ทดลองอ่านเรื่อง แฟนสาวของผมเป็นผู้ชายครับ เล่ม 2
ผู้เขียน : ซุ่ยหมาง (睡芒)
แปลโดย : G.N Voyager
ผลงานเรื่อง : 满天星 (Man Tian Xing)
ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เอเวอร์วายในการเผยแพร่ผลงาน
จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว
หากผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
– – – – – – – – – – – – – – – – –
Trigger Warning
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน
ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ
เนื้อหามีประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับการบูลลี่
และมีการบรรยายถึงเลือด
สำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
** หมายเหตุ: ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **
– – – – – – – – – – – – – – – – –
บทที่ 36
สถานที่จัดงานเทศกาลดนตรีกับงานคอมมิกล้วนอยู่ในเขตเมืองใหม่ผู่ตง โดยทั้งสองที่มีระยะห่างระหว่างกันประมาณยี่สิบกิโลเมตร ทั้งนี้ฝ่ายผู้จัดงานคอมมิกก็ไม่ตระหนี่ จัดการจองโรงแรมห้าดาวไว้ให้ แต่เป็นโรงแรมห้าดาวเก่าแก่ทั่วไปที่เปิดกิจการมาตั้งแต่ปี 1998 และเพิ่งรีโนเวตในช่วงสองปีนี้
เซวียโย่วข่าเช็กรีวิวมาล่วงหน้า เห็นว่าได้คะแนน 4.4 คำติส่วนใหญ่บอกว่าเครื่องอำนวยความสะดวกไม่ทันสมัย แต่ราคาถือว่าเหมาะสม และอยู่ห่างจากศูนย์จัดแสดงสินค้าเวิลด์เอ็กซ์โปที่จัดงานคอมมิกไปเพียงแค่ห้ากิโลเมตร
เซวียโย่วข่าถามเฉิงอวี้ขณะที่อยู่บนรถ “พี่จองโรงแรมหรือยังครับ”
“ยัง” ทางฝ่ายผู้จัดงานเทศกาลดนตรีก็จัดที่พักเอาไว้ให้เหมือนกัน โดยให้พักสองคนต่อหนึ่งห้อง แต่เฉิงอวี้ไม่อยากพักห้องเดียวกับเหล่าเค หมอนั่นทั้งขี้เม้าท์ทั้งจู้จี้ ยิ่งเป็นช่วงเวลาพิเศษอย่างงานเทศกาลดนตรีแบบนี้ มีหวังเจ้านั่นคงออกไปหาข่าวซุบซิบข้างนอกกลับมาพล่ามใส่เขาไม่หยุด
“งั้นพี่อยากมาพักที่โรงแรมเดียวกับผมไหม” เซวียโย่วข่าบอกเป็นนัยๆ โดยไม่ได้ยั้งคิด
“โรงแรมชื่ออะไร” เฉิงอวี้เดาจุดประสงค์ของอีกฝ่ายออกว่าคงอยากพักกับตัวเอง
พอเซวียโย่วข่าบอกชื่อโรงแรม เฉิงอวี้ก็เสิร์ชหาทันที “กากจัง”
“ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น มันรีโนเวตแล้ว ผมว่าพอใช้ได้ ต่อให้เป็นห้องที่แย่ที่สุดก็คืนละตั้งห้าร้อยเลยนะ”
เฉิงอวี้เหลือบมองอีกฝ่ายแล้วกดจองห้องเอ็กซ์คลูซีฟที่แพงที่สุดของโรงแรมนั้นทันที
เซวียโย่วข่ารีบร้องห้าม “อย่าจองห้องแพงขนาดนี้สิครับ”
เฉิงอวี้ถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ “ทำไมล่ะ หรือนายอยากแชร์ห้องกับฉัน”
“คือว่า…ห้องที่ผู้จัดจองให้ ผมไม่รู้ว่าต้องพักกับใคร”
ตอนแรกเขาคิดว่าถ้าได้พักกับเพื่อนคอสเซอร์ด้วยกันก็จะดีมาก แต่เรื่องของจือสั่วคราวก่อนทำเขาใจฝ่อนิดหน่อย อีกทั้งเมื่อไม่กี่วันก่อนเถียนอ้ายยังกำชับเขาโดยเฉพาะว่า ‘วงการนี้มันเล็ก เรื่องจุกจิกเยอะ ไปงานคอมมิกก็ระวังหน่อย ฉันกลัวว่าตอนอาบน้ำหรือตอนนอนจะโดนแอบถ่าย!’
ประโยคนี้ประโยคเดียวทำเอาเขาขวัญเสียไม่น้อย
เฉิงอวี้ไม่สนเหตุผลของเขา “ฉันจองห้องนี้ นายมาพักกับฉันก็จบ”
“ไม่ๆๆ ห้องเอ็กซ์คลูซีฟสามพันหยวนเลยนะ…” ค่าตัวออกงานของเขายังได้แค่หกพันหยวนเอง
“ฉันเลี้ยงนายเอง แล้วตอนเย็นนายค่อยเลี้ยงซาลาเปาไข่ปูฉัน” เฉิงอวี้อธิบายอย่างอดทน ถ้าเซวียโย่วข่าไม่พักกับเขา เขาก็จะไปพักโรงแรมคาเพลลาคืนละสามหมื่นหยวนที่อยู่ข้างๆ แทน
เซวียโย่วข่าอิจฉาขึ้นมาทันที
“แบบนี้ผมช่วยพี่ประหยัดไปตั้งสองหมื่นเจ็ดแน่ะ พี่ควรเลี้ยงซาลาเปาไข่ปูผมมากกว่าไม่ใช่เหรอ”
“ฝันไปเถอะ”
เนื่องจากยังไม่ถึงเวลาเช็กอิน เซวียโย่วข่าเลยค้นหาร้านซาลาเปาไข่ปูที่รีวิวดี ก่อนจะเจอว่าร้านอยู่แถวเดอะบันด์ โดยหลังจากที่กินเสร็จก็ควักเงินจ่ายไปหกร้อยหยวนอย่างปวดใจ จากนั้นจึงค่อยไปที่โรงแรม
พอถึงโรงแรมเฉิงอวี้ก็ไปติดต่อเรื่องห้องตรงเคาน์เตอร์ ส่วนทางด้านเซวียโย่วข่า เมื่อเปิดอ่านแชตกลุ่มงานคอมมิกครั้งนี้ก็เห็นแจ้งเตือนว่าได้จองห้องไว้ให้เขาแล้ว เพียงแค่ยื่นบัตรประชาชนที่เคาน์เตอร์ก็รับคีย์การ์ดห้องพักได้เลย
เซวียโย่วข่ารับคีย์การ์ดของตัวเองแล้วตามเฉิงอวี้ขึ้นไปที่ห้องเอ็กซ์คลูซีฟของอีกฝ่าย
หลังวางสัมภาระแล้วเซวียโย่วข่าก็เดินสำรวจห้องขนาดใหญ่สองรอบ ด้านในมีเตียงสองเตียง ด้านนอกเป็นห้องนั่งเล่นเล็กๆ มีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ตั้งแยกอยู่ข้างเตียง ตรงหน้ากระจกบานสูงจากเพดานจรดพื้น
เฉิงอวี้เห็นเซวียโย่วข่าจะออกไปเลยเอ่ยถาม “จะไปไหน”
“ผมไม่รู้ว่าจะต้องพักกับใคร มันเป็นการจัดแบบสุ่ม ผมจะไปดูแล้วทักทายเขาหน่อย”
เฉิงอวี้พยักหน้า
เซวียโย่วข่าแวะไปดูก็พบว่าห้องนั้นยังไม่มีใครมา เขาเลยกลับมาที่ห้องเดิม เมื่อกลับมาถึงก็เห็นว่าที่ด้านนอกไม่มีใครอยู่ แต่เขาได้ยินเสียงน้ำไหล เลยรู้ว่าเฉิงอวี้กำลังอาบน้ำ
เฉิงอวี้โยนเสื้อผ้าที่ถอดเอาไว้บนเตียงแบบส่งๆ เซวียโย่วข่าเลยเลือกอีกเตียงโดยอัตโนมัติ
เขาเปิดกระเป๋าเดินทางหยิบเอาวิกขึ้นวางบนขาตั้ง จากนั้นก็หยิบชุดออกมาวางแล้วหาเตารีดมารีดให้เรียบก่อนจะแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้า ไม่นานเฉิงอวี้ก็ออกมา เขาใส่เสื้อคลุมอาบน้ำของโรงแรมที่ไม่หนามาก ภายในห้องก็เปิดแอร์ไว้อุณหภูมิกำลังดี
“พี่อาบน้ำแล้วเหรอ”
“อาบก่อนนอนกลางวัน” เขาบินไฟลต์เช้าตอนเจ็ดโมงจึงต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืด คืนก่อนก็แทบนอนไม่หลับ พอเห็นชุดคอสเพลย์ของเซวียโย่วข่าแล้วก็ส่งเสียง ‘จิ๊’ อย่างรังเกียจ
ชุดโคตรจะน่าเกลียดเลย คิดได้ไงเนี่ย ใส่แล้วยังจะดูดีได้อีกเหรอ
เซวียโย่วข่าทำเป็นไม่เห็นสีหน้ารังเกียจของเขา “เราออกไปเล่นข้างนอกสักแป๊บแล้วค่อยกลับมานอนดีไหมครับ”
เขามาเซี่ยงไฮ้เป็นครั้งแรก เลยอยากออกไปเดินเล่นในเมืองหลวงแห่งแฟชั่นสักหน่อย
“เล่น?”
แม่ง…
เฉิงอวี้ไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยคำขอแบบนี้เลยตกใจสุดๆ วิธีการเที่ยวเล่นของเกย์นี่มันเป็นยังไงนะ เขาทำไม่เป็นหรอก แล้วก็ไม่อยากทำด้วย…
เซวียโย่วข่าพูดจบแล้วก็เห็นว่าเฉิงอวี้อยากนอนจริงๆ เลยบอกว่า “งั้นเดี๋ยวพี่นอนตื่นหนึ่งแล้วเราค่อยไปเล่นกัน”
เฉิงอวี้คงหลับลงกับผีน่ะสิ
เซวียโย่วข่าเองก็เริ่มง่วง เขารูดซิปกระเป๋าแล้วเข้าไปเปลี่ยนชุดนอนในห้องแต่งตัว พอล้มตัวลงนอนได้สักพักก็หลับไป
เฉิงอวี้ใส่หูฟัง แอบใช้มือถือเสิร์ชอินเตอร์เน็ต เขาพลิกตัวตะแคงเล็กน้อย กลัวว่าเจ้าเด็กนี่จะแกล้งทำเป็นหลับแล้วแอบดูว่าเขากำลังค้นหาอะไร
‘วิธีการเล่นของเกย์เป็นแบบไหน’
‘ผู้ชายด้วยกันเล่นกันยังไง’
‘ถ้าผู้ชายมาชวนผู้ชายสเตรตไปเล่นด้วยกันจะทำไงดี’
ผลลัพธ์คือเฉิงอวี้บังเอิญไปเจอแชร์ประสบการณ์จริงของผู้คนมากมายที่เล่าเรื่องความสัมพันธ์และเรื่องบนเตียงของตัวเอง โดยมีทั้งที่บอกว่าคบกับสามีได้ยังไง ค้นพบเพศวิถีของตัวเองได้ยังไง แม้กระทั่งจะทำให้อีกฝ่ายพอใจได้ยังไง เขาถึงกับมุด VPN ออกนอกเว็บไปดูของเรตสิบแปดบวกอีกเป็นกอง ยิ่งดูก็ยิ่งร้อนผ่าว พวกเกย์นี่คิดกันออกมาได้ยังไง ลูกเล่นเยอะชะมัด!
บางอย่างมันก็เกินจะรับไหวจริงๆ จนเขาทนดูต่อไปไม่ไหว แต่บางอย่างกลับสะกิดความเอนเอียงทางเพศของเขาอย่างน่าประหลาด เขาแอบอ่านจนจบ จากนั้นก็ลบบันทึกประวัติทั้งหมดจนเรียบ
เขาไม่ใช่พวกชอบไม้ป่าเดียวกัน ไม่ควรมาดูอะไรพวกนี้ ถ้าเซวียโย่วข่าจะบังคับเขาล่ะก็ ต้องแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจคำศัพท์ในหมู่เกย์ของพวกเขา ยิ่งไปกว่านั้นเซวียโย่วข่าเพิ่งเลิกกับแฟนได้ไม่นานก็รีบมาจีบเขาแล้ว นึกแล้วมันน่าหงุดหงิดจริงๆ
พอเซวียโย่วข่าตื่นจากนอนกลางวันก็ได้ยินเสียงน้ำพร้อมเสียงติ๊ดๆ แผ่วเบาจากสายรัดข้อมือของเฉิงอวี้
เขาทำหน้างง เฉิงอวี้อาบน้ำอีกรอบเหรอ
คราวนี้เฉิงอวี้ออกมาพร้อมแก้มแดงจัดและไม่พูดกับเขาสักคำ
“พี่ยังง่วงอยู่ไหมครับ” เซวียโย่วข่าถาม
“ง่วง! ฉันจะนอนเดี๋ยวนี้แหละ…” เฉิงอวี้นอนตะแคงหันหลังให้เขา ขณะที่ใจเต้นระส่ำ
เซวียโย่วข่าดูนาฬิกา “งั้นหกโมงครึ่งผมปลุกพี่นะครับ เราออกไปกินข้าวเย็นแล้วค่อยไปเล่นข้างนอกสักพัก ผมยังไม่เคยมาเซี่ยงไฮ้เลย”
“ไปเล่นข้างนอกเหรอ” เฉิงอวี้เพิ่งจะเข้าใจ
“ก็ไปดูหอไข่มุก* อะไรพวกนั้นไง ผมอยากถ่ายรูปกลางคืน”
เฉิงอวี้พูดไม่ออก “เชยชะมัด…”
“พี่มายุ่งอะไรกับความเชยของผมล่ะ” เซวียโย่วข่าสวนไปด้วยน้ำเสียงแบบเดียวกับเขา
เฉิงอวี้เหมือนจะกลัดกลุ้มนิดหน่อยเลยหันหลังแล้วพูดว่า “ฉันจะนอน เงียบซะ ไม่งั้นมีเรื่องแน่”
เซวียโย่วข่าออกจากห้องมากะว่าจะแวะไปห้องที่ผู้จัดงานจองไว้เพื่อทักทายรูมเมตของตัวเองสักหน่อย
คราวนี้พอไปถึงก็เห็นว่ารูมเมตมาแล้ว อีกฝ่ายเป็นหนุ่มตัวเล็กสูงสักร้อยเจ็ดสิบกว่าๆ ถือว่าเตี้ยกว่าเซวียโย่วข่านิดหน่อย ทั้งยังแต่งหน้าแถมใส่แว่นตาด้วย
“สวัสดีๆ”
ทั้งสองทักทายและแนะนำตัว จากนั้นก็กดติดตามกันไว้
ชื่อในวงการของอีกฝ่ายคือคอสเซอร์หมีลู่
แฟนคลับของหมีลู่ดูจะมากกว่าเซวียโย่วข่าอยู่หลายหมื่น แต่กระแสรวมๆ ยังสู้เขาไม่ได้ ทั้งสองคุยกันสักพักก็ถามว่าเขามาจากที่ไหน
“ผมบินมาจากปักกิ่งครับ”
ส่วนหมีลู่นั่งรถไฟความเร็วสูงมาจากหังโจว
เซวียโย่วข่าอธิบายว่าเพื่อนของตัวเองเปิดห้องอื่นในโรงแรมเอาไว้ ดังนั้นคืนนี้เลยจะไม่พักห้องนี้ เขามองออกว่าหมีลู่โล่งอก ดูเหมือนอีกฝ่ายจะพอใจกับเรื่องนี้
พอเซวียโย่วข่าออกไป หมีลู่ก็ไล่ดูเวยป๋อของเขาอย่างละเอียด ก่อนจะพบเบาะแสเล็กๆ บางอย่าง
มหาวิทยาลัย T งั้นเหรอ
โห…เด็กหนุ่มที่มีรอยยิ้มแสนน่ารักคนนั้นมีประวัติการศึกษาโหดขนาดนี้เลย?
หมีลู่ส่งข้อความไปในกรุ๊ปคอสเซอร์กลุ่มหนึ่งทันที
‘รูมเมตที่ฝ่ายจัดงานจับคู่ให้ฉันในงานจอยคอมมิกรอบนี้เป็นนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่มหา’ลัย T…’
‘มหา’ลัย T?’
‘เป็นคอสเซอร์เหรอ’
ไม่ค่อยเห็นคนที่มีประวัติการศึกษาแบบนี้มีเวลามาทำเรื่องพวกนี้ แถมยังทำอย่างจริงจังจนถูกผู้จัดงานเชิญมาร่วมงานอีกต่างหาก
ความจริงชมรมอะนิเมะของมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ อย่างมหาวิทยาลัย T ก็ได้รับความนิยมสูงและมีคนไม่น้อยที่ชอบวัฒนธรรมจำพวกคอสเพลย์หรือสวมชุดจีน แต่นักศึกษาที่หน้าตาดีจนถึงขั้นถูกเชิญมาเป็นแขกผู้มีเกียรติแบบนี้กลับมีน้อยมาก
‘ชื่ออะไร’
‘เวยป๋อเขาชื่อคอสเซอร์ข่าข่า’
‘ค้นเจอแล้ว รูปใช้ได้อยู่นะ ตัวจริงเป็นไง ขี้เหร่ไหม รูปปลอมหรือเปล่า’
ในวงการคอสเพลย์มักจะแต่งรูปกันมากเกินไป แต่งจนสวยขึ้นไปอีกขั้น แต่ตัวจริงอาจหน้าตาธรรมดาก็ได้
‘เขาหน้าสด ไม่ได้แต่งหน้า หล่อ แล้วก็ดูเด็กมาก แบบเพิ่งบรรลุนิติภาวะแนวๆ นั้น แต่ไม่ใช่รูปปลอมแน่นอน’
ถึงหมีลู่จะไม่ปลื้มเวลาเจอคนในวงการเดียวกันหน้าตาดีกว่าตัวเอง แต่ใครจะไม่ชอบคนสวยหล่อล่ะ ยิ่งไปกว่านั้นข่าข่าก็ดูมีมารยาทมากและยังให้ขนมเขามาด้วย…
‘โห ถ้างั้นก็โคตรเทพ ไม่ใช้รูปปลอม หน้าก็ตาดี แถมแม่งยังเป็นเด็กมหา’ลัย T อีกเนี่ยนะ’
‘จริงจ้า คอสเซอร์คนนี้เคยมีเรื่องกับจือสั่วมาก่อน โพรไฟล์หรูหราที่คนเสแสร้งนั่นสร้างไว้พังไม่เป็นท่าก็เพราะโดนเขาเล่นนี่แหละ ดูก็รู้ว่าความฉลาดกินขาด’
ทั้งกลุ่มอึ้งกันยกใหญ่
ปรากฏว่าตอนค่ำขณะที่หมีลู่ออกไปกินข้าวกับเพื่อน ทันใดนั้นก็มีคนส่งข้อความเข้ามาในกลุ่มมากมาย
มีดราม่าลูกใหญ่โผล่มาแล้ว
‘ฉันเห็นมีคนโพสต์แฉแบบไม่เปิดเผยชื่อในอินเตอร์เน็ต บอกว่าข่าข่าไม่ได้มาจากมหา’ลัย T มันเป็นแค่คาแร็กเตอร์ที่เขาสร้างขึ้นมา จริงๆ แล้วเขาอยู่มหา’ลัย Y…’
‘จริงปะ มีหลักฐานไหม’
‘มี! ก่อนนี้ข่าข่าเคยมีเรื่องกับจือสั่ว เพราะดราม่ามันเชื่อมโยงกัน หลังจากนั้นทางฝั่งข่าข่าก็โชว์หลักฐานว่าชุดอุซึมากิ นารูโตะเป็นชุดที่ซื้อไว้ก่อนงานคอมมิกหลายเดือนแล้ว…ซื้อมาจากเสียนอวี๋ ทีนี้ตอนเบลอข้อมูลดันเผลอหลุดมาบางส่วน เลยมีคนตามไปเจอไอดีร้านเสียนอวี๋ของคนขาย’
‘พวกเธอก็รู้กันอยู่ว่าแฟนคลับจือสั่วคลั่งแค่ไหน หลายร้อยคนกรูไปอินบ็อกซ์ร้านในเสียนอวี๋นั้นเลย แถมขุดเจอเวยป๋อเจ้าของร้านอีก เลยรัวถามเขาว่าคนที่ซื้อชุดคนนั้นเป็นเด็กมหา’ลัย T ใช่ไหม’
‘สุดท้ายขุดมาได้ว่าไม่ใช่มหา’ลัย T ที่อยู่รับของเป็นมหา’ลัย Y จากนั้นก็มีคนอ้างว่าเป็นนักศึกษามหา’ลัย Y โผล่มาคอนเฟิร์มด้วยว่าเขาเป็นมหา’ลัยของพวกเขาจริงๆ’
มหาวิทยาลัย Y อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย T แต่ทั้งสองมหาวิทยาลัยมีความแตกต่างกันมาก จากนั้นก็มีคนในกลุ่มพูดว่า ‘มหา’ลัย Y ก็ไม่แย่นะ…’
‘เด็กมหา’ลัยชั้นสามอย่างฉันยังอิจฉาน้ำตาจะไหลเลย มหา’ลัย Y ก็โอเคมากแล้วนี่นา’
‘ประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่าเขาเรียนที่ไหน แต่อยู่ที่เขาสร้างภาพว่าตัวเองเป็นเด็กมหา’ลัย T แล้วใช้สิ่งนี้ดึงดูดแฟนคลับ! พวกเธอดูสิ แฟนคลับเขาตั้งเท่าไรที่โดนเขาหลอกด้วยประวัติการศึกษาสุดเทพนั่น พากันอวยว่าข่าข่าสุดเก่ง ข่าข่าสุดยอดเด็กเรียนหัวกะทิ’
‘ตลกชะมัด สรุปคือสร้างภาพหมดสินะ…’
หมีลู่ไถดูเวยป๋อทั้งหมด ก่อนจะอดช่วยพูดให้ข่าข่าไม่ได้
‘เท่าที่ฉันดูเวยป๋อของข่าข่า เขาไม่เคยออกมาพูดว่าเรียนมหา’ลัย T นะ เป็นคนอื่นพูดทั้งนั้น…’
‘นี่แหละระดับสูงสุดของการสร้างภาพ! นายไม่เข้าใจหรอก สร้างภาพเนียนกริบแบบนี้ แฟนคลับเลยเชื่อสนิทใจ นี่แหละมือโปร’
‘แถมแฟนคลับเขายังโพสต์รูปที่เขาใส่เสื้อยืดมหา’ลัย T แล้วแท็กหาเขาด้วย เขาก็กดไลค์ นั่นไม่ได้เรียกว่าการยอมรับเหรอ’
‘งั้นฉันลองไปหยั่งเชิงในเวยป๋อเขาหน่อย ตอนนี้เรื่องนี้ยังไม่ถูกเปิดเผยในเน็ต ฉันไปเผือกที่อื่นมา เดาว่าฝั่งแฟนคลับจือสั่วนั่นแหละเป็นคนปล่อยข้อมูล พรุ่งนี้ก่อนงานคอมมิกพวกนายจะเริ่ม แฟนคลับจือสั่วต้องถล่มเขาจนจมดินแน่ๆ!’
‘ข่าวนี้น่าสนุกเกินไปแล้ว…’
‘ไปถามหยั่งเชิงมาแล้ว! เมื่อกี้ฉันใช้แอ็กหลุมส่งข้อความหาเขา แกล้งทำเป็นเด็ก ม.ปลาย ปีสามขอคำแนะนำว่าจะสอบเข้ามหา’ลัย T แบบเขาได้ยังไง เขาตอบกลับฉันด้วย! [รูปภาพ]’
จากนั้นทุกคนก็เปิดภาพแคปหน้าจอดู
‘ข่าข่า~ ฉันเป็นเด็ก ม.ปลาย ปีสาม ตอนนี้คะแนนรวมราวๆ หกร้อย อยู่ท็อปยี่สิบของชั้นปี ฉันอยากติดมหา’ลัย T ของพวกพี่มากๆ เลย ข่าข่าพอจะแนะนำเรื่องเรียนได้ไหม ขอบคุณนะ~’
ทางนั้นให้คำแนะนำมาหลายอย่างจริงๆ แต่ทุกคนก็ไม่ได้อ่านอย่างละเอียด
‘ขอบคุณนะข่าข่า~ ไม่คิดเลยว่าพี่จะตอบฉันด้วย ไว้ฉันสอบติดมหา’ลัย T ก็จะได้เจอข่าข่ากับตาตัวเองในมหา’ลัยแล้วใช่ไหม~ ดีมากเลย! ฉันชอบข่าข่ามาก!’
‘ขอบคุณที่ชอบนะ~ [น่ารัก] หวังว่าเดือนกันยายนปีหน้าจะได้เจอเธอที่มหา’ลัย T นะ ตั้งใจเรียนล่ะ!’
ข้อความนี้ซุนเหวินเฮ่าเป็นคนพิมพ์ตอบ บางครั้งพอเห็นข้อความน่ารักๆ แบบนี้จากแฟนคลับเขาก็อดที่จะตอบกลับไปไม่ได้ ส่วนข้อความสุดจะทนพวกนั้นเขาจะบล็อกและไม่สนใจ
ทั้งกลุ่มพากันส่งข้อความมาเป็นจำนวนมาก
‘แม่ง สร้างภาพอย่างที่คิดเลย!’
‘เดี๋ยวจะมีคนเละไม่เป็นท่าแน่…’
‘คราวนี้มหา’ลัย T น่าสงสารจัง โดนเด็กมหา’ลัย Y สวมรอยแล้ว…’
‘ฝ่ายจัดงานคงเชิญเขาเพราะเป็นเด็กมหา’ลัย T สินะ เขาเพิ่งมีรูปคอสเพลย์ออกมาแค่สองเซ็ตเอง ยังไม่นับว่าเป็นคนในวงการด้วยซ้ำ เห็นข้อดีของการสร้างประวัติการศึกษาสูงๆ เลย’
‘ทั้งซื้อของมือสอง ทั้งสร้างภาพลักษณ์สูงส่ง นี่มัน…น่าขยะแขยงสุดๆ!’
‘หมีลู่ยังจะบอกว่าเขาเป็นคนดีอีกเหรอ ทั้งหมดมันเสแสร้งทั้งนั้น อย่าไปพักห้องเดียวกับเขาเชียวนะ’
‘ฉันปักธงไว้เลย พรุ่งนี้เขาต้องเละไม่เป็นท่าแน่! ถ้าเขาเป็นเด็กมหา’ลัย T จริง ฉันจะไลฟ์สดกินขี้ให้ดู!’
คนที่พิมพ์ประโยคนี้ก็เป็นคอสเซอร์คนหนึ่งที่มีเงินให้ใช้จ่ายเล่นๆ แต่หน้าตาไม่ได้ดีมาก เรียกว่าเป็นเกรียนออนไลน์ชื่อดังและยังเป็นสตรีมเมอร์สุดฮอตบนอินเตอร์เน็ตที่ไลฟ์ด่าคนโดยเฉพาะ
หมีลู่ไม่กล้าพิมพ์อะไรในกลุ่มนี้อีกแล้ว เขาเงยหน้ามองถุงขนมหลายห่อที่ข่าข่าให้เขา ก่อนจะโยนลงถังขยะแบบส่งๆ
ในเวลาเดียวกันเซวียโย่วข่าที่ไม่ได้คลุกคลีกับวงการก็ไม่รู้อะไรเรื่องเลย ตอนนี้เขาได้ออกไปกินข้าวและเดินเล่นข้างนอกกับเฉิงอวี้
เฉิงอวี้รับสายโทรศัพท์จากเพื่อนร่วมวงที่โทรมาถามว่าเขาอยู่เซี่ยงไฮ้หรือเปล่า แล้วพักที่ไหน
“ไม่ต้องห่วงฉัน ซ้อมใหญ่เทศกาลดนตรีวันมะรืนฉันจะไปให้ตรงเวลา”
ทั้งสองเดินเล่นแถวริมแม่น้ำหวงผู่กันสักพัก แต่เพราะอากาศหนาวเกินไป ประกอบกับพรุ่งนี้มีตารางงาน เลยกลับโรงแรมกันตั้งแต่สามทุ่มครึ่ง
ตอนพวกเขาออกไปก็มีพนักงานเข้ามาปูที่นอนให้แล้ว แถมยังส่งแชมเปญ ช็อกโกแลต และน้ำมันหอมระเหยมาให้ที่ห้องด้วย เมื่อเซวียโย่วข่าอ่านคำแนะนำในการ์ดก็พบว่ามันเป็นกลิ่นลาเวนเดอร์ที่ช่วยในเรื่องของการนอนหลับ
พวกเขาสองคนผลัดกันเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ เซวียโย่วข่าเพิ่งเคยเจอคนที่อาบน้ำสามครั้งต่อวันเป็นครั้งแรก เลยเริ่มสงสัยว่าเฉิงอวี้มีโรคที่ไม่สะดวกใจจะบอกใครหรือเปล่า เช่นกลิ่นตัวแรงอะไรแบบนั้น แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าคืนนั้นที่ไปกางเต็นท์ด้วยกัน เขาได้กลิ่นแต่กลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้จันทน์จากตัวของเฉิงอวี้
เขาไม่เคยได้พักโรงแรมที่ดีขนาดนี้มาก่อน กลิ่นหอมในโรงแรมกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกายก็ดีมาก เขาเจอแม้กระทั่งถุงคลุมอ่างอาบน้ำแบบใช้แล้วทิ้ง รวมถึงบาธบอมบ์ในกระเป๋าเครื่องสำอางด้วย
ว้าว…ของพวกนี้คงไม่ได้เก็บเงินเพิ่มหรอกนะ
เซวียโย่วข่าเอ่ยถาม “ของในถุงอาบน้ำนี่ผมใช้ได้หมดเลยเหรอ”
“แน่นอน” เฉิงอวี้ตอบ
“แล้วตอนเช็กเอาต์เขาจะคิดเงินเพิ่มหรือเปล่า”
“ไม่คิด นายใช้ได้เลย”
ทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองที่เจริญรุ่งเรืองด้านนอกทำให้เซวียโย่วข่าตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ตอนอยู่ในหอพักมหาวิทยาลัยเขาไม่เคยเห็นวิวกลางคืนที่สวยขนาดนี้มาก่อนเลย
แม้แต่คืนนั้นที่ไปดูวิวกลางคืนบนชั้นดาดฟ้าโรงแรมฮอลิเดย์ก็ยังสวยสู้ที่นี่ไม่ได้
เพียงแต่อ่างอาบน้ำดันอยู่ข้างเตียง ซ้ำยังเป็นเตียงของเฉิงอวี้อีกต่างหาก
แบบนี้มัน…
เซวียโย่วข่าถือถุงคลุมอ่างอาบน้ำ บาธบอมบ์ รวมทั้งเกลืออาบน้ำออกไป
ขณะนั้นเฉิงอวี้กำลังถือไม้กลองคู่หนึ่งอยู่ในมือแล้วเคาะในอากาศ
เซวียโย่วข่าเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะเริ่มปูถุงคลุมอ่างอาบน้ำ
ความจริงมันเป็นแค่แผ่นพลาสติก แต่ก็ใหญ่พอจะคลุมอ่างอาบน้ำได้ทั้งหมด เพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องสุขอนามัย
ทันใดนั้นเฉิงอวี้ก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ “เซวียหมี่หมี่ นายจะลงไปแช่น้ำเหรอ”
“อืม วิวกลางคืนด้านนอกมันสวยนี่นา…” ถ้าไม่แช่น้ำก็เสียของแย่ คืนละตั้งสามพันหยวนแน่ะ สามพันหยวนเลยนะ!
เซวียโย่วข่าพิจารณาความกว้างและความลึกของอ่างอาบน้ำ ก่อนจะพบว่ามันค่อนข้างใหญ่
นอกจากนี้เขายังรู้สึกเกรงใจนิดๆ ถ้าตัวเองใช้อ่างอยู่คนเดียว มันก็จะดูเหมือนกับว่าเขาไม่เกรงใจอีกฝ่ายมากเกินไปหน่อย เพราะสุดท้ายแล้วค่าห้องเขาก็ไม่ได้ออก แค่เลี้ยงซาลาเปาไข่ปูเฉิงอวี้เพียงเท่านั้น
เขาลูบใบหู ก่อนจะถามเสียงเบา “พี่เฉิงอวี้ คือว่าพี่อยากจะ…แช่ด้วยกันไหม”
* หอไข่มุก (Oriental Pearl Tower) คือหอคอยที่ถือเป็นแลนมาร์กสำคัญของเซี่ยงไฮ้ โครงสร้างมีลักษณะเด่นเป็นโดมทรงกลมหลากหลายขนาดที่เรียงซ้อนกันตามแนวยาวของหอคอย เป็นเหมือนเม็ดไข่มุกที่เรียงลงมา
บทที่ 37
เฉิงอวี้ดูอึดอัดแบบที่สังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า ระหว่างมองอีกฝ่ายก้มตัวลงไปในอ่างน้ำก็ได้ยินคำชวนด้วยน้ำเสียงจริงใจ แถมยังมีความเขินอายเล็กน้อย ทำเอาเฉิงอวี้ถึงกับไปไม่เป็น จนต้องเบือนหน้าหนีทั้งคอแดงเถือก
“เซวียหมี่หมี่ นายยังไม่บรรลุนิติภาวะนะ!”
“ไม่บรรลุนิติภาวะแล้วไงครับ” เซวียโย่วข่าพูด “ไม่บรรลุนิติภาวะแล้วห้ามแช่น้ำกับผู้ใหญ่หรือไง”
เขาพอจะเข้าใจได้ เฉิงอวี้คงเป็นพวกกลัวเชื้อโรค ดังนั้นจึงไม่เซ้าซี้ต่อ ทั้งนี้คาดว่าคงต้องใช้เวลาอีกสิบนาทีกว่าจะรองน้ำจนเต็มอ่าง เขาเลยนั่งบนโซฟาข้างๆ ไปเสียเลย
เสียงน้ำไหลซ่าๆ ระดับน้ำในอ่างค่อยๆ สูงขึ้นเหมือนความรู้สึกตึงเครียดของเฉิงอวี้ที่แทบทะลักออกมาจากลำคอ
“เวลานายไปเปิดห้องกับคนอื่นก็ทำแบบนี้เหรอ”
“ผมไม่เคยเปิดห้องกับใคร มีแต่กับพี่นี่แหละ”
“กับเกาเชินก็เหมือนกันเหรอ” เฉิงอวี้ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ
“ผมจะไปเปิดห้องกับเกาเชินทำไม”
แสดงว่าเกาเชินไม่ทำอะไรกับเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
เฉิงอวี้อารมณ์ดีขึ้นทันที
เซวียโย่วข่าสังเกตเห็นสีหน้าเขา “พี่ไม่มาแช่ด้วยกันจริงๆ เหรอ เราใส่กางเกงในก็ได้นี่!”
ใครมันจะใส่กางเกงในแช่น้ำกันวะ!
เฉิงอวี้เอ่ยด้วยใบหน้าเย็นชา “ไม่เอา นายแช่เองเถอะ”
พอน้ำได้ระดับก็รูดปิดม่านหน้าต่าง ก่อนที่เซวียโย่วข่าจะค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าก้าวลงไปในอ่างน้ำ ต่อจากนั้นเขากะจะเอื้อมมือไปรูดม่าน แต่ก็ยื่นแขนไปไม่ถึง
“พี่เฉิงอวี้ พี่ช่วยผมเปิดม่านหน่อยได้ไหมครับ”
เฉิงอวี้ที่นอนหันหลังอยู่ได้ยินเข้าก็ลุกขึ้นมาแบบไม่ค่อยพอใจนัก สายตาพยายามหลบเลี่ยงไม่มองคนในอ่างอาบน้ำขณะไปเปิดม่านหน้าต่าง
ถึงแม้ว่าจะพยายามเบนสายตาเพื่อหลบเลี่ยง แต่ผิวและเรือนร่างที่แช่อยู่ในน้ำก็เหมือนตะขอเกี่ยวหางตาของเขาไปอยู่ดี
เฉิงอวี้เลยกลับไปนั่งบนเตียงแล้วปิดไฟ
“พี่ปิดไฟทำไมอะ” ตอนนี้เหลือเพียงแสงไฟจากห้องน้ำทำให้ภายในห้องมืดสลัว เซวียโย่วข่ามองเห็นใบหน้าและสีหน้าเฉิงอวี้ไม่ชัด เห็นเพียงโครงร่างเท่านั้น
“ฉันต้องพักตา”
พอปิดไฟแล้ววิวกลางคืนก็ยิ่งน่าหลงใหล
เซวียโย่วข่ามองอย่างเหม่อลอยพลางคิดในใจว่าต่อไปเขาจะซื้อคอนโดฯ สูงกลางเมืองสักแห่ง แล้วทำหน้าต่างสูงจากเพดานจรดพื้นแบบนี้และจะติดตั้งอ่างอาบน้ำอ่างใหญ่ๆ ด้วย
เฉิงอวี้เล่นไม้กลองในมือไปทั้งจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สายตาของเขามองไปทางเซวียโย่วข่า เจ้าเด็กนี่เงียบกริบ เห็นเพียงเค้าโครงเหนือไหล่ขึ้นไป ใบหน้าด้านข้างดูจดจ่อ ส่วนลึกในดวงตาดูเป็นประกายสะท้อนกับแสงหลากสีในยามราตรีเป็นพิเศษ
ในช่วงเวลาสิบกว่านาทีนั้นทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันเลย
เซวียโย่วข่าไม่ได้แช่น้ำนานนัก ตอนลุกขึ้นมาเฉิงอวี้ไม่ทันละสายตา ได้ยินเพียงเสียงน้ำรินไหลจากร่างกายอย่างรวดเร็ว เซวียโย่วข่ามองเห็นไม่ค่อยชัด เขาเอามือคลำขอบอ่างแล้วลุกขึ้นก้าวออกไป
“ระวังลื่น” เฉิงอวี้ชะงักไปสองสามวินาที ไม่นานก็ตั้งสติได้ เขาจึงเปิดไฟก่อนจะหันหน้าหนี
“ขอบคุณครับ” เซวียโย่วข่าเหยียบผ้ากันลื่น ก่อนจะพันผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป
หลังจากได้อาบน้ำดีๆ เซวียโย่วข่าก็หลับสนิท ส่วนเฉิงอวี้ที่นอนอยู่อีกเตียงกลับมีเรื่องให้คิดมากมาย
เช้าตรู่ ‘หัวหน้าห้องแซะ’ ได้ไลฟ์สดเล่าเรื่องซุบซิบที่ได้ยินมา แต่ไม่คิดว่าจำนวนคนดูไลฟ์สดจะลดฮวบ
‘ไม่สนุกเลย…ทำไมยังพูดเรื่อง XX ทำศัลยกรรมอยู่อีก ใครๆ ก็รู้ว่าเธอทำหน้ามา’
‘ถึงจะฟังมาหลายครั้ง แต่ก็ยังติดหูดีนะ’
‘ไม่อยากฟังเรื่องนี้แล้ว มีอะไรสนุกกว่านี้ไหม’
หัวหน้าห้องแซะนึกถึงเรื่องซุบซิบที่คนในกลุ่มขุดกันขึ้นมาทันที “มีเรื่องหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก อยู่ในวงการคอสเพลย์ น่าสนใจดี เลยไปเผือกมา”
‘เล่าเร็วๆๆ อยากฟัง!’
หัวหน้าห้องแซะหยิบมือถือขึ้นมา “พวกเธอรู้จักคอสเซอร์คนนี้ไหม ชื่อคอสเซอร์ข่าข่า”
‘ไม่รู้จัก…’
‘เดี๋ยวฉันไปเสิร์ชดู’
‘เหมือนฉันจะกดติดตามไว้นะ เป็นหนุ่มน้อยหน้าตาดีคนหนึ่งเลย’
บางคนดูข้อมูลเสร็จแล้วก็บอกว่า ‘เขายังเป็นเด็กมหา’ลัย T ด้วย สุดยอดเลย!’
ชื่อมหาวิทยาลัย T การันตีได้ว่าเป็นนักศึกษาที่ฉลาดที่สุดในประเทศ แถมยังมีออร่าเปล่งประกายติดตัวมาด้วย
หัวหน้าห้องแซะเห็นยอดคนดูไลฟ์สดเพิ่มขึ้นก็รู้สึกมีหวัง “พวกเธอคิดว่าเขาเป็นเด็กมหา’ลัย T ใช่ไหม”
‘หรือว่าจริงๆ แล้วไม่ใช่?’
หัวหน้าห้องแซะพูดต่อ “ใช่! เป็นเรื่องโกหก เดี๋ยวฉันเล่าให้ฟังก่อนว่าไปขุดมายังไง ตอนเดือนตุลาเขาแต่งเป็นนิค ไวลด์ในงานคอมมิกปักกิ่ง หางจิ้งจอกที่ใช้เป็นของมือสองในแอพฯ เสียนอวี๋…” หัวหน้าห้องแซะเล่าเรื่องที่เขามีปัญหากับจือสั่วด้วยน้ำเสียงซุบซิบนินทาเกินจริง คนดูไลฟ์ทั้งหลายก็ฟังอย่างเพลิดเพลิน แถมยังโดเนตให้สตรีมเมอร์คนนี้ไม่ขาด “แล้วแฟนคลับของจือสั่วก็ขุดๆ กันต่อ จนไปขุดได้จากเจ้าของร้านในเสียนอวี๋ว่าที่อยู่จัดส่งหางจิ้งจอกนิค ไวลด์อยู่ที่มหา’ลัย Y! จากนั้นก็มีนักศึกษามหา’ลัย Y ออกมายืนยันว่าข่าข่าคนนี้เป็นนักศึกษามหา’ลัยพวกเขา เคยเห็นเขาที่โรงอาหาร ตัวจริงกับในรูปไม่เหมือนกันเลยสักนิด หน้าตาแบบนี้…”
หัวหน้าห้องแซะเอาภาพมาโชว์ มันเป็นภาพแอบถ่ายเบลอๆ ผู้ชายที่ถูกแอบถ่ายตัวไม่สูง ไหล่แคบ ขาเรียวเหมือนแมงมุม ศีรษะโตตัวเล็ก และมีผมสีเหลืองที่ดูแห้งๆ
มันเป็นภาพที่สีซีดหลังจากผ่านการปรับแสงมาแล้ว
ความจริงรูปนั้นแทบจะมองเห็นไม่ชัดด้วยซ้ำว่าหน้าตาเป็นยังไง โดยเห็นแค่รางๆ ว่าหน้าตาไม่ค่อยดี
‘ที่แท้หน้าตาเป็นแบบนี้นี่เอง!’
‘นี่ไม่ใช่คนเดียวกันแล้วมั้ง!’
‘ไม่ใช่แน่ๆ…ฉันเคยดูคลิปนิค ไวลด์ที่พี่เขาโพสต์ เขาไม่ได้หน้าตาแบบนี้นะ’
‘เดี๋ยวนี้คลิปก็แต่งได้ไม่ใช่เหรอ ลองไปดูในโต่วอิน* สิ ถ้าไม่รู้คงนึกว่าคนทั้งประเทศหล่อสวยกันหมด ระดับแต่งรูปปลอมก็คงพอๆ กับเขานั่นแหละ!’
ในห้องไลฟ์เหมือนจะมีแฟนคลับคนหนึ่งเข้ามาแก้ต่างให้ข่าข่า
‘เขาเป็นเด็กมหา’ลัย T จริงๆ นะ!’
‘อย่าปล่อยข่าวลือเลย! @สับปะรดคาราเมลนมเกลือ นี่คือคุณหนูไฮโซจากมหา’ลัย T เธอยืนยันต่อสาธารณะตั้งนานแล้วว่าข่าข่าเป็นรุ่นน้องเธอ!’
“แค่กรอกประวัติการศึกษาว่าเป็นเด็กมหา’ลัย T ก็ถือว่าใช่แล้วเหรอ” หัวหน้าห้องแซะพูดโดยอาศัยหลักฐานที่มี “ข่าข่าก็แค่ของปลอม จะไม่เชื่อฉันก็แล้วแต่ ยังไงเดี๋ยวพรุ่งนี้เธอก็รู้เองแหละว่าเขาไม่มีทางเป็นนักศึกษามหา’ลัย T แน่”
แฟนคลับเริ่มโมโหตอบกลับว่า ‘ถ้าเขาเป็นเด็กมหา’ลัย T จริงล่ะจะทำยังไง’
“ฉันจะไลฟ์สดตัดเจ้านั่นโชว์เลย!”
ก่อนหน้านี้ไม่นานเขาเพิ่งพูดในกลุ่มว่าถ้าข่าข่าเป็นเด็กมหาวิทยาลัย T จริงจะไลฟ์สดกินอึให้ดู
เวลาที่เซวียโย่วข่าต้องออกไปทำกิจกรรมคือเที่ยงตรง แต่ต้องลุกมาแต่งหน้าเปลี่ยนชุดตั้งแต่เช้า
ฝ่ายจัดงานเอาใจใส่มาก โดยได้ส่งช่างแต่งหน้ามาที่โรงแรม อีกทั้งเมื่อคืนนี้ยังถามเซวียโย่วข่าว่าเขาจะแต่งหน้าในห้องพักหรือจะไปที่ห้องแต่งหน้าของโรงแรม
เซวียโย่วข่าตอบว่าจะไปที่ห้องแต่งหน้าของโรงแรม
เนื่องจากเฉิงอวี้เป็นคนเปิดห้อง เขาจึงไม่สามารถให้ช่างแต่งหน้าเข้ามาได้
ตอนแปดโมงครึ่ง หลังเขาใส่คอนแทกเลนส์เสร็จแล้วก็เปลี่ยนเป็นชุดคุราปิก้า จากนั้นจึงสวมเสื้อกันลมทับไว้ข้างนอก พอเห็นว่าเฉิงอวี้ยังหลับอยู่เขาก็ไม่ปลุก แค่ใช้กระดาษโน้ตของโรงแรมทิ้งข้อความเอาไว้ให้อีกฝ่ายว่า ‘ผมไปแต่งหน้าก่อนนะ!’
เขาแวะไปกินอะไรในห้องอาหารก่อนเล็กน้อย ในนี้มีคนอยู่เยอะมาก เซวียโย่วข่ารู้สึกเหมือนอยู่ในโลกสองมิติ แต่เขาไม่รู้จักใครเลย ต่อจากนั้นเขาก็ไปที่ห้องแต่งหน้า ข้างในยังมีแขกผู้มีเกียรติหลายคน ไม่ใช่แค่คอสเซอร์ แต่ยังมีอุไตเตะ** นักพากย์ที่มาแจกลายเซ็น รวมถึงนักวาดด้วย…
เซวียโย่วข่าเห็นหมีลู่รูมเมตของตัวเองเลยเข้าไปทักทาย ในขณะเดียวกันหมีลู่ดูอึดอัดนิดหน่อย อีกฝ่ายยกมือขึ้นแต่แล้วก็รีบลดลง ก่อนจะหันหน้าหนีแกล้งทำเป็นเหมือนไม่เห็นเขา
ต่อจากนั้นเซวียโย่วข่าก็ไปหาช่างแต่งหน้า
ช่างแต่งหน้าเอาแต่จับจ้องใบหน้าของเซวียโย่วข่าพลางคิดในใจว่าไม่ใช่ละ รูปแอบถ่ายที่หลุดมากับข่าวซุบซิบนั่น ทั้งที่ดูเป็นเด็กหัวโตแท้ๆ ทำไมตัวจริงถึงได้หน้าตาดีขนาดนี้ล่ะ…
แต่ถึงยังไงเรื่องที่ปลอมประวัติการศึกษาก็ยังไม่ได้ลบล้าง
ถึงอย่างนั้นช่างแต่งหน้าก็ชอบผู้ชายหน้าตาดี เลยไม่ได้ทำตัวแย่ใส่เซวียโย่วข่า กลับกันยังตั้งใจแต่งหน้าให้อย่างดี ต่อมาหลังจากขออนุญาตแล้วก็ถ่ายรูปไปสองรูปทั้งที่ยังแต่งหน้าไม่เสร็จ
ในกลุ่มช่างแต่งหน้า
‘หนุ่มคนนี้แหละคือข่าข่าที่โดนแฉวันนี้ หล่อมากๆ หล่อโคตรๆ ตัวจริงดูดีกว่าในรูปอีก ดูดีจนตะลึงไปเลย ไม่ใช่คนเดียวกับในรูปที่แอบถ่ายแน่’
‘แม่ง มุมอับยังหล่อขนาดนี้ได้ยังไง’
ช่างแต่งหน้าว่า ‘ฉันไม่ได้ใช้ฟิลเตอร์เลย ถ่ายกล้องสดระยะประชิด แถมยังมุมกว้างอีก เขาสูงอย่างน้อยร้อยแปดสิบเซ็นต์เลยมั้ง ไม่ใช่อย่างในรูปแอบถ่ายจริงๆ’
‘โอ้โห หล่อจริงด้วย ผิวก็ดีสุดๆ!’
‘แต่เรื่องปลอมประวัติการศึกษาคงจริงสินะ…’
‘ผู้ชายหล่อๆ แบบนี้ทำไมต้องปลอมประวัติการศึกษาด้วยนะ…’
‘เพราะอยากสร้างคาแร็กเตอร์น่ะสิ มหา’ลัย T กับมหา’ลัย Y ต่างกันเยอะนะ มหา’ลัย Y ก็แค่นักศึกษาเก่งทั่วไป แต่มหา’ลัย T คือโคตรพ่อโคตรแม่เด็กเรียน เป็นอัจฉริยะ คาแร็กเตอร์อัจฉริยะสุดหล่อ ใครแม่งก็ดังเปรี้ยงทั้งนั้น’
‘หวังว่าเขาจะออกมายอมรับความผิดเองนะ ถ้ายอมรับยังพอช่วยได้ แต่ถ้าเป็นตายยังไงก็ไม่ยอมรับเหมือนจือสั่วก็คือช่วยไม่ได้แล้ว’
‘เรื่องนี้แฟนคลับจือสั่วขุดขึ้นมาปะ โกหกหรือเปล่า…’
‘ว่ากันว่าเป็นเรื่องจริงนะ สตรีมเมอร์หัวหน้าห้องแซะเป็นคนพูด ถึงกับบอกว่าถ้าเขาเรียนมหา’ลัย T จริงจะไลฟ์สดตัดเจ้านั่นเลย ยังไงอีกฝ่ายก็เป็นเน็ตไอดอลคนดัง พูดแรงขนาดนี้คงเป็นเรื่องจริงแน่ๆ…’
‘แต่จือสั่วเองก็ไม่ได้ใสสะอาด เบื้องหลังเขาคงช่วยปลุกปั่นล่ะมั้ง คงอยากลากข่าข่าให้จมไปด้วยกัน’
ตอนแต่งหน้าเซวียโย่วข่ารู้สึกแปลกๆ เล็กน้อย ทำไมคนรอบๆ ถึงเอาแต่มองเขา มันไม่น่าจะใช่สิ เขาก็ไม่ได้หล่อขนาดนั้น
เซวียโย่วข่าไม่ได้อยู่ในกลุ่มวงใน โดยกลุ่มแรกที่เขาเข้าไปก็คือกลุ่มงานคอมมิกนี้ ซึ่งในนั้นมีแต่ข้อมูลที่เกี่ยวกับงาน ไม่มีใครคุยเล่นกัน
เมื่อเห็นเซวียโย่วข่าทำท่ามึนงง หมีลู่ก็เริ่มกังวลนิดๆ เขารู้สึกว่าเซวียโย่วข่าไม่ใช่คนเลว แต่ช่วงเวลาแบบนี้ก็ไม่อยากมีความสัมพันธ์อะไรกับอีกฝ่าย ก็ถ้าโดนหางเลขไปด้วยตัวเขาจะทำยังไงล่ะ
จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครบอกข่าข่าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีสายสัมพันธ์อะไรในวงการจริงๆ
ช่างแต่งหน้าตั้งใจแต่งหน้าให้เซวียโย่วข่ามาก โดยทั้งหน้าใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง และพอเซวียโย่วข่าใส่วิก ช่างแต่งหน้าก็อุทานออกมาทันที
“ว้าว…”
ผมทอง ดวงตาสีแดง
น่าตกตะลึงมาก!
ช่างแต่งหน้าอดคิดในใจต่อไม่ได้ว่าถึงจะมีข่าวเรื่องปลอมประวัติการศึกษาแล้วยังไง ขอแค่ไม่ไปยุ่งกับเรื่องลามกอนาจาร การพนัน และยาเสพติด เธอก็เป็นแฟนคลับเขาแล้ว หน้าตาโคตรดี เป็นหนึ่งในตัวท็อปของวงการเลย!
นอกจากนี้ตามสัมผัสจากมือของเธอตอนแต่งหน้า เขาไม่ได้ทำศัลยกรรมมาแน่นอน ทั้งเปลือกตา จมูก และคางล้วนเป็นของจริงทั้งหมด
เซวียโย่วข่าเพิ่งแต่งหน้าเสร็จก็รู้สึกว่าผลลัพธ์ใช้ได้ เขาชอบอะนิเมะเรื่อง ‘ฮันเตอร์ x ฮันเตอร์’ มาก ทั้งนี้ซุนเหวินเฮ่าเคยพูดไว้ว่า ‘ถ้านายเจอคนที่หน้าตาดีกว่านายหรือพอๆ กับนายมาแต่งเป็นคุโรโร่* แล้วจับคู่กัน งานนี้วงการคอสเพลย์ได้สะเทือนแน่’
แต่จะไปหาที่ไหนล่ะ
เขาไม่รู้จักใครสักคน
ในห้องแต่งหน้ามีหลายคนแอบมองเซวียโย่วข่า
“ไม่สิๆ ทำไมหล่อขนาดนี้ ภาพแอบถ่ายนั่นขี้เหร่มากไม่ใช่เหรอ!”
“หรือว่าจะเป็นข่าวปลอม!”
คนสองคนกระซิบกระซาบกัน “ถึงตัวจริงจะไม่ขี้เหร่ แต่ประวัติการศึกษานี้เป็นของปลอมแน่!”
“ถึงมหา’ลัย Y จะไม่แย่ แต่เพื่ออวดว่าตัวเองเป็นเด็กเรียนเก่งถึงกับสั่งซื้อเสื้อยืดมหา’ลัย T จากอินเตอร์เน็ตมาใส่ไปงานคอมมิกเลย น่าขยะแขยงชะมัด”
คำพูดนั้นดังพอให้เซวียโย่วข่าได้ยิน เขาชะงักไปทันที
มหา’ลัย T?
คนอื่นๆ ในห้องแต่งหน้าต่างก็ตกใจที่มีคนกล้าวิพากษ์วิจารณ์เสียงดังต่อหน้าเจ้าตัวขนาดนี้
พอหันไปมองคนคนนั้นก็เห็นว่าเป็นคอสเซอร์ชื่อดังหลีว์จวิน อีกฝ่ายเป็นเพื่อนในวงการที่ก่อนหน้านี้มักจะติดต่อกับจือสั่วบ่อยๆ เรียกได้ว่ากลุ่มนี้มีแต่พวกเคะสายยั่วทั้งนั้น
เซวียโย่วข่าเหลือบไปมองแค่ครั้งเดียว หลีว์จวินก็กลอกตาใส่ ทั้งที่อีกฝ่ายเป็นผู้ชายแต่กลับบีบเสียงพูดจนเหมือนผู้หญิง
“มองอะไร ตัวเองปลอมประวัติการศึกษายังจะไม่ให้พูดอีกเหรอ”
ทั้งห้องเงียบสนิท
ปลอมประวัติการศึกษา? ใครปลอม…
เซวียโย่วข่าเลยหยิบมือถือมากดค้นหา ก่อนจะเจอว่าโพสต์เวยป๋อที่ด่าเขาว่าปลอมประวัติการศึกษามาจากแอ็กเคานต์เล็กๆ ชื่อว่า ‘ข่าข่าแต่งรูปจนน่าขยะแขยง’
ตอนนี้โพสต์ที่ว่าถูกแชร์ไปกว่าพันครั้งแล้ว ทุกคนต่างพากันบ่น
[แต่งรูปก็แล้วไปเถอะ แต่ตัวจริงหน้าตาอย่างกับผีแบบนั้นยังมีคนตามอีกเหรอ ไม่เข้าใจเลย…แถมประวัติการศึกษาก็ปลอมอีก น่าขยะแขยงจริงๆ]
[ในที่สุดวงการคอสเพลย์ก็มีข่าวใหม่ที่ไม่ใช่เรื่องหลอกแฟนคลับซะที ข่าข่านี่คงเป็นเด็กใหม่สินะ รีบเกินไปจนรถคว่ำแล้ว…]
พออ่านไปได้ประมาณหนึ่งเซวียโย่วข่าก็เข้าใจทั้งหมด หางสุนัขจิ้งจอกของนิค ไวลด์ ซุนเหวินเฮ่าเป็นคนสั่งซื้อ เซวียโย่วข่าก็แค่โอนเงินให้อีกฝ่าย
ซุนเหวินเฮ่าน่าจะยังนอนอยู่เลยไม่รู้เรื่องนี้
เขาใจเย็นสุดๆ เพราะนี่เป็นการสร้างเรื่องใส่ร้าย เขาเป็นผู้บริสุทธิ์จะกลัวอะไร
เซวียโย่วข่าเปิดมือถือที่ค้างจนแทบไม่ไหวแล้วค้นหาภาพถ่ายแรกสุดขึ้นมา
หลังสอบเกาเข่า* ในวันที่ตรวจสอบผลการสอบเข้าได้ เหอเสี่ยวโหยวก็ซื้อโทรศัพท์เครื่องนี้ให้เขา โดยภาพแรกในเครื่องคือจดหมายตอบรับสุดหรูที่มหาวิทยาลัย T ตั้งใจออกแบบ ซึ่งเขาได้รับในอีกไม่กี่วันถัดมา
เขานั่งเซ็นเซอร์ข้อมูลแบบไม่ค่อยชำนาญสักเท่าไรอยู่ที่เดิม ก่อนจะตรวจสอบรูปภาพอีกรอบหนึ่งเงียบๆ จากนั้นก็โพสต์
คอสเซอร์ข่าข่า ผมไม่เคยพูดเรื่องประวัติการศึกษาของตัวเองเลย ไม่รู้ว่าข่าวมาจากไหน นี่คือภาพคะแนนสอบเกาเข่าของผมและจดหมายตอบรับจากมหา’ลัย T ส่วนที่อยู่รับของในมหา’ลัย Y นั่นคือที่อยู่เพื่อนผม พัสดุส่งไปที่ห้องของเขา การเอาข้อมูลคนอื่นมาเผยแพร่ถือว่าผิดกฎหมาย ขอแจ้งให้ทุกคนรับทราบนะครับ
ดูเหมือนจะมีหลายคนที่กำลังจับตารอดูเวยป๋อของเขาอยู่ พอโพสต์ชี้แจงออกไปปุ๊บก็ระเบิดกันทันที
[แม่งเอ๊ย พลิกล็อกแล้วเหรอ]
[คะแนนสอบเจ้าของแอ็กโคตรโหด นี่มันโหดไปไหม! 707? นี่มันจอหงวนชัดๆ!!]
[จดหมายตอบรับจากมหา’ลัย T…เมื่อไรฉันจะได้จดหมายตอบรับแบบนี้บ้าง จดหมายตอบรับนี่สวยเกินไปแล้ว]
[@หัวหน้าห้องแซะ ไอ้หมาตัวแสบ ออกมาตอนเจ้านั่นเลย!]
[นี่มันจดหมายตอบรับของมหา’ลัย T เวอร์ชั่นล่าสุดของปีที่แล้ว แสดงว่าเจ้าของแอ็กเป็นเด็กปีหนึ่ง]
ตอนแรกมีหลายคนเชื่อ แต่ไม่นานก็มีแอ็กเคานต์ที่โผล่มาเป็นกลุ่มอย่างกะทันหันเหมือนพวกมือปืนไซเบอร์*
[ไม่มั้งๆ นี่มันเชื่อได้เหรอ หาในเน็ตส่งๆ ก็เจอรูปจดหมายตอบรับของมหา’ลัย T แล้ว แถมในเว็บเถาเป่าก็ซื้อได้ สองร้อยกว่าหยวนเอง ส่วนภาพคะแนนสอบก็ตัดต่อได้นะ!]
[สมกับเป็นเทพตัดต่อ คะแนนสอบเกาเข่าก็ทำซะเนียนเชียว โชคดีที่ฉันตาดี ไม่อย่างนั้นคงโดนนายหลอกไปแล้ว]
[ตัดต่อแน่นอน!! คนที่เรียนออกแบบใช้เวลาแค่สิบนาทีก็แต่งรูปแบบนี้ได้แล้ว ฉันเองก็ทำเป็น!]
พอมีคนพูดเรื่องตัดต่อขึ้นมาก็ทำให้หลายคนแห่ไปเชื่อกันอีกรอบ แต่ในขณะที่กำลังจะตอบโต้ เซวียโย่วข่าก็ได้รับข้อความจากเถียนอ้าย
‘เพิ่งตื่น นายโดนแฉอีกแล้วเหรอ’
‘ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน…’
เถียนอ้ายถึงกับพับแขนเสื้อ รุ่นน้องที่นิสัยดีน่ารักขนาดนี้ยังมีคนใส่ร้ายเขาได้ลง ไอ้พวกเกรียนคีย์บอร์ดนี่สมองหายไปแล้วหรือไง
สับปะรดคาราเมลนมเกลือ ข่าข่าเป็นรุ่นน้องฉันนะ ขอบคุณมาก @หัวหน้าห้องแซะ ออกมาสิ ฉันรอให้นายตอนไอ้นั่นอยู่นะ ถ้าไม่ตอนฉันจะถือมีดไปตอนให้นายเอง! @ข่าข่าแต่งรูปจนน่าขยะแขยง ไอ้หนูเน่าตามท่อระบายน้ำ ชื่อจริงปะ รอรับจดหมายจากทนายความของฉันได้เลย!
ถึงเถียนอ้ายจะเป็นคุณหนูไฮโซชื่อดังของมหาวิทยาลัย T แต่ก็พูดตรงมาก เธออยากพูดอะไรก็พูดและไม่สนใจภาพลักษณ์สักนิด
ปกติเธอไม่ค่อยออกมามีเรื่องกับใคร แต่เพื่อปกป้องรุ่นน้อง เธอถึงกับออกมาสองครั้งแล้ว
คราวนี้ชาวเน็ตขาเผือกเริ่มขุดเธอบ้าง
[มีใครที่เป็นตัวแทนชั้นเรียนออกมาอธิบายหรือเปล่า นี่เป็นตัวแม่ไฮโซจากมหา’ลัย T จริงๆ เหรอ]
แต่ขุดไปขุดมาสักพักก็พบว่าเธอเป็นตัวแม่ไฮโซจากมหาวิทยาลัย T จริงๆ เพราะในรายชื่อผู้ติดตามมีทั้งแอ็กเคานต์ออฟฟิเชียลของชมรมถ่ายภาพมหาวิทยาลัย T และสภานักศึกษาของมหาวิทยาลัย T
ไม่นานชมรมถ่ายภาพมหาวิทยาลัย T ซึ่งเป็นแอ็กเคานต์ออฟฟิเชียลที่มีสัญลักษณ์ ‘V’ สีน้ำเงินยืนยันตัวตน โดยมียอดผู้ติดตามสองสามหมื่น แถมยังมีหน้าแรกเป็นภาพวิวทิวทัศน์แบบต่างๆ เป็นแอ็กเคานต์ที่ดูด้วยตาแล้วไม่ได้มีแฟนคลับมากมายก็ออกมาแชร์เวยป๋อชี้แจงของข่าข่าด้วย
ชมรมถ่ายภาพมหาวิทยาลัย T ข่าข่าเป็นสมาชิกของชมรมถ่ายภาพของเรา กรุณาหยุดใส่ร้าย หยุดขุดคุ้ยประวัติส่วนตัวและหยุดด่าทอเขาได้แล้ว!
ชาวเน็ตถึงกับอึ้ง ‘ทั้งหัวหน้าห้องแซะ’ และ ‘ข่าข่าแต่งรูปจนน่าขยะแขยง’ ต่างก็นิ่งเงียบ
[โห นี่มันแอ็กเคานต์ออฟฟิเชียลจริงๆ! นี่…นี่เป็นข่าวปลอมไปแล้ว!]
[เวลาเสพข่าวออนไลน์ต้องระวังจริงๆ มีแต่เรื่องแต่งเยอะแยะเต็มไปหมด โชคดีที่ออฟฟิเชียลออกมาเคลียร์…ไม่งั้นข่าข่าคงโดนใส่ร้ายจนไม่เหลือแล้วมั้ง]
[@หัวหน้าห้องแซะ เร็วๆ เลย ฉันรอดูนายตอนไม่ไหวแล้ว!]
[จือสั่วกับแฟนคลับหมอนั่นน่ารังเกียจจริงๆ มาสาดโคลนใส่ข่าข่าขนาดนี้…]
[เทียบกันแล้วข่าข่ามีสติใจเย็นมากเลยนะ พอเคลียร์ข่าวเสร็จก็ไม่สนใจว่าคนอื่นจะด่าว่าเขายังไง แถมไม่ไปด่าใครเลย]
[เป็นแฟนคลับแล้ว เป็นแฟนคลับแล้ว! หนุ่มน้อยอัจฉริยะ แถมยังหล่อมากด้วย!]
[วันนี้เขาอยู่ในงานจอยคอมมิกที่เซี่ยงไฮ้ใช่ไหม ฉันจะไปเดี๋ยวนี้! เห็นรูปเขาแล้วหล่อมากจริงๆ หน้าตาตรงสเป็กฉันเลย! แถมนิสัยยังอ่อนโยนอีก มีพี่สาวน้องสาวคนไหนจะไปด้วยกันไหม]
ในห้องแต่งหน้าเงียบจนผิดปกติ
ตอนนี้ไม่มีใครรู้สึกซับซ้อนไปมากกว่าพวกเขาที่กินเผือกอยู่แถวหน้าแล้ว
เมื่อครู่ทุกคนยังสงสัยเรื่องประวัติการศึกษาไม่เลิกอยู่เลย ทว่าตอนนี้กลับถูกตบหน้าอย่างรวดเร็ว ทุกคนเลยอดที่จะรู้สึกกระอักกระอ่วนไม่ได้ โดยเฉพาะหลีว์จวิน เขารีบส่งข้อความไปด่าจือสั่วรัวๆ
‘แกไปขุดข้อมูลบ้าอะไรมา! เขาเป็นเด็กมหา’ลัย T ของจริง ทำฉันขายหน้าแทบตาย มีคนตั้งเยอะเห็นฉันไปหาเรื่องเขา! ตอนนี้ทุกคนมองฉันเป็นตัวตลกหมดแล้ว!’
ต่อมาก็มีคอสเซอร์สองคนทำหน้าหนาเดินมาทักข่าข่าพร้อมกับขอเพิ่มเพื่อน
ในที่สุดหมีลู่ก็ทนไม่ไหวและได้ส่งข้อความมาหาเขา ‘ขอโทษนะ เมื่อคืนฉันได้ยินข่าวลือ เลยเข้าใจผิด…’ โดยเซวียโย่วข่าก็ตอบกลับไปแค่ว่า ‘ไม่เป็นไร’
เฉิงอวี้ตื่นขึ้นมาเห็นโน้ตที่ทิ้งไว้
ห้องแต่งหน้า?
เฉิงอวี้ยังไม่ได้กินข้าวเลยคิดว่าจะไปดูที่ห้องแต่งหน้าก่อน หลังจากโทรถามที่เคาน์เตอร์ต้อนรับเขาก็เดินไปทางนั้น
เขาไม่คิดว่าระหว่างทางจะได้ยินสัตว์ประหลาดที่เหมือนจะเป็นคอสเซอร์สองสามคนกำลังคุยกันอยู่ “จือสั่วนี่น่าขยะแขยงจริงๆ ใส่ร้ายข่าข่า…”
“ฉันเพิ่งเจอข่าข่าในห้องแต่งหน้า ตัวจริงข่าข่าหล่อโคตร! ส่วนจือสั่วนั่นฉันก็เคยเห็นตัวจริงมาแล้ว แต่งหน้าหนาอย่างกับกำแพงเมืองเลย…”
“ยังดีที่ข่าข่าออกมาเคลียร์แล้ว เป็นเด็กมหา’ลัย T ตัวจริง แถมมีแอ็กเคานต์ออฟฟิเชียลรับรองอีก ต่อไปใครก็คงไม่กล้าใส่ร้ายเขาแล้วมั้ง”
“เขาโดนด่ามาเยอะขนาดนั้น…น่าสงสารชะมัด”
“ตอนนี้โพสต์ที่ด่าเขาคงโดนรีพอร์ตจนลบหมดแล้วมั้ง ขอให้หนุ่มหล่ออย่าเสียใจไปเลยนะ”
“เขาดูเป็นคนเข้มแข็งอยู่นะ…”
ข่าข่า มหา’ลัย T โดนด่า
เฉิงอวี้ฟังคีย์เวิร์ดสามคำนี้พลางก้าวยาวๆ ไปทางห้องแต่งหน้า เขาหยิบมือถือมาเสิร์ชอินเตอร์เน็ต แล้วก็เจอมินิโปรแกรมของเวยป๋อ แต่ก็เห็นเนื้อหาเพียงแค่บางส่วน เพราะเขาไม่มีแอพพลิเคชั่นนี้เลยดูได้ไม่ครบ
ในห้องแต่งหน้า สตาฟฟ์ฝ่ายผู้จัดงานกำลังอธิบายตารางขึ้นเวทีโชว์ตัวในอีกสักครู่กับเขาอย่างสุภาพ แน่นอนว่าใครๆ ก็ชอบหนุ่มหล่ออัจฉริยะที่มารยาทดี
เซวียโย่วข่ากำลังถือตารางพลางฟังไปด้วย แต่จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวเงียบลงไปมาก คิดว่าคงมีข่าวลืออะไรอีกเลยเงยหน้าขึ้น
จากนั้นก็เห็นว่าเป็นเฉิงอวี้ ดูท่าอีกฝ่ายคงเพิ่งตื่น เห็นได้จากสีหน้าไม่สบอารมณ์และท่าทางเกียจคร้าน เขายืนพิงประตูห้องแต่งหน้าพร้อมกับร่างกายสูงชะลูดขายาว แม้จะถูกแยกออกไปอยู่นอกห้องแต่งหน้าที่สว่างไสว แต่กลับสะดุดตามาก
สายตาเย็นชาของเฉิงอวี้กวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะเห็นว่าทั้งห้องมีแต่พวกเจร็อก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังล็อกเป้าไปยังหนุ่มเจร็อกผมทองในชุดเสื้อคลุมจีนโบราณแบบสั้นสีน้ำเงินคนหนึ่งได้ในแวบแรก
เสื้อผ้านั่นเป็นของเซวียหมี่หมี่ที่เฉิงอวี้เพิ่งบอกว่าเชยชะมัดไปเมื่อคืน
ตอนเซวียโย่วข่าหันมามองเขา สายตาของเฉิงอวี้ก็หยุดนิ่งอยู่บนใบหน้าอีกฝ่ายครู่หนึ่ง ก่อนจะกระดิกนิ้วเรียก
เซวียโย่วข่าลุกขึ้นตามเขาออกไปทันที
“แม่เจ้า ผู้ชายโคตรหล่อคนนั้นเป็นแขกรับเชิญเหรอ ใครอะ ของชั้นยอดที่นานทีจะเจอสักครั้งเลยนะ!”
ในห้องแต่งหน้า ไม่ว่าจะหญิงหรือชายตอนนี้ต่างก็อึ้งกันไปหมด โดยเฉพาะพวกเกย์รับ ในใจถึงกับกรีดร้องว่าโอ้โห นี่มันรุกชั้นยอดเลย! ข่าข่านี่โชคดีจริงๆ!
“นายแต่งหน้าแบบนี้…”
เฉิงอวี้ยังไม่ทันพูดจบ เซวียโย่วข่าก็รีบต่อให้ “เชยชะมัดใช่ไหมครับ”
“…ก็พอใช้ได้” เฉิงอวี้ไม่ดูอะนิเมะ วัฒนธรรมคอสเพลย์ก็เป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถเข้าใจได้ ถึงจะพยายามลองดูและมองอย่างไม่มีอคติ แต่ในห้องแต่งหน้าก็ยังเต็มไปด้วยพวกประหลาดๆ อยู่ดี มีแต่เซวียหมี่หมี่ที่ไม่เหมือนใคร
เฉิงอวี้พูดความเห็นออกมาตามตรง “แต่ฉันก็ยังชอบเวลานายไม่แต่งหน้ามากกว่า” ถึงจะใส่ชุดบ้านๆ เขาก็รู้สึกว่าน่ารัก
ดวงตานี้ถูกแต่งแต้มจนแปลกเกินไป แถมยังเป็นสีแดงอีก
ต่อจากนั้นเซวียโย่วข่าก็ไปที่ห้องอาหารเช้ากับเฉิงอวี้
เฉิงอวี้ตักสลัดผักผลไม้มาส่งๆ แล้วชี้ไปที่ตาของเขา “ใส่ไอ้นี่แล้วไม่เจ็บตาเหรอ”
“ตอนนี้ยังโอเคครับ”
“พวกนายมีกิจกรรมกี่โมง”
“เริ่มเที่ยงครับ เดี๋ยวสิบเอ็ดโมงต้องไปรวมที่ล็อบบี้แล้ว”
เฉิงอวี้มองเวลา เห็นว่าเหลืออีกยี่สิบนาที “งั้นฉันไปกับนายละกัน”
“หา?” นี่ไม่เหมือนนิสัยของเทอร์โบเลย “พี่บอกว่ากลุ่มนั้นเป็นสัตว์ประหลาดไม่ใช่เหรอ แล้วพี่จะไปทำไม”
“ฉันอยากไป นายมีปัญหาเหรอ”
“ไม่มีครับ…” เซวียโย่วข่าก้มหน้าเงียบๆ
ทำไมพี่ถึงได้นิสัยเสียขนาดนี้นะ!
เฉิงอวี้นึกได้ว่าตัวเองพูดเสียงแข็งใส่เขาอีกแล้ว จึงกระแอมไปหนึ่งที ก่อนจะเลื่อนจานขนมหวานมาตรงหน้าเขา
“ตอนเช้ากินอิ่มหรือยัง กินอีกหน่อยสิ”
เซวียโย่วข่าส่ายศีรษะ เนื่องจากแต่งหน้าแล้ว และการเติมลิปสติกก็ค่อนข้างยุ่งยาก ถ้าจะกินอะไรก็ต้องอ้าปากกว้างๆ ซึ่งแบบนั้นมันน่าเกลียดจะตาย
เขารู้สึกไม่สบายตานิดหน่อยเลยยกมือขึ้นมาขยี้ พาให้เฉิงอวี้ตกใจ
ตอนเช้าวันนี้เซวียโย่วข่าเพิ่งโดนคนด่าในเน็ตมา แล้วตัวเองก็ดันมาทำตัวไม่ดีกับเขาอีก
เฉิงอวี้เหลียวมองไปรอบๆ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว และมุมที่พวกเขาเลือกนั่งก็ไม่มีใครอยู่
ต่อมาเฉิงอวี้ก็วางมีดกับส้อมลง ก่อนจะใช้ช้อนขนมตักครีมหนึ่งก้อนยื่นไปที่ปากเขา
กลิ่นเค้กกับครีมหอมมาก กระทั่งเซวียโย่วข่าต้องเงยหน้าขึ้นมาอย่างประหลาดใจ
“นี่ กินสิ”
เซวียโย่วข่าอ้าปากพลางมองไปยังใบหน้าที่ขึ้นสีแดงจางๆ อย่างบอกไม่ถูกของเฉิงอวี้ ในใจพลันคิดว่าคอนแทกเลนส์นี่ห่วยชะมัด มองอะไรก็แดงไปหมด เทอร์โบจะหน้าแดงได้ยังไงกัน
“เด็กดี กินเร็วเข้า”
ไม่รู้เพราะอะไรเซวียโย่วข่าถึงก้มหน้างับช้อนนั้นเข้าปากแล้วเลียจนเกลี้ยง จากนั้นก็มองเขา
เฉิงอวี้พลันรู้สึกว่าทั้งตัวร้อนผ่าวไปหมด โดยเฉพาะหน้าที่ร้อนมาก ทันใดนั้นสายรัดข้อมือก็เริ่มสั่นเตือน เขามีลางสังหรณ์ว่ามันกำลังจะแจ้งเตือนแล้ว
เวรๆๆ!
เฉิงอวี้หูแดงเถือก รีบโยนช้อนขนมแล้วลุกพรวด ก่อนจะทิ้งไว้หนึ่งประโยคว่า “ฉันไปเอาขนมปังนะ”
เขาเดินเร็วมาก ทิ้งให้เซวียโย่วข่านั่งงงๆ อยู่ที่เดิมพลางมองแผ่นหลังเขาที่กำลังเลือกขนมปัง
ขนมหวานของโรงแรมอร่อยมาก หวานกำลังดีไม่เลี่ยน
เซวียโย่วข่ารู้สึกอยากกินขึ้นมา เขาทนไม่ไหวจึงได้เลื่อนจานขนมหวานมาตรงหน้าตัวเองแล้วอ้าปากกว้างๆ กินเข้าไป
* โต่วอิน คือแพลตฟอร์มสำหรับสร้างและแบ่งปันวิดีโอสั้น ให้บริการในสาธารณรัฐประชาชนจีน และให้บริการในพื้นที่อื่นด้วยชื่อ TikTok
** อุไตเตะ (Utaite) มีที่มาจากคำสแลงภาษาญี่ปุ่น หมายถึงบุคคลที่สร้างสรรค์ผลงานเพลงและเผยแพร่ในแพลตฟอร์มอินเตอร์เน็ตต่างๆ โดยไม่เปิดเผยใบหน้าและชื่อจริง
* คุโรโร่ หรือคุโรโร่ ลูซิเฟอร์ (Chrollo Lucilfer) คือตัวละครจากการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องฮันเตอร์ x ฮันเตอร์ ซึ่งตัวละครคุโรโร่กับคุราปิก้านั้นมีปมความแค้นระหว่างกัน
* เกาเข่า คือการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของจีน
* มือปืนไซเบอร์ หมายถึงนักเขียนบนอินเตอร์เน็ตที่ได้รับการว่าจ้างให้เผยแพร่ข้อมูลที่มีเนื้อหาเฉพาะบนโลกออนไลน์
โปรดติดตามตอนต่อไป…
Comments
comments
No tags for this post.