X
    Categories: everYทดลองอ่านมีมของคุณดูดีกว่าตัวจริงอีกนะ

ทดลองอ่าน มีมของคุณดูดีกว่าตัวจริงอีกนะ เล่ม 1 บทที่ 7-9 #นิยายวาย

หน้าที่แล้ว1 of 3

ทดลองอ่านเรื่อง มีมของคุณดูดีกว่าตัวจริงอีกนะ เล่ม 1

ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว (毛球球)

แปลโดย : ซิ่งหลัน

ผลงานเรื่อง : 你的表情包比本人好看 (Ni De Biao Qing Bao Bi Ben Ren Hao Kan)

ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เอเวอร์วายในการเผยแพร่ผลงาน

จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว

หากผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

– – – – – – – – – – – – – – – – – 

Trigger Warning

นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน

ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ

   

นื้อหามีประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับบาดแผลทางใจในวัยเด็ก

ความรุนแรงในครอบครัว การทำร้ายทางร่างกายและจิตใจ

และอาการป่วยทางจิต ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางจิตใจ  

                 

สำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

** หมายเหตุยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **

– – – – – – – – – – – – – – – – –

บทที่ 7

ตกลงเรียกใครว่าที่รัก

 

กู้เว่ยได้รับข้อมูลเยอะเกินไปภายในเวลาอันสั้น เขาตกใจจนทำเมล็ดแตงโมกับถั่วลิสงที่กำอยู่ในมือร่วงตกลงพื้น

“ดูเจ้าเด็กคนนี้ตื่นเต้นเข้าสิ” ลั่วเฉินเซวียนพูด “ทิ้งไว้งั้นแหละ ไว้พี่เก็บให้นายเอง”

กู้เว่ยจ้องสามข้อความในวีแชต ลังเลเล็กน้อย แล้วเลือกตอบฉืออวิ๋นไคก่อน

 

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย ความหมายของพี่คือเด็กประถมไม่ได้แอดผม?

เฝ้ารอเมฆสลายเจอขนมไหว้พระจันทร์ ใช่ น่าจะไม่ได้แอดนะ รูปโพรไฟล์ของเขาคือกระถางกระบองเพชร พี่ขอนึกชื่อก่อน

เฝ้ารอเมฆสลายเจอขนมไหว้พระจันทร์ นึกออกแล้ว ชื่อว่า ‘เวลาผ่านไปแล้วไม่ย้อนกลับ’

เฝ้ารอเมฆสลายเจอขนมไหว้พระจันทร์ [คิวอาร์โค้ด]

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย

 

กู้เว่ย “…”

แม้แต่คนใจเย็นอย่างกู้เว่ย ตอนนี้ก็ยังโกรธจัดขึ้นมาเสียแล้ว

ฉืออวิ๋นไคเรียกกระถางกระบองเพชรว่าเป็นรูปโพรไฟล์ค่อนข้างปัญญาอ่อน?

ฉืออวิ๋นไคไปติดต่อเด็กประถมแก่แดดแบบนี้มาจากไหน

แถมยังใช้ชื่อว่า ‘เวลาผ่านไปแล้วไม่ย้อนกลับ’ อีก

เปิดโมเมนต์วีแชต คำอธิบายตัวเองยังเป็น ‘แม่น้ำแยงซีถั่งโถมสู่บูรพาทิศ’* ด้วย

ตกลงว่าฉืออวิ๋นไคหาเด็กประถมที่ผ่านโลกอย่างโชกโชนแบบนี้มาจากที่ไหนกัน

ที่จริงแล้วคนที่มีความคิดพิลึกคือแร็พเปอร์ของวงเขาเสียล่ะมั้ง

กู้เว่ยขยี้ตาแล้วครุ่นคิดต่อ

ปัญหาในตอนนี้คือกระบองเพชรไม่ได้มา แต่ปิกะจูมาแล้ว แถมยังกระตือรือร้นคุยกับเขาทั้งคืน

คำถามคือ…ปิกะจูคือใครกันแน่

ตกลงว่าเขาเสนอแพ็กเกจบริการอย่างใส่ใจทั้งคืนให้ใครไป ทั้งยังเรียกอีกฝ่ายว่าที่รักด้วย

เวลานี้เขาเกิดสังหรณ์ไม่ค่อยดีขึ้นมารางๆ

กู้เว่ยจำเป็นต้องรู้ให้ได้ว่าคนที่ตัวเองเรียกว่าที่รักคือใครกันแน่

ดังนั้นเขาจึงออกจากห้องแชตที่คุยกับฉืออวิ๋นไค แล้วกดเปิดข้อความของพ่อ

 

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย [ความรู้สึกหนักอึ้ง.jpg]

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย พ่อ ส่งคิวอาร์โค้ดวีแชตของคนนั้นที่พ่อบอกว่าเป็นคู่หมั้นมาให้ผมดูหน่อย

กู้ไฉ่ ฮะ?

กู้ไฉ่ พ่อไปถามน้าซ่งก่อน

กู้ไฉ่ [คิวอาร์โค้ด]

 

กู้เว่ย “…”

บนนามบัตรวีแชตที่พ่อของเขาส่งมา มีรูปโพรไฟล์ปิกะจูโดดเด่นสะดุดตา ด้านข้างยังมีตัวอักษร ‘แสนโวลต์’ กำกับ

กู้เว่ยรู้สึกว่าตัวเองใกล้ขาดใจตายแล้ว

หากคนที่เขาแอดไม่ใช่เด็กประถม แต่เป็นคู่หมั้นคนนั้นที่ได้มาแบบไม่คาดฝัน ตกลงว่าคืนวันนั้นพวกเขาสองคนคุยคนละเรื่องเดียวกันเหรอเนี่ย

กู้เว่ยอยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา

 

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย ผมบอกให้พ่อถอนหมั้นแล้วไม่ใช่เหรอ

กู้ไฉ่ ลูกพูดเมื่อไร

 

ขี้เมาจำไม่ได้แล้ว

 

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย ช่างเถอะ พ่อบอกผมมาว่าเขาชื่ออะไร

 

กู้เว่ยตัดสินใจว่าจะรีบไปขอโทษเจ้าตัว

 

กู้ไฉ่ ฮิๆ คราวนี้พ่อจำได้แล้ว

กู้ไฉ่ ชื่อเจียงสวิน เจียงสวินคนที่ก่อนหน้านี้คว้าแชมป์การแข่งขันระดับโลกอะไรนั่นน่ะ เด็กๆ อย่างพวกลูกน่าจะรู้จักนะ พ่อเห็นพวกวัยรุ่นชอบเขามาก

กู้ไฉ่ อะไรกัน ลูกไม่รู้ชื่อแต่ขึ้นคำค้นหายอดฮิตด้วยกันกับเขา เมื่อกี้พ่อได้ยินน้าซ่งบอกว่าพวกลูกสองคนติดอยู่ในคำค้นหายอดฮิตด้วยกัน

กู้ไฉ่ เป็นยังไง เจียงสวินดีมากใช่ไหม

กู้ไฉ่ ไปไหนแล้วล่ะ

กู้ไฉ่ เจ้าลูกคนนี้ คุยกันอยู่ดีๆ ทำไมหายไปเฉยเลย

 

กู้เว่ย “…”

อะไรกันเนี่ย

เจียงสวิน?

คนที่เขาเรียกว่าที่รักคือเจียงสวิน?

* แม่น้ำแยงซีถั่งโถมสู่บูรพาทิศ เป็นกวีเปิดเรื่องของวรรณกรรมสามก๊ก

บทที่ 8

นายขายอะไร

 

สองสามวันนี้คนที่คุยกับเขาก็คือเจียงสวิน?

คงต้องบอกว่าเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคือเจียงสวิน แต่เจียงสวินรู้ว่าเป็นเขา

แล้วเจียงสวินมาทำอะไรกัน

หมั้น?

การหมั้นที่เป็นการพูดคุยเล่นๆ ระหว่างเพื่อนร่วมงานซึ่งเชื่อถือไม่ได้ เขายังเชื่อเป็นจริงเป็นจังด้วย

ที่แท้มีมเป็นคนใสซื่อขนาดนี้เลยเหรอ

กู้เว่ย “…”

ตกลงว่าพวกเขาสองคนคุยอะไรกันไปบ้าง แพ็กเกจรับจ้างเล่นเกมแปลกประหลาดที่เขาเสนอขายเหล่านั้น เจียงสวินตอบรับเป็นปี่เป็นขลุ่ยขนาดนี้ได้ยังไงกัน

นี่ไม่ใช่หมายความว่า…ที่จริงแล้วเจียงสวินเป็นคนพูดคุยด้วยได้ง่ายมาก

ไม่ถูกสิ

เรื่องมันคงไม่ได้ง่ายดายแบบนั้น

กู้เว่ยหยุดสายตาบนสองข้อความที่เมื่อกี้ ‘แสนโวลต์’ เพิ่งส่งมา

 

แสนโวลต์ เหมารายปีเท่าไร

แสนโวลต์ ฉันเหมานายเอง ต่อไปนายไม่ต้องรับลูกค้าคนอื่นแล้ว

 

กู้เว่ยบีบถั่วพีแคนเม็ดหนึ่งจนแตกละเอียดด้วยมือเปล่าท่ามกลางสายตาตื่นตกใจของพวกพี่ๆ ในวง

ยิ่งเลื่อนดูบันทึกแชตกู้เว่ยก็ยิ่งรู้สึกผิดปกติ ตอนนั้นไม่รู้สึก ทว่าตอนนี้มาดูแล้ว ในบทสนทนาของทั้งสองคนไม่มีตรงไหนเลยที่ไม่แปลกประหลาด

 

แสนโวลต์ บอกความจริงมาว่านายทำแบบนี้นานแค่ไหนแล้ว

แสนโวลต์ นายก็รู้เหมือนกันนี่ว่าเป็นการทำลายสุขภาพ นายรับลูกค้ามากี่คนแล้ว

แสนโวลต์ พวกเขาเป็นสัตว์เดรัจฉาน

 

กู้เว่ย “…”

กู้เว่ยสูดหายใจเข้าลึก กัดฟันเลื่อนขึ้นไปอ่านข้างบนต่อ แล้วก็ได้เห็นข้อความตอนแรกสุดที่เจียงสวินส่งมา

 

แสนโวลต์ นายให้ฉันเป็นสปอนเซอร์เหรอ

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย หรือว่าคุณไม่ใช่ล่ะ

 

ใช่แล้ว นี่ก็คือต้นตอของปัญหา

อับอายขายขี้หน้ามาก

สัญญาหมั้นหมายแสนพิลึกกึกกือ และคู่หมั้นที่เรียกได้ว่าคุ้นหน้าคุ้นตา

เขาทำอะไรลงไปบ้างเนี่ย เรียกอีกฝ่ายว่าที่รัก บอกให้เหมาตัวเอง แล้วยังบอกว่าอีกฝ่ายจะถูกป๊ะป๋าตีก้นด้วย

ระหว่างนั้นฉืออวิ๋นไคที่กำลังอยู่ในงานแฟนมีตติ้งก็ได้รับข้อความใหม่ที่ส่งมาจากกู้เว่ย

 

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย พี่เป็นคนเลว

เฝ้ารอเมฆสลายเจอขนมไหว้พระจันทร์ [ช็อก.jpg]

 

“เว่ยเว่ยทำไมสีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย” หัวหน้าวงถามด้วยความเป็นห่วง “ตอนเย็นขึ้นเวทีไหวไหม เดี๋ยวต้องออกเดินทางแล้วนะ”

กู้เว่ย “…ไม่เป็นไร”

แต่ที่จริงเขามีเรื่องซะแล้ว

เรื่องราวใหญ่โตด้วย

นี่เจียงสวินคิดว่าเขากำลังหาสปอนเซอร์เหรอ

คำพูดโอ้อวดเกินจริงเพื่อธุรกิจก่อนหน้านี้กลับกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่ที่ฝังตัวเองทั้งเป็น

เพราะอย่างนั้นเมื่อบังเอิญเจอกันที่ยุโรปเหนือ เจียงสวินถึงได้…

โทรศัพท์สั่นอีกครั้ง คาดว่าเจียงสวินรอแล้วยังไม่ได้คำตอบเลยส่งข้อความมาใหม่…

 

แสนโวลต์ นายทำแบบนั้นไม่ดีต่อสุขภาพ

แสนโวลต์ ทำตามที่ฉันบอกเถอะ ไม่ต้องไปหาคนอื่นแล้ว

แสนโวลต์ เด็กน้อย ถ้านายรู้สึกไม่เต็มอิ่ม ฉันจะพยายามอยู่กับนายเอง

 

กู้เว่ย “…”

อีกสามคนของวง T.ATW ที่นั่งอยู่บนโซฟากำเมล็ดแตงโมเอาไว้ในมือ และพลันสังเกตเห็นกู้เว่ยหน้าแดงแจ๋อย่างรวดเร็ว

สติสัมปชัญญะตอนที่พูดสาบานเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าต้องขอโทษเจียงสวินก่อนหน้านี้ได้แตกกระเจิงอยู่ภายในหัวสมอง

ชั่วพริบตาที่ได้รับข้อความ กู้เว่ยรู้สึกว่าเหมือนมีเจียงสวินหนึ่งร้อยคนมาเรียกเขาว่าเด็กน้อยพร้อมกันตรงข้างหู

เขาลนลาน

ไม่ถูกสิ ถึงเขาจะมีความผิดก่อน แต่ความคิดของเจียงสวินก็แปลกเกินไปนะ

คนปกติที่ไหนจะคิดตีความไปทางเลี้ยงดูกันล่ะ

ไม่สนแล้ว เรื่องราวบานปลายมาจนถึงขั้นนี้ ไม่ว่ามองยังไงก็เป็นความผิดของเจียงสวิน

เจียงสวินคือจอมลามก ทำตัวทะลึ่งเป็นความผิดของเจียงสวินทั้งหมด

 

อีกด้านหนึ่ง เจียงสวินห่วงใยและสงสารแฟนคลับตัวน้อยด้วยมนุษยธรรม แต่ส่งข้อความหากู้เว่ยไปนานแล้วยังไม่มีการตอบกลับ ความทะลึ่งตึงตังที่อยู่ในตัวจึงกำเริบขึ้นมา เลยอดไม่ได้ที่จะยั่วแหย่อีกฝ่าย

เรื่องปกป้องแฟนคลับ เจียงสวินคิดว่าตัวเองทำอย่างเหมาะสมและเต็มที่มากแล้ว

แฟนคลับตัวน้อยควรจะกลับเนื้อกลับตัว เดินบนเส้นทางที่ถูกต้อง

เขารออยู่นานมาก ในที่สุดเจียงสวินก็ได้รับข้อความตอบกลับจากกู้เว่ย

 

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย พี่ชาย อย่าคิดลึกสิ QAQ

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย ผมขายศิลปะ ไม่ได้ขายเรือนร่าง

 

เจียงสวิน “?”

เจียงสวิน “??”

เจียงสวิน “???”

ความคืบหน้าแบบนี้ไม่ถูกต้องนะ แฟนคลับตัวน้อยควรร้องไห้ขอบคุณเขาไม่ใช่เหรอ

ไม่ขายเรือนร่าง?

งั้นก่อนหน้านี้ขายอะไร

บทที่ 9

อย่าเพ้อเจ้อ

 

ยังไม่ทันอธิบายเรื่องให้ละเอียดชัดเจน กู้เว่ยก็ถูกเจียงสวินแหย่จนหนีไปอีกแล้ว

 

รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย ไว้ดึกหน่อย ผมค่อยมาอธิบายกับคุณ

 

กู้เว่ยตัดสินใจโพสต์โมเมนต์วีแชตระบายสิ่งที่ตัวเองเจอในช่วงนี้เพื่อทำให้ตัวเองใจเย็นลง อยากให้พี่ๆ ในวงได้รู้จักโฉมหน้าที่แท้จริงของมีม หลังจากปรับอารมณ์ให้เรียบร้อยแล้วค่อยกลับไปอธิบายกับเจียงสวิน

คนส่วนใหญ่เวลาที่ทำผิดพลาด สิ่งแรกที่คิดได้ก็คือโยนความผิด

ดูกู้เว่ยเป็นตัวอย่าง

กู้เว่ยค้นรูปที่เคยเซฟเอาไว้ในโทรศัพท์แล้วเลือกมีมของเจียงสวินมาเก้ารูปพร้อมกับเขียนแคปชั่น

 

‘ผมบอกกับพวกพี่ๆ เลยนะว่าตัวจริงของมีมคนนี้ลามกมาก ในหัวของเขาเต็มไปด้วยเรื่องสิบแปดบวก เอะอะก็คิดทะลึ่ง พวกพี่ๆ อย่าถูกหน้าตาภายนอกของเขาหลอกเอาได้…’

 

ครั้งนี้กู้เว่ยรอบคอบมาก เขาพิมพ์ประมาณห้าร้อยตัวอักษร ระบายความรู้สึกไม่พอใจที่มีต่อมีมแซ่เจียงผ่านตัวหนังสือ หลังจากตั้งค่าซ่อนโพสต์นี้จากเจียงสวินโดยเฉพาะแล้วถึงได้กดโพสต์

 

“อารมณ์ดี?” สโมสรที่ทีม TMW สังกัดอยู่พลันมีเสียงคนเคาะประตูห้องฝึกซ้อม

เจียงสวินวางโทรศัพท์ลง ดวงตาเจือรอยยิ้มที่ยังไม่จางหาย “ฉู่อี้ มาได้ยังไง”

“มาทำงานแล้วผ่านเมือง H เลยแวะมาหานายหน่อย” ฉู่อี้ที่สวมเทรนช์โค้ตสีน้ำตาลอ่อนพิงอยู่ข้างประตู “ช่วงนี้เป็นไงบ้าง”

“ดีมาก” เจียงสวินพูดจนคล่องปากอยู่แล้ว “เพิ่งคว้าแชมป์โลก ฉันจะมีอะไรไม่ดีได้ยังไง”

“เลือกสักใบ?” ฉู่อี้หยิบไพ่สำรับหนึ่งออกมาจากในกระเป๋าเสื้อ แล้วกรีดไพ่บนโต๊ะ “เลือกหนึ่งใบที่นายรู้สึกว่าถูกใจ”

“แม่ฉันทักไปหานายอีกแล้วเหรอ” เจียงสวินอารมณ์ดี ฉู่อี้เป็นเพื่อนบ้านสมัยเด็กของเจียงสวิน ปัจจุบันเป็นรองศาสตราจารย์ทางด้านจิตวิทยาประยุกต์ สาขาวิชาจิตวิทยาคลินิกและจิตวิทยาการปรึกษาของมหาวิทยาลัย A

“ในฐานะเพื่อน ฉันต้องใส่ใจสุขภาพจิตของแชมป์โลกหน่อย” ฉู่อี้พูดเร่งโดยเลี่ยงคำถามของเขา “รีบเลือกเร็ว ตอนบ่ายฉันยังมีงานอีก”

พอได้ยินคำพูดของเขา เจียงสวินเลยเลือกไพ่หนึ่งใบที่ตัวเองเห็นแล้วถูกใจจากไพ่ที่กระจายอยู่บนโต๊ะแล้วส่งให้ฉู่อี้

“คุณหมอใหญ่ฉู่ มองอะไรออกหรือเปล่า” เจียงสวินที่นั่งพิงบนเก้าอี้เกมมิ่งเอ่ยถาม

“ทำไมนายถึงเลือกมัน นายมองเห็นอะไรเหรอ” ฉู่อี้ย้อนถาม

หน้าไพ่ใบนั้นเป็นกลุ่มก้อนสีน้ำเงินอมเขียวที่เกี่ยวพันกันยุ่งเหยิง

“จะให้ฉันพูดเหรอ” เจียงสวินถาม

ฉู่อี้พยักหน้า “นายเห็นอะไรก็คืออย่างนั้น”

เจียงสวินหยิบไพ่กลับไป แล้วตอบฉู่อี้ตามรูปแบบไพ่ที่ตัวเองมองเห็น “เห็นน้ำวน ในน้ำวนมีเรือลำเล็ก เหมือนฉันจะอยู่บนเรือ จากนั้นตรงนี้…”

เจียงสวินชี้จุดสีขาวตรงมุมบนขวาของไพ่ “นี่เหมือนประภาคาร”

ฉู่อี้จ้องมองเจียงสวินครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็หัวเราะออกมาแล้วพูดว่า “นายวางแผนจะเลิกเล่นแล้ว?”

“…” เจียงสวินนั่งตัวตรง “นายนี่ใช้ได้เลยนะ”

“ก็ไม่ได้เดายากนี่ หลักๆ คือดูจากการตีความบนไพ่ของนายเอง” ฉู่อี้ยิ้มพลางอธิบาย “นายอายุยี่สิบสาม เกือบถึงอายุที่ต้องเลิกเล่นแล้ว สิ่งที่นายสะท้อนลงบนไพ่ใบนี้ก็คือความสับสนของนาย นายมีชื่อเสียงแล้ว เงินนายก็ไม่ได้ขาดแคลน แล้วนายกำลังลังเลอะไร”

ลังเลอะไร

เกี่ยวกับความฝันหรือแผนการในอนาคตนั้นเจียงสวินก็พอจะรู้อยู่รางๆ

“มีคิดๆ ไว้บ้างแล้ว” เจียงสวินยอมรับ “แต่ว่าจะแข่ง Asia Esports Championship ฤดูหนาวของปีนี้เสร็จก่อน ในทีมยังมีเรื่องอีกเยอะที่ต้องจัดการ ต้องดันเด็กฝึกฝีมือดีหลายคนขึ้นมาแทน คาดว่ากว่าจะเลิกเล่นอย่างเป็นทางการได้คงเป็นปีหน้า”

“นายเหมือนมีแนวทางอยู่บ้างแล้ว ปัญหาไม่ใหญ่ แต่แม่นายกังวลมากเกินไป ยังไงนายก็ลองแก้ไขเองแล้วกัน” ฉู่อี้เก็บไพ่ขึ้น “ว่าแต่นายบอกว่าเห็นประภาคารกลางน้ำวน ทำไมล่ะ นายเจอประภาคารของนายแล้วเหรอ”

เจียงสวินนึกถึงกู้เว่ยที่อยู่ในคลิปนั้นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

“ยิ้มอะไร” ฉู่อี้ถาม

“เวลาคุยกับนายแล้วปิดบังอะไรไว้ไม่อยู่เลยจริงๆ” เจียงสวินพูดอย่างไม่ชอบใจ “เพิ่งเจอเด็กน้อยที่น่าสนใจมากคนหนึ่ง”

ขณะที่กำลังพูดนี้เขาก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่ตัวเองกำลังคุยกับเด็กน้อยอยู่

กู้เว่ยพูดว่าอะไรนะ

ขายศิลปะ ไม่ขายเรือนร่าง?

เจียงสวินอยากดูว่ากู้เว่ยส่งข้อความใหม่มาหาตัวเองหรือเปล่า เขาจึงเลื่อนเปิดหน้าจอแล้วไม่ทันระวังไปกดเปิดโมเมนต์วีแชตเข้า

สิ่งที่สะท้อนเข้าสู่ม่านสายตาคือรูปโพรไฟล์ของกู้เว่ยซึ่งเป็นรูปจิบิที่แฟนคลับวาดให้

จิบิกู้เว่ยอ้วนตุ้ยนุ้ย แขนขาสั้น ยิ้มจนตาโค้งแล้วยังทำท่าขอให้อุ้ม พอเจียงสวินเห็นรูปโพรไฟล์นี้จึงยกยิ้มมุมปาก

จากนั้นรอยยิ้มของเขาก็แข็งค้าง

ด้านล่างของรูปโพรไฟล์จิบิ เจียงสวินเห็นรูปตัวเองเก้ารูปด้วยกัน

รูปของตัวเองตอนด่าคนในรูปแบบมีมเก้ารูปถูกเรียงต่อกันทั้งในแนวตั้งและแนวนอน ซึ่งแต่ละรูปต่างยกมือชี้มายังเขาที่อยู่นอกจอ

 

[อย่าเพ้อเจ้อ.jpg]

[ด่าคอมโบเซ็ต.jpg]

[ตบหน้าหัน.jpg]

[ขี้เหร่พูดก่อนดิ.jpg]

 

ภาพพวกนี้ล้อมรอบภาพตรงกลางซึ่งเป็นภาพพื้นสีขาวตัวอักษรสีดำที่เขียนเอาไว้ว่าประกาศเรื่องสำคัญโดยเฉพาะ

เจียงสวิน “…”

ฉู่อี้ “…”

กู้เว่ยเขียนบรรยายประมาณห้าร้อยตัวอักษรโดยวนเวียนอยู่ที่หัวข้อ ‘เจียงสวินคือจอมลามก’ ซึ่งเขียนความคิดเห็นอย่างชัดเจน มีหลักเหตุผล เรียบเรียงอย่างมีหลักการ และมีรูปมีมทั้งเก้ารูปนี้เสริมให้เด่นขึ้น

ในช่วงท้ายของเนื้อหา กู้เว่ยยังตั้งใจเพิ่มอีกประโยคด้วย

 

‘ทุกคนเก็บไว้รู้กันในใจก็พอ อย่าพูดออกไปนะ’

 

“ประภาคารคนนี้ของนาย…ใจกล้ามากเลย” ฉู่อี้นึกถึงเด็กอันธพาลเจียงสวินสมัยเรียนหนังสือขึ้นมาแล้วแอบปรบมือในใจให้กับเด็กน้อยคนนี้ที่เขาไม่รู้จัก “อยู่แก๊งไหนเนี่ย”

เจียงสวินมองกู้เว่ยในเวอร์ชั่นจิบิและมีมเก้ารูปของตัวเองบนหน้าจอมือถือ หลังจากสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วก็เอ่ยว่า “เด็กน้อยกู้คงอยากมีเรื่อง”

  

โปรดติดตามตอนต่อไป

 

หน้าที่แล้ว1 of 3

Comments

comments

No tags for this post.
Jamsai Editor: