ช่างเย็นชาเสียจริง แค่พูดทักทายอย่างอบอุ่นยังรับไม่ได้

 

แสนโวลต์ นายรู้ไหมว่าฉันคือใคร

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย รู้สิ ตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้คุณแอดผม ผมรอตั้งนาน พวกเขาไม่ได้บอกคุณเหรอ

แสนโวลต์ …บอกแล้ว

 

เจียงสวินนั่งอยู่บนโซฟา มือที่จับโทรศัพท์สั่นเล็กน้อย

ไม่ได้ผิดคนนี่นา แต่ท่าทีของกู้เว่ยนี้มันยังไงกัน

 

อีกฝั่งหนึ่ง กู้เว่ยตัดสินใจพูดตรงเข้าประเด็นไม่อ้อมค้อม

 

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย พูดตรงๆ เลยนะ เจ้านาย คุณตั้งใจจะให้เท่าไร

แสนโวลต์ หมายความว่ายังไง

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย คุณรู้ว่าผมทำอะไรใช่ไหม คุณไม่ได้หาเป็นครั้งแรกด้วย

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย พวกเรื่องทั่วไปคุณน่าจะเข้าใจทั้งหมดแล้ว ผมไม่พูดละเอียดแล้วกัน ทางคุณตั้งใจว่าจะเหมานานแค่ไหน ลองเป็นประสบการณ์สักอาทิตย์หนึ่งก่อน หรือจะเหมาเป็นรายเดือน รายปีเลย?

แสนโวลต์ เหมาอะไร

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย ผมไง

แสนโวลต์ ฉัน เหมานาย?

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย ใช่แล้ว

 

ไม่อย่างนั้นคุณยังมีร้านอื่นอีกหรือไง?

ยังคิดจะหาคนรับจ้างเล่นเกมจากร้านอื่น?

เลิกคิดไปได้เลย

กู้เว่ยจ้องหน้าจอ ยิ้มด้วยความมั่นใจ เขาคุยเก่ง ต้องช่วยฉืออวิ๋นไคเริ่มต้นกิจการร้านค้าออนไลน์นี้ได้สำเร็จอย่างแน่นอน

 

ในวิลล่าตระกูลเจียง เจียงสวินมองแชตบนมือถืออย่างตกตะลึง

กู้เว่ยทำอะไรกัน

กู้เว่ย นักเต้นหลักของ T.ATW วงบอยแบนด์ระดับท็อป นอกจากงานหลักแล้วยังทำอะไรอีก

เรียกเขาว่าที่รัก เรียกเขาว่าเจ้านาย ยังถามเขาอีกด้วยว่าจะเหมานานแค่ไหน

หรือว่า…

‘เด็กเรียบร้อย’ กำลังหาสปอนเซอร์เหรอ

เจียงสวินไม่ใช่คนอ้อมค้อมจึงถามออกมาเลย

 

แสนโวลต์ นายให้ฉันเป็นสปอนเซอร์เหรอ

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย หรือว่าคุณไม่ใช่ล่ะ

 

นักเรียนประถม = ลูกค้ารายใหญ่

ลูกค้ารายใหญ่ = เจ้านาย

เจ้านาย = สปอนเซอร์

ดังนั้นพูดได้ว่าคุณคนนี้เป็นสปอนเซอร์ ในเชิงตรรกะแล้วไม่ถือว่ามีปัญหา

เพื่อให้รางวัลกับสปิริตในการทำงานอย่างเหนือชั้นของตัวเอง กู้เว่ยเลยอนุญาตให้พรุ่งนี้ตัวเองดื่มชานมได้แก้วหนึ่ง แค่แก้วเดียวแถมยังไม่เติมน้ำตาลด้วย

เจียงสวินกดเข้าไปดูโมเมนต์ของกู้เว่ยจากบัญชีวีแชต แล้วก็เห็นโพสต์เมื่อตอนเช้าตรู่ของกู้เว่ยทันที

“หนอนที่ตื่นเช้าถูกนกจิกกิน ฮึ”

แนบด้วยรูป [เจียงสวินโกรธจัด.jpg]

เจียงสวินเห็นมีมของตัวเอง

นี่เป็นภาพช่วงก่อนหน้านี้ที่เขาด่าคนตอนออกคำสั่งในการแข่งขันระดับโลกแล้วถูกผู้ชมในงานถ่ายเอาไว้ได้ จากนั้นเอามาทำเป็นมีมด่าคน ตอนนั้นยังขึ้นคำค้นหายอดฮิตในเวยป๋อด้วย

นอกจากนี้ในโมเมนต์วีแชตของกู้เว่ยยังมีภาพที่ถ่ายเอาไว้ตอนไปดูการแข่งขันเยอะมาก ซึ่งหลายคนที่อยู่ด้านข้างเหมือนจะเป็นสมาชิกในวงเดียวกันกับเขา

ถึงแม้ว่า ‘เด็กเรียบร้อย’ จะดื้อ แต่เหมือนจะเป็นแฟนคลับของเจียงสวินจริงๆ

ไม่คิดเลยว่าเด็กที่ดูเรียบร้อยมากกำลังหาสปอนเซอร์อยู่ แล้วยังเหมือนชำนาญอีกต่างหาก กระทั่งชื่อวีแชตยังตั้งว่าให้คนโอนเงินให้

การหาคนเลี้ยงดูไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง ดูท่าแฟนคลับตัวน้อยคนนี้จะขาดการอบรมไปหน่อย

เจียงสวินเปลี่ยนกลับมาที่หน้าแชต

 

แสนโวลต์ บอกความจริงมาว่านายทำแบบนี้นานแค่ไหนแล้ว

 

รับจ้างเล่นเกมต้องซักประวัติด้วยเหรอ เด็กประถมสมัยนี้เอาใจยากขนาดนี้?

กู้เว่ยตัดสินใจตอบกลับ

ต้องการประวัติใช่ไหม เดี๋ยวจะโม้แหลกเลย

ต้องการประสบการณ์ใช่ไหม เดี๋ยวจะคุยโวเต็มที่

 

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย หลายปีแล้ว คุณวางใจได้ ไม่ทำให้คุณผิดหวังเรื่องงานแน่นอน

แสนโวลต์ นาย…ขาดเงินมากเลยเหรอ

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย ขาดสิ ขาดมากเลย ถ้าไม่ใช่เพราะว่าขาดเงิน ใครจะมาทำอาชีพนี้ให้เสียสุขภาพกัน

 

“พี่กำลังคุยกับใคร” เจียงอิ่งถือลูกมะพร้าวมา ปากก็คาบหลอดเอาไว้ เห็นเจียงสวินนั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขกจึงเอ่ยทัก

“เด็กแสบคนหนึ่งที่ดูเหมือนเรียบร้อยมากแต่ความจริงเกเรขาดการอบรม” เจียงสวินไม่ได้ละสายตาออกจากหน้าจอมือถือเลยแม้แต่นิด

“ดึกดื่นไม่หลับไม่นอน มาแกล้งใครเนี่ย” เจียงอิ่งหมุนตัวเดินออกไปอย่างงุนงง “พี่เข้านอนเร็วหน่อยเถอะ ต้องบินไปยุโรปพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ ผมไปนอนแล้วนะ พรุ่งนี้ต้องถ่ายละครตั้งแต่เช้า”

“รู้แล้ว นายก็พักผ่อนเร็วหน่อย” เจียงสวินหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะกลางขึ้นมาดื่มน้ำก่อนจะแชตต่อ

 

แสนโวลต์ นายก็รู้เหมือนกันนี่ว่าเป็นการทำลายสุขภาพ นายรับลูกค้ามากี่คนแล้ว

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย เยอะมาก อย่างน้อยต้องมีเกือบร้อยล่ะมั้ง

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย [ขยัน.jpg]

 

เจียงสวินสำลักน้ำลายจนไอไม่หยุด

เกือบร้อย…มองไม่ออกเลยแฮะ

ปีนี้กู้เว่ยเพิ่งอายุเท่าไรเอง

 

กู้เว่ยรออยู่นานมาก จนในที่สุดโทรศัพท์ก็สั่นครืดเนื่องจากได้รับข้อความใหม่จากวีแชต

 

แสนโวลต์ พวกเขาเป็นสัตว์เดรัจฉาน

  

โปรดติดตามตอนต่อไป

หน้าที่แล้ว1 of 3

Comments

comments

No tags for this post.
Jamsai Editor: