X
    Categories: ทดลองอ่านพันคีรีกาลวสันต์มากกว่ารัก

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 7

หน้าที่แล้ว1 of 5

บทที่ 7

สองตาของนางกลอกมา ดวงตาจับนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเขา

เผยเซียวหยวนไม่ต้องการจะมองสบตากับนาง เขากำลังจะเบนสายตาไปแล้วค่อยพูดธุระก็พลันสังเกตเห็นว่าบนหน้าผากนางคล้ายมีรอยแผลเป็นอยู่รอยหนึ่ง สายตาพลันหยุดนิ่งโดยไม่รู้ตัว ในที่สุดก็เห็นชัดแล้ว

เป็นเช่นนั้นจริงๆ แสงอาทิตย์ยามสายัณห์ส่องสว่างรอยแผลเป็นให้เห็นอย่างชัดเจนไม่มีอะไรปิดบัง ลักษณะของมันคล้ายดาวดวงเล็กๆ ที่แหว่งเว้าดวงหนึ่ง นอนนิ่งอยู่เหนือหว่างคิ้วตรงกลางหน้าผากที่สะอาดหมดจดเป็นเงาวาวของนาง

“คุณชายเผยหาข้ามีเรื่องอันใดหรือ”

ข้างหูมีเสียงเอ่ยถามดังขึ้นอีกครั้ง เผยเซียวหยวนสะดุ้ง รีบถอนสายตากลับ

นางไม่ได้เชิญเขาเข้าไปข้างในอีก เขาเองก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม มีธรณีประตูกั้นกลางระหว่างเขากับนาง

“เมื่อครู่ข้าเพิ่งมาจากห้องหนังสือของท่านลุง ท่านลุงได้บอกเรื่องที่เจ้าไปพบเขาเมื่อเช้ากับข้าแล้ว” เขาเอ่ยปากขึ้น สีหน้าสุขุมเยือกเย็น “ข้าตั้งใจมาที่นี่เพราะอยากจะบอกกับเจ้า ทุกอย่างแล้วแต่ความปรารถนาของเจ้าเป็นสำคัญ ข้าอย่างไรก็ได้”

เยี่ยซวี่อวี่ยอบตัวคารวะบุรุษที่อยู่นอกประตูผู้นั้นอย่างนอบน้อม “ทั้งหมดเป็นความผิดของข้า เผยกงกับคุณชายเผยไม่ตำหนิ นับว่าข้าโชคดีเป็นอย่างยิ่งแล้ว”

เขายกมือขวาให้นางเล็กน้อย แสดงท่าทีบอกนางว่าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้

“เรื่องนี้เจ้าก็ไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ คิดเสียว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นับจากนี้ไปเจ้าก็จงถือว่าที่นี่เป็นบ้านของตนเอง นอกจากนี้ข้ามีอีกเรื่องหนึ่งอยากจะหารือกับเจ้า”

“คุณชายเผยเชิญกล่าว”

“จำได้ว่าสมัยเด็กเจ้าเคยติดตามท่านปู่ของเจ้ามาที่นี่ เห็นได้ว่าเจ้ากับสกุลเผยเรามีวาสนาต่อกันไม่น้อย ท่านลุงของข้าเห็นเจ้าเป็นคนในครอบครัวคนหนึ่ง ข้าเองก็คิดเช่นนั้น ข้าโตกว่าเจ้าเล็กน้อย ถ้าเจ้าเต็มใจ ต่อไปก็เห็นข้าเป็นพี่ชาย เจ้าก็เป็นเช่นน้องสาวของข้า เราเรียกกันเป็นพี่ชายน้องสาว เจ้าเห็นเป็นเช่นไร”

เผยเซียวหยวนบอกจุดประสงค์ในการมาอย่างชัดเจน เห็นนางเหมือนงงงันไปพลางมองมาที่ตน ไม่ได้ตอบในทันที เข้าใจว่านางยังไม่ได้สติกลับคืนมา

เขาจึงผงกศีรษะให้นางเล็กน้อย ใบหน้าเผยรอยยิ้มออกมา ใช้ท่วงทำนองการพูดที่นุ่มนวลที่สุดที่เขาสามารถพูดออกมาได้บอกกับนาง

“ในครอบครัวข้าอยู่ลำดับที่สอง เดิมมีพี่ชายญาติผู้พี่ร่วมสกุลอีกคนหนึ่ง ซึ่งก็คือบุตรชายของท่านลุง แต่ตอนที่ข้ายังเล็กเขาก็พลีชีพเพื่อบ้านเมืองไปแล้ว มาวันนี้ถ้ามีน้องสาวเช่นเจ้าเพิ่มมาอีกคนก็เหมือนได้ชดเชยสิ่งที่น่าเสียใจ นับเป็นโชควาสนาอันยิ่งใหญ่ของข้าผู้แซ่เผย” เขากล่าวจบก็มองหญิงสาวที่อยู่ด้านตรงข้ามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

เยี่ยซวี่อวี่ลังเลอยู่ชั่วขณะ สุดท้ายก็ยังคงแสดงความเคารพอีกครั้ง เปลี่ยนมาเรียกพี่ชาย

“พี่ชายอยู่เบื้องบน โปรดรับการคารวะจากข้า”

“น้องสาวรีบลุกขึ้น ต่อไปกับข้าไม่จำเป็นต้องเกรงใจ”

เผยเซียวหยวนก้าวเท้าเข้ามาหานางก้าวหนึ่ง แต่ถึงที่สุดแล้วก็ยังคงไม่ได้ก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป ครั้งนี้ยื่นสองมือออกมาทำท่าประคองนางให้ลุกขึ้น โดยอยู่ห่างจากนางราวครึ่งช่วงแขน

เยี่ยซวี่อวี่ทำความเคารพเขาอย่างพิถีพิถันเป็นทางการเสร็จจึงได้เหยียดร่างขึ้น

เวลานี้ทั้งสองก็นับว่ายอมรับกันและกันเป็นพี่ชายน้องสาวแล้ว พิธีรีตองเสร็จสิ้น สายตาสองคู่มองสบกัน ชั่วขณะนั้นต่างนิ่งเงียบลง

จุดประสงค์ในการมาของเผยเซียวหยวนก็คือเรื่องนี้ เวลานี้จุดประสงค์ลุล่วงโดยราบรื่นแล้ว เขาเห็นว่าตนเองควรจากไปได้เสียที แต่ถ้าจากไปเช่นนี้เหมือนจะฉับพลันกะทันหันไปสักหน่อย หรือหากไม่จากไปเขาก็ไม่รู้ว่าตนยังจะพูดอะไรได้อีก ในใจจึงหวังว่านางจะเปิดปากขึ้นก่อน ทว่านางก็คล้ายไม่อยากพูดยิ่งกว่าเขาเสียอีก

แล้วก็เป็นเช่นนี้ เผยเซียวหยวนกับน้องสาวที่เขาเพิ่งยอมรับใหม่ยืนประจันหน้ากันโดยมีธรณีประตูกั้นขวาง เขาเองก็ไม่อาจเอาแต่มองนัยน์ตาคู่นั้นของนางอยู่ตลอด สายตาจำต้องหลุบต่ำลง จับนิ่งอยู่ที่แสงอาทิตย์ยามสายัณห์ที่สาดส่องอยู่ระหว่างพวกเขาทั้งสองและโอบล้อมเงาร่างของนางไว้อย่างอ่อนโยนละมุนละไม

ในลำแสงคล้ายมีดินแดนลึกลับปรากฏขึ้น ละอองฝุ่นนับพันนับหมื่นลอยว่อน มองเห็นได้อย่างชัดเจน ในบรรยากาศที่เงียบสงบไร้สุ้มเสียงนี้หูของเขาราวกับได้ยินเสียงแผ่วเบาคล้ายมีคล้ายไม่มีที่มาจากลมหายใจของนางสองสามครั้ง ทำอย่างไรก็ไม่จางหายไป ชั่วขณะนั้นเหมือนเวลาเดินช้าลงจนรู้สึกทรมาน

คล้ายเวลาผ่านไปนานมากแล้ว หรืออาจจะเป็นเพียงความรู้สึกลวงของเขาเท่านั้น ฉับพลันนั้นในที่สุดเผยเซียวหยวนก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ ยกมือขึ้นตบหน้าผากตนเองเบาๆ

“ดูข้า เมื่อครู่เอาแต่คิดว่าจะรับเจ้าเป็นน้องสาวอย่างไร กลับลืมเตรียมของขวัญแรกพบให้กับเจ้า น้องสาวอยากได้อะไร บอกพี่ชายมาได้เลย”

เยี่ยซวี่อวี่มองเขาแล้วหัวเราะ ส่ายศีรษะบอก “เผยกงกับพี่ชายดีต่อข้าเช่นนี้ ก็เป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ข้าเคยได้มาแล้ว” นางนิ่งเงียบไปเล็กน้อย มองธรณีประตูที่อยู่เบื้องหน้าเขา ขยับตัวเดินออกจากลำแสงสายนั้น นางถอยไปที่ด้านข้าง ยิ้มพลางเชิญเขาเข้ามานั่งสนทนากันข้างใน

เผยเซียวหยวนโบกไม้โบกมือ “ข้าไม่เข้าไปแล้ว ในเมื่อเป็นอย่างนี้ เช่นนั้นก็ติดค้างไว้ชั่วคราว รอหลังจากนี้น้องสาวคิดได้แล้วค่อยบอกข้า อย่าได้เกรงอกเกรงใจข้าเป็นอันขาด”

“เจ้าค่ะ ข้าจดจำไว้แล้ว ขอบคุณพี่ชาย”

เผยเซียวหยวนพยักหน้า หันหน้าไปมองปุยเมฆดุจขนนกบนท้องฟ้ายามค่ำเหนือกำแพงด้านตะวันตกที่สีสันเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้น

“ค่ำแล้ว พี่ชายไม่รบกวนเจ้าแล้ว ต่อไปถ้าเจ้ามีเรื่องอะไรก็บอกพี่ชายได้เลย ข้าขอตัวไปก่อน”

“พี่ชายเดินดีๆ เจ้าค่ะ”

เยี่ยซวี่อวี่ก้าวออกจากธรณีประตูตามไปส่งหลายก้าว เผยเซียวหยวนก็แสดงท่าทีให้นางกลับเข้าไป

เยี่ยซวี่อวี่ไม่ได้เดินต่อไปอีก นางหยุดฝีเท้ายืนอยู่นอกธรณีประตู มองส่งชายหนุ่มที่สาวเท้ายาวๆ ออกจากประตูลานจนเงาด้านหลังหายลับไป

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นผู้คนในจวนผู้ว่าการเขตยังไม่คลายจากความตื่นเต้นเรื่องงานมงคลที่เพิ่งได้รับรู้เมื่อวานนี้ ตอนกลางวันก็มีข่าวใหม่ล่าสุดอีกเรื่องที่เพิ่งรู้เมื่อคืนนี้แพร่กระจายออกมา คุณชายเผยกับแม่นางน้อยเยี่ยที่เดิมเล่าลือว่าพวกเขาจะแต่งงานเป็นสามีภรรยากันถึงกับต่างผูกสัมพันธ์เป็นญาติกันแล้ว กลายเป็นพี่ชายกับน้องสาว

ตอนแรกทุกคนต่างไม่เชื่อ แต่ไม่นานเฮ่อซื่อก็มีคำพูดออกมาในคืนนั้นเลย บอกว่าแม่นางน้อยเยี่ยมาครั้งนี้เดิมก็เพื่อพึ่งพาญาติ ส่วนเรื่องแต่งงานเป็นเรื่องที่ท่านผู้ว่าการเขตจัดการให้คุณชายเผยต่างหากในช่วงก่อนนี้ บังเอิญทั้งสองเรื่องเกิดขึ้นมาใกล้ๆ กันพอดีจึงเล่าลือกันออกไปผิดๆ และมีคำสั่งให้คนในบ้านห้ามพูดถึงเรื่องนี้อีกโดยเด็ดขาด ยิ่งไม่อนุญาตให้พูดจาสุ่มสี่สุ่มห้าอีก

มีคนไม่รู้เรื่องภายในเข้าใจว่าเป็นเรื่องจริง แต่ก็มีคนรู้สึกว่ามีเลศนัย อย่างเช่นชิงโถว

เขาจำได้อย่างชัดเจน เมื่อวานตอนพลบค่ำคุณชายเผยกลับจากล่าสัตว์และตนเข้าไปแสดงความยินดีกับอีกฝ่าย ยามเขาเอ่ยถึงแม่นางน้อยเยี่ย ท่าทีของคุณชายเผยในตอนนั้นเห็นชัดว่ายอมรับเรื่องการแต่งงานแล้ว เหตุใดพอนอนหลับตื่นขึ้นมาแม่ไก่แก่ก็กลายเป็นเป็ด* ไปเสียแล้ว แต่ในเมื่อเฮ่อซื่อพูดเช่นนี้แล้วเขาย่อมไม่กล้าปากมากพูดอะไรอีก วันนี้ตอนเช้าตรู่ฟ้าเพิ่งเริ่มสางก็เห็นคุณชายเผยออกจากบ้านไปตามลำพัง เขาจึงทำเป็นไม่เห็น รอคนไปแล้วถึงพบว่ามีนกสาลิกาปีกดำท้องขาวหลายตัวบินมาเกาะอยู่บนกำแพงข้างประตูใหญ่ ส่งเสียงจิ๊บๆ จ๊าบๆ หนวกหูยิ่ง ครั้งนี้เขาจึงไม่เกรงใจแล้ว หยิบก้อนดินมาหลายก้อนขว้างไล่นกไป

เฉิงผิงเมื่อคืนนอนพักในจุดพักม้า ยามนี้น่าจะยังกอดผ้าห่มนอนอยู่ เผยเซียวหยวนตื่นและออกจากบ้านไปแต่เช้าเช่นนี้ก็ด้วยต้องการจะไปตรวจสอบทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตนเองอีกครั้งก่อนเฉิงผิงจะออกเดินทางในวันนี้ จะได้ไม่ออกเดินทางไปแล้วค่อยพบว่ามีอะไรตกหล่น จะหามาเพิ่มเติมก็ไม่สะดวก

เผยเซียวหยวนขี่ม้ามาถึงที่ตั้งค่ายนอกเมืองก็เห็นคนผู้หนึ่งเดินเข้ามาหาเขาด้วยรอยยิ้ม เป็นเหอจิ้น

เหอจิ้นต้องคุ้มกันและส่งเฉิงผิงออกจากกานเหลียง นั่นเป็นเหตุผลที่เขามาถึงเร็วกว่าเผยเซียวหยวน เข้ายามอิ๋น* เขาก็มาถึงแล้ว ทั้งยังตรวจสอบความเรียบร้อยทั้งหมดแล้วด้วย เพียงรอให้เฉิงผิงมา

เมื่อเห็นเผยเซียวหยวนปรากฏตัวขึ้น เหอจิ้นก็เอ่ยว่า “เหตุใดคุณชายต้องเหน็ดเหนื่อยเช่นนี้ ยังต้องมาด้วยตนเองตั้งแต่เช้าตรู่ หรือยังไม่วางใจให้ข้าทำงาน?”

เผยเซียวหยวนมองไปรอบๆ ธงทิวเด่นชัด แถวขบวนเป็นระเบียบเรียบร้อย ยุทโธปกรณ์และเสบียงอาหารทุกอย่างล้วนมีเพียงพอ

“เป็นเพราะข้าตื่นขึ้นมาแล้วไม่มีอะไรทำจึงออกมาขี่ม้าเสียเลย ถือเสียว่าปลุกม้าให้ตื่น”

เหอจิ้นหัวเราะ “หรือคุณชายเป็นเช่นที่เขาพูดกัน คนพอเจอเรื่องมงคลจิตใจก็สดใส เป็นข้าที่โง่เขลาเกินไป รับแม่นางน้อยเยี่ยมาตลอดทางกลับไม่รู้เรื่องเลย เมื่อวานเพิ่งได้ยินข่าว ข้ารู้เรื่องมงคลของคุณชายกับแม่นางน้อยเยี่ยแล้ว ขอแสดงความยินดีกับท่านด้วย ขออำนวยอวยพรให้คุณชาย แม่นางน้อยกับคุณชายเป็นคู่ที่สวรรค์สรรค์สร้างมาอย่างแท้จริง เหมาะสมกันอย่างยิ่ง แต่ไม่ทราบว่าคุณชายจะแต่งงานวันใด เมื่อถึงวันนั้นข้าเหล่าเหอจะดื่มสุราให้สาสมใจสามร้อยจอก ไม่เมาไม่กลับ!”

กลุ่มทหารที่อยู่รอบๆ ที่เหอจิ้นพามาถือโอกาสเข้ามาห้อมล้อมพลางเออออตามคำพูดของเหอจิ้น ต่างกล่าวแสดงความยินดีกับเผยเซียวหยวนคนละคำสองคำ คิดว่าถึงตอนนั้นทุกคนน่าจะได้อาศัยใบบุญร่วมดื่มสุราด้วย ไม่มีใครไม่ตื่นเต้นดีใจ…

ที่แท้ข่าวคราวของพวกเขาไม่รวดเร็วเท่ากับคนในจวนผู้ว่าการเขต ความคืบหน้าล่าสุดยังมาไม่ถึง

เผยเซียวหยวนคิดไม่ถึงว่าตนออกมาแต่เช้ากลับต้องมาเจอสถานการณ์เช่นนี้ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่ใบหน้ายังคงทำเหมือนไม่มีเรื่องอะไร

“เกรงว่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน แม่นางน้อยเยี่ยมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยาวนานกับสกุลเผยเรา ครั้งนี้นางมาที่นี่เพียงเพื่อพึ่งพาญาติ ที่พูดกันเรื่องการแต่งงานนั้นไม่มีมูลความจริง ข้ากับนางเรียกหากันเป็นพี่ชายน้องสาวแล้ว พวกเจ้าโปรดอย่าแพร่ข่าวลืออันเป็นเท็จออกไป ทำลายชื่อเสียงน้องสาวบุญธรรมของข้า”

ทุกคนมองหน้ากันอย่างกระอักกระอ่วน

เหอจิ้นคราแรกก็งุนงง มองสีหน้าของเผยเซียวหยวนแวบหนึ่งแล้วเก็บรอยยิ้มอย่างรวดเร็ว เหลียวมองทุกคนก่อนจะกล่าวเสียงเฉียบขาด

“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ สมควรตาย! เมื่อวานใครกันที่เป็นคนเริ่มพูดจาส่งเดช แพร่ข่าวลือเช่นนี้” แล้วเขาก็หันไปหาเผยเซียวหยวน “คุณชายวางใจ ข้าทราบแล้ว หากใครกล้าเล่าลือให้ข้าเหล่าเหอได้ยินอีก ข้าจะเป็นคนแรกที่หักคอเขา”

ทุกคนที่ถูกเขากวาดสายตามองผ่านไม่มีใครไม่รู้สึกเย็นวาบที่ต้นคอจึงรีบหุบปาก ต่างแตกฮือแยกย้ายกันไปดุจนกและสัตว์ป่าที่ได้รับความตื่นตระหนก

สีหน้าเผยเซียวหยวนยิ่งเคร่งขรึมระมัดระวัง เขาผงกศีรษะเล็กน้อย “ในเมื่อทางนี้ไม่มีอะไร ข้าก็จะไปก่อนแล้ว รบกวนท่านอาเหอช่วยเป็นธุระ รอสายหน่อยข้าจะมาพร้อมกับองค์ชาย”

“คุณชายกลับดีๆ” เหอจิ้นเปลี่ยนสีหน้ากลับมาเป็นยิ้มแย้มส่งเขาจากไป

ความจริงแล้วเผยเซียวหยวนไม่ได้อยากกลับไปทันที เมื่อครู่ตอนเขาออกมาสายตาที่ชิงโถวมองเขาทำให้รู้สึกไม่สบายไปทั้งตัว บ่าวรับใช้คนอื่นๆ ที่อยู่ในจวนผู้ว่าการเขตเหล่านั้นเกรงว่าต่างก็คงจะกำลังวิพากษ์วิจารณ์ลับหลังกันอยู่เป็นแน่

เผยเซียวหยวนรู้สึกกลัดกลุ้มรำคาญใจเล็กน้อย เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ขณะกำลังจะเปลี่ยนทิศทางมุ่งไปที่จุดพักม้าก็มีคนผู้หนึ่งขี่ม้ามาจากฝั่งตรงข้าม เป็นคนใกล้ชิดข้างกายเฉิงผิง อีกฝ่ายบอกว่าเมื่อครู่ผู้เป็นนายเปลี่ยนใจแล้ว วันนี้ยังไม่ออกเดินทางชั่วคราว ให้คนกับม้าที่นี่แยกย้ายกันไปไม่ต้องรอ

เผยเซียวหยวนไม่รู้ว่าเฉิงผิงในน้ำเต้าขายยาอะไร* เมื่อหาตัวเฉิงผิงพบก็รู้ว่าอีกฝ่ายไปที่จวนผู้ว่าการเขตแล้ว เพิ่งออกมาจากห้องหนังสือของเผยจี้ได้ไม่นาน กำลังตามหาเขาอยู่เช่นกัน

ครั้นทั้งสองเจอกันแล้วเฉิงผิงก็ถามขึ้น “เจ้าไปที่ใดมาแต่เช้า ข้ามาแล้วไม่เห็นเจ้า”

เผยเซียวหยวนบอกว่าเขาออกไปขี่ม้า “เกิดอะไรขึ้น เห็นบอกว่าวันนี้เจ้าไม่ออกเดินทางแล้ว ที่นอกเมืองจัดขบวนเสร็จแล้ว เพียงรอเจ้าอยู่คนเดียว”

“เมื่อครู่ข้าไปอำลาเผยกง ได้ยินว่าเจ้ากับสตรีผู้นั้นเป็นพี่ชายน้องสาวกันแล้ว ต่อไปเจ้าเป็นพี่ชาย นางเป็นน้องสาวเจ้า”

เผยเซียวหยวนพยักหน้า “ใช่”

“เรื่องเป็นมาอย่างไรกันแน่ ข้านอนหลับตื่นขึ้นมาทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว เมื่อครู่อยู่กับท่านลุงของเจ้า ข้าก็ไม่สะดวกจะซักถามมากนัก เจ้ารีบพูดมาให้ข้าฟัง”

เผยเซียวหยวนไม่สมัครใจจะเอ่ยถึงมากนัก เพียงบอกว่า “นางเองก็ไม่มีใจจะแต่งงาน ดังนั้นท่านลุงจึงตัดสินใจยกเลิกการแต่งงาน”

เฉิงผิงฟังจบก็นิ่งงัน ไม่นานก็ชี้หน้าเขาพลางหัวเราะเสียงดังจนแทบจะกุมท้อง “สวรรค์! ใต้หล้านี้ถึงกับมีเรื่องเช่นนี้ แม้แต่เจ้าก็ยากจะเข้าตานาง ก็ดีๆ เจ้าฝืนใจ นางไม่สมัครใจ ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไป สมความปรารถนาของตน”

เผยเซียวหยวนสีหน้าไร้อารมณ์ความรู้สึก ปล่อยให้เฉิงผิงหัวเราะเยาะหยัน รอจนอีกฝ่ายหัวเราะจบเขาก็เอ่ยเตือน “วันนี้เจ้าไม่ออกเดินทางจริงหรือ”

“ไม่ไปๆ” เฉิงผิงมองซ้ายมองขวา เก็บรอยยิ้มแล้วขยับเข้ามาใกล้ “ข้าขอถามเจ้าอีกคำ เจ้าต้องตอบข้าตามตรง”

“เรื่องอันใด”

“เจ้าไม่มีความปรารถนาในตัวแม่นางน้อยผู้นั้นจริงหรือ”

เผยเซียวหยวนตะลึงงัน จากนั้นก็พูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้าเห็นข้าเป็นคนเช่นไร ในเมื่อข้ายอมรับนางเป็นน้องสาวบุญธรรม ย่อมเห็นนางเป็นดั่งน้องสาวแท้ๆ เหตุใดเจ้าจึงพูดเช่นนี้”

“ดี มีคำพูดประโยคนี้ของเจ้า ข้าก็ไม่จำเป็นต้องพะว้าพะวังอะไรแล้ว”

เผยเซียวหยวนชำเลืองมอง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

“ได้ยินว่านางเชี่ยวชาญการวาดภาพ ข้าอยากจะขอให้นางวาดภาพให้”

เผยเซียวหยวนมองอีกฝ่ายพักใหญ่ ไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว

 

 

ติดตามตอนต่อไปวันที่ 19 มี.. 69

หน้าที่แล้ว1 of 5

Comments

comments

No tags for this post.
Jamsai Editor: