X
    Categories: ทดลองอ่านพันคีรีกาลวสันต์มากกว่ารัก

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 8

หน้าที่แล้ว1 of 5

บทที่ 8

เฉิงผิงลูบๆ หน้า “เจ้ามองข้าเช่นนี้ทำอะไร”

เผยเซียวหยวนก็ไม่ปิดบังอำพราง ย่นหัวคิ้วพลางบอก “เฉิงผิง ไม่ใช่ว่าข้าเรื่องมาก แต่ข้างกายเจ้าไม่ขาดหญิงงามอยู่เป็นเพื่อน เหตุใดต้องก่อหนี้สวาทด้วย”

เฉิงผิงถูกเขาเปิดโปงในคำเดียวก็ยิ้มและยอมรับ “ขอบอกเจ้าอย่างไม่ปิดบัง ข้ามีความรู้สึกที่ดีต่อนางมากจริงๆ เดิมทีนางเป็นภรรยาที่ยังไม่ได้เข้าพิธีแต่งงานของเจ้า ข้าย่อมไม่กล้ามีความคิดที่ไม่เคารพและไม่ควรมีใดๆ แต่ตอนนี้พวกเจ้าสองคนยกเลิกการหมั้นหมายกันแล้ว เจ้าเองก็ไม่มีความปรารถนาในตัวนาง ข้าเองก็ไม่ต้องกังวลแล้ว” พูดจบเห็นสีหน้าของสหายยังคงนิ่งขรึมจึงเอ่ยต่อว่า “ข้าจะพูดกับเจ้าตามตรงแล้วกัน เมื่อวานพอข้าเห็นแม่นางน้อยเยี่ย ก็ไม่รู้เพราะเหตุใดจึงรู้สึกว่าคุ้นหน้า คล้ายเคยพบกันที่ใดมาก่อน นึกก็นึกไม่ออก นี่น่าจะเป็นสิ่งที่เรียกว่าบุพเพกระมัง” กล่าวจบก็รวบมือขวาชูสองนิ้วขึ้นฟ้าพลางกล่าวคำปฏิญาณ “จริงแท้แน่นอน ถ้าข้าพูดจาสุ่มสี่สุ่มห้า ขอให้ข้าถูกอสนีบาตฟาดไม่ได้ตายดี!”

เขาทั้งอธิบายทั้งสาบาน เห็นสีหน้าเผยเซียวหยวนยังคงไม่ชวนมองก็หัวเราะออกมา ตบหัวไหล่อีกฝ่ายเบาๆ ทีหนึ่ง

“เจ้าคนผู้นี้เพิ่งเป็นพี่ชายได้วันเดียวก็วางมาดขึ้นมาทันที ไม่ต้องให้เจ้าบอก ข้ารู้ว่าเจ้าคิดต่อข้าเช่นไร เจ้าวางใจเถอะ นางต่างจากหญิงสาวคนอื่น ในใจข้ารู้ดี ไม่กล้าทำอะไรเหลวไหลแน่นอน”

เผยเซียวหยวนค่อยๆ ระบายความคับข้องใจไม่รู้ที่มาที่ไปซึ่งติดอยู่ในอกออกมา “เจ้าจะทำอะไรข้าก็ห้ามเจ้าไม่ได้ แต่ข้าจะพูดกับเจ้าตรงนี้สักคำก่อน ข้าได้รับนางเป็นน้องสาวบุญธรรมแล้ว ต่อจากนี้ไปนางก็จะเป็นดั่งน้องสาวแท้ๆ ของข้า เจ้าอย่าลืมความคาดหวังที่บิดามีต่อเจ้า หากเจ้ากล้าที่จะปฏิบัติต่อนางด้วยท่าทีที่เจ้าปฏิบัติต่อสตรีอื่น ก็อย่าตำหนิข้าที่จะไม่เห็นเจ้าเป็นสหายในวันหน้า”

น้ำเสียงของเขาหนักแน่นจริงจังยิ่ง เฉิงผิงฟังแล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอก บอกเขาซ้ำๆ ให้วางใจ “ข้ารู้ว่าควรทำอย่างไร จะแต่งงานกับองค์หญิงหรือไม่ยังไม่ได้กำหนด อีกอย่างเวลานี้เป็นเพียงความคิดของข้าเอง นางจะยอมมีสีหน้าดีให้ข้าหรือไม่ก็ยังไม่รู้เลย”

เผยเซียวหยวนตวัดชายแขนเสื้อเดินจากไป เฉิงผิงก็ไม่ใส่ใจว่าเขาจะไม่พอใจอย่างไร วันนั้นก็ไม่ได้จากไปจริงๆ

 

เฉิงผิงหาโอกาสตามจู๋เอ๋อร์มาถึงด้านนอกที่พักของแม่นางน้อยเยี่ย บอกให้จู๋เอ๋อร์เข้าไปถ่ายทอดคำพูดว่าเขาต้องการขอให้นางช่วยวาดภาพให้ จู๋เอ๋อร์เข้าไปครู่เดียวก็ออกมาบอกว่าแม่นางน้อยตอบผ่านประตูออกมาคำหนึ่งว่านางมีเรื่องต้องทำ ขอให้องค์ชายหาช่างวาดคนอื่น จะได้ไม่เสียงาน

“แค่ประโยคนี้เท่านั้นหรือ”

“แค่ประโยคนี้เท่านั้นเจ้าค่ะ”

แม้จะคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าแม่นางน้อยเยี่ยผู้นี้ดูแล้วไม่ใช่คนที่จะเข้าใกล้ได้ง่าย แต่กระทั่งหน้ายังไม่ได้เห็นก็นับว่ากินน้ำแกงปิดประตูแล้ว ไม่อาจยอมรับได้จริงๆ ทว่าเฉิงผิงก็ไม่ใช่คนหยาบคายไร้เหตุผล ท่าทีสุภาพยิ่ง พูดเสียงดังไปทางด้านใน

“ก็ดี เจ้าช่วยถ่ายทอดคำพูดให้ข้าอีกครั้ง ในเมื่อนางมีเรื่องต้องทำ ข้าก็ไม่กล้ารบกวน ทว่าจิตใจที่อยากจะขอให้ช่วยวาดภาพของข้าล้วนมาจากความเคารพเลื่อมใส ข้าไปก่อนแล้ว รอนางมีเวลาว่างแล้วข้าค่อยมาเยี่ยมเยียนใหม่”

วันนี้เฉิงผิงย่อมรอเปล่า วันรุ่งขึ้นยังคงคว้าน้ำเหลว ถึงวันที่สามยังคงไม่เห็นนางปรากฏตัว ก็ไม่รู้ว่านางขังตนเองไว้ในห้องยุ่งอยู่กับอะไรกันแน่ถึงกับสงบนิ่งเช่นนี้

ตามคำบอกเล่าของจู๋เอ๋อร์ นางไม่ได้ก้าวออกจากลานบ้านแม้ครึ่งก้าว เฉิงผิงยังคงไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคจึงคว้าน้ำเหลวอีกวัน ในที่สุดก็ท้อใจยอมล้มเลิก

ตอนค่ำเขาบอกกับเผยเซียวหยวน “ช่างเถิด ดูเหมือนนางไม่เพียงไม่เห็นเจ้าอยู่ในสายตา ยังไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาด้วย ข้าอยู่ที่นี่วันหนึ่ง นางก็คงไม่ยอมออกมาข้างนอกวันหนึ่ง เอาแต่อุดอู้อยู่ในห้องจะใช้ชีวิตอย่างไร กลับจะเป็นความผิดของข้าแล้ว”

หลายวันมานี้เฉิงผิงรอหญิงงามด้วยความยากลำบาก เผยเซียวหยวนเป็นเพราะช่วงก่อนหน้านี้จากไประยะหนึ่ง พอกลับมาจึงมีงานยุ่ง วันนี้ก็ค่ำมืดแล้วถึงได้กลับมา ฟังแล้วก็ไม่มีคำพูดอะไรมาก เพียงมองอีกฝ่ายอย่างนิ่งเฉยคราหนึ่ง

“ครั้งนี้เจ้าคิดดีแล้วหรือ แน่ใจว่าพรุ่งนี้จะออกเดินทาง ไม่เปลี่ยนใจอีกกระมัง”

เฉิงผิงยิ้มเจื่อน “ขืนข้ายังไม่ไป เกรงว่าจะทำให้นางเอือมระอาแล้ว กลับจะไม่งาม”

เผยเซียวหยวนพยักหน้า “พรุ่งนี้ข้าจะไปส่งเจ้า”

เขาย่อมไม่เอาเรื่องนี้มาหัวเราะเยาะเฉิงผิง เฉิงผิงเองก็เป็นคนเปิดเผยตรงไปตรงมาคนหนึ่ง กับสตรีผู้นี้เดิมก็เป็นเพียงการพบกันโดยบังเอิญ เห็นหญิงงามเพียงแวบเดียว จะเอาความอาลัยอาวรณ์มากมายมาจากที่ใด เยาะหยันตนเองไม่กี่คำเรื่องก็ผ่านไปแล้ว

 

เงียบงันมาทั้งคืน วันรุ่งขึ้นเฉิงผิงตื่นแต่เช้า ไปบอกลาเผยจี้อีกครั้งโดยมีเผยเซียวหยวนไปเป็นเพื่อน

เขาควรจากไปแต่ไม่ยอมไป หลายวันนี้เอาแต่วิ่งไปบริเวณนอกที่พักของเยี่ยซวี่อวี่ เผยจี้ย่อมได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้มาบ้าง แต่นี่เป็นเรื่องของเหล่าชนรุ่นหลังและไม่ได้ก่อเรื่องก่อราวใหญ่โตอะไร ตนจึงทำเป็นหูหนวกเป็นใบ้ไม่รู้เรื่อง หลังจากกล่าวคำอำลากันแล้วเผยจี้ก็ลุกขึ้นจะออกมาส่ง เฉิงผิงจะกล้ารับได้อย่างไร ประสานมือปฏิเสธอย่างหนักแน่น สุดท้ายเผยจี้จึงหยุดอยู่นอกห้องหนังสือ กำชับหลานชายให้ไปส่งองค์ชายผู้นี้

เผยเซียวหยวนเดินเป็นเพื่อนเฉิงผิงออกไปข้างนอก เพิ่งออกมาก็เจอกับจู๋เอ๋อร์ที่เดินมาพอดี

“คุณชายเผย ท่านเห็นแม่นางน้อยหรือไม่ นางได้มาหาท่านผู้ว่าการหรือไม่เจ้าคะ”

เผยเซียวหยวนหยุดฝีเท้า “มีอะไรหรือ นางไม่อยู่ในห้องหรือไร”

จู๋เอ๋อร์ส่ายศีรษะ บอกว่าตนเองทำเหมือนหลายวันก่อนตามที่นางกำชับไว้ว่าไม่ให้ไปรบกวน เอาข้าวปลาอาหารวางไว้ที่ห้องด้านนอก นางจะมายกเข้าไปเอง แต่เช้าวันนี้ไม่รู้เพราะเหตุใดข้าวปลาอาหารที่ส่งไปเป็นนานก็ไม่มีใครแตะต้อง จู๋เอ๋อร์จึงไปเคาะประตู แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับจึงผลักประตูเข้าไป พบว่าในห้องไม่มีคนแล้ว

“เมื่อครู่บ่าวไปหาท่านป้าเฮ่อ ท่านป้าก็บอกว่าไม่เห็นนาง บ่าวจึงเข้าใจว่านางมาหาท่านผู้ว่าการ”

เผยเซียวหยวนกับเฉิงผิงมองสบตากันทีหนึ่ง ทั้งสองคนหมุนตัวสาวเท้าเร็วๆ ไปทางเรือนพักของเยี่ยซวี่อวี่พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

ครั้นเร่งรุดมาถึงด้านนอกเรือน เฮ่อซื่อกำลังเดินออกมาจากข้างในอย่างรีบร้อน ในมือถือซองกระดาษซองหนึ่งคล้ายเป็นจดหมาย พอเจอเข้ากับเผยเซียวหยวนก็ชูขึ้นมาพลางร้องบอก

“คุณชายท่านมาได้พอดีเลย เมื่อครู่จู๋เอ๋อร์ไปหาข้าถามถึงแม่นางน้อย ข้ามาดูก็พบของสิ่งนี้ในห้องนาง”

เผยเซียวหยวนรับมา กวาดตามองรอบหนึ่ง ตัวอักษรเล็กบรรจงงดงามและคงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์สง่างามบนซองจดหมายสะท้อนเข้ามาในม่านตา เขียนไว้ว่า ‘กราบเรียนผู้อาวุโสเผยกง’

ในใจของเขาพลันมีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีวาบผ่านจางๆ ไม่อาจคำนึงถึงว่าจดหมายทิ้งไว้ให้ใครก็เปิดซองออกมาเดี๋ยวนั้นเลย ไม่ผิดจากที่คิด ในซองมีจดหมายที่นางทิ้งไว้

เผยกงที่เคารพ ได้รับความเมตตาเอาใจใส่และชักชวนให้อยู่ต่อ ข้ารู้สึกซาบซึ้งใจแทบหลั่งน้ำตา เดิมควรน้อมรับเจตนาดีและเชื่อฟังด้วยความยินดี แต่จนใจด้วยที่ข้ามีอีกสาเหตุหนึ่งที่ไม่อาจบอกให้ทราบได้ จำต้องฝืนเจตนาดีของเผยกง ไม่ได้มาบอกลาและกล่าวขอบคุณต่อหน้า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะให้อภัยในความผิดที่เสียมารยาทของข้าอีกครั้ง

ตอนเผยกงเห็นจดหมายนี้ข้าย่อมออกเดินทางไปแล้ว ไปยังที่ที่ข้าจากมา สมัยเด็กข้าติดตามท่านปู่เดินทาง พักโรงเตี๊ยมราวกับบ้าน รู้จักป้องกันตนเองบนท้องถนนเพียงพอ เผยกงไม่ต้องเป็นห่วง ยิ่งไม่ต้องตามหาข้า ก่อนออกเดินทางข้าขอขอบคุณในความเมตตาของท่านอีกครั้ง และขอโขกศีรษะกราบกรานสามครั้ง

ท้ายนี้ข้าได้วาดภาพเผยกงในท่ายืนภาพหนึ่ง ฝีมืออ่อนด้อยไม่เพียงพอจะถ่ายทอดเกียรติภูมิของท่านแม้หนึ่งในหมื่นส่วน ขอบังอาจมอบให้ด้วยความเคารพเพื่อแสดงน้ำใจเล็กน้อย

 

“นางว่าอย่างไรหรือ” เฮ่อซื่อถามด้วยความร้อนใจอยู่ด้านข้าง เผยเซียวหยวนไม่ทันได้ตอบนาง มือยังถือจดหมายอยู่ก็สาวเท้าวิ่งเข้าไปในห้อง ผลักประตูเปิดออกแล้วบุกเข้าไปในห้องนอนห้องนั้น

ของใช้ในห้องและผ้าห่มจัดเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เพียงแต่ในห้องว่างเปล่า ไม่มีคนอยู่แล้ว

สายตาของเขาหยุดนิ่งอยู่บนโต๊ะ เห็นม้วนหนังสือม้วนหนึ่งจึงก้าวสองสามก้าวเข้าไปหยิบมาแล้วคลี่ออก ตรงหน้าปรากฏภาพวาดบุคคลภาพหนึ่ง วาดบนผ้าไหมยาวห้าฉื่อ* กว้างสามฉื่อกว่า เป็นภาพหน้าตรง ไม่มีตัวอักษรสลักไว้ วาดเค้าโครงลายเส้นด้วยหมึกดำ ลงสีด้วยวิธีการไล่น้ำหนักของสีให้ไร้ขอบดูนุ่มนวล

คนในภาพศีรษะสวมหมวกจิ้นเสียนสามเหลียงเสื้อสีม่วง มือทั้งสองข้างถือป้ายงาช้างยกสูงขึ้นมาตรงหน้าอกเล็กน้อย ลีลาในการวาดละเอียดอ่อนประณีตไปตามการวาดภาพบุคคลที่พึงมี และไม่เพียงวาดรูปร่างลักษณะออกมาเท่านั้น ลายเส้นยังไหลลื่นไม่ติดขัด ใบหน้าของคนในภาพผ่ายผอมและสุขุมสง่างาม โหนกแก้มสูงเล็กน้อย ไว้เคราที่ใต้คาง ดวงตาลึกล้ำเฉลียวฉลาดมองตรงไปข้างหน้า ลักษณะท่าทางเคร่งขรึมอ่อนโยนและยังเผยความมีสง่าน่าเกรงขามที่อยู่ภายในอย่างหนึ่งออกมาให้เห็นอีกด้วย เพียบพร้อมทั้งรูปลักษณ์และจิตวิญญาณ ดูปราดเปรียวราวกับมีชีวิต

คนในภาพก็คือเผยจี้

“เรื่องเป็นอย่างไรกันแน่”

เวลานี้เผยจี้ที่ได้ยินข่าวก็เร่งรุดมาถึงแล้ว เขาสาวเท้าเร็วๆ เข้ามา ครั้นเห็นภาพวาดตนเองที่แผ่อยู่บนโต๊ะก็มองไปที่หลานชาย

เผยเซียวหยวนส่งจดหมายในมือไปให้ เผยจี้กวาดตาอ่านรอบหนึ่ง นัยน์ตาฉายแววร้อนรนใจ “เร็ว! เรียกชิงโถวมา…”

ก่อนที่เขาจะสั่งการเผยเซียวหยวนก็เดินไปทางประตูใหญ่แล้ว เผยจี้เองก็ไม่อาจทนรอ หมุนตัวเดินตามไป

คนทั้งกลุ่มรีบเร่งมาถึงห้องข้างประตูใหญ่ ชิงโถวกลับยังคงไม่รู้เรื่องรู้ราว เมื่อถูกถามว่าแม่นางน้อยเยี่ยจากไปเมื่อไร เหตุใดจึงไม่แจ้งให้ท่านเจ้าบ้านทราบ เขาก็มีแต่ความงงงวย พอได้ยินว่านางจากไปแล้วถึงได้ตื่นตระหนกลนลานขึ้นมา บอกว่าตนตื่นขึ้นมาตอนยามอิ๋น ออกมาเห็นประตูไม่ได้ลงดาล ตอนนั้นเข้าใจว่าเมื่อคืนตนลืมลงดาลประตู ได้แต่เกาศีรษะแล้วก็ไม่ได้สนใจ ไม่คาดคิดว่าเป็นแม่นางน้อยเปิดประตูออกไปแล้ว

ชิงโถวคุกเข่ากับพื้นด้วยสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ รู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง

จู๋เอ๋อร์วิ่งเข้ามา พูดด้วยขอบตาแดงก่ำ “วันนั้นหลังกลับมาจากไปพบท่านผู้ว่าการ นางก็ปิดประตูไม่ออกมา สั่งกำชับบ่าวว่าถ้าไม่ได้เรียกอย่ามารบกวน บ่าวจึงไม่กล้าเข้าไป เพียงเห็นนางเหมือนทำงานทั้งวันทั้งคืน แต่ไม่รู้ว่าทำอะไร บางครั้งบ่าวตื่นขึ้นมากลางดึกยังเห็นในห้องนางสว่างไสวด้วยแสงเทียน ตอนแรกบ่าวไม่เข้าใจอย่างมาก วันนี้ถึงรู้ ที่แท้แม่นางน้อยกำลังวาดภาพเหมือนให้ท่านผู้ว่าการทั้งคืน คิดว่าเมื่อวาดภาพเสร็จนางจึงจากไป”

เฮ่อซื่อร้อนใจยิ่ง “เจ้ากับแม่นางน้อยอยู่ด้วยกัน เจ้าไม่รู้เลยหรือว่าเพราะเหตุใดนางอยู่ดีๆ จึงจากไป”

จู๋เอ๋อร์คล้ายนึกอะไรขึ้นมาได้ อ้าปากกำลังจะพูด แต่พอเห็นเผยเซียวหยวนกับเฉิงผิงที่ตามมาด้วยยืนอยู่ด้านหลังก็ปิดปากลงดังเดิม

อากัปกิริยาที่เปลี่ยนไปของนางแม้จะเล็กน้อยแต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของเผยเซียวหยวน

“หรือเจ้ารู้อะไรมา?”

จู๋เอ๋อร์หลบสายตา ส่ายศีรษะไม่พูดอะไร

“เจ้ารู้อะไร ยังไม่รีบพูด!” เฮ่อซื่อเร่งรัด

จู๋เอ๋อร์ศีรษะยิ่งก้มต่ำลง ยืนนิ่งไม่ขยับราวกับนกกระทาตัวหนึ่ง

เผยเซียวหยวนเอ่ยว่า “ถ้าเจ้ารู้ก็กล้าๆ พูดออกมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ไม่ตำหนิเจ้า”

จู๋เอ๋อร์กัดริมฝีปาก

เฮ่อซื่อร้อนใจจนกระทืบเท้าอยู่ที่ด้านข้าง “นางหนูผู้นี้ นี่เวลาอะไรแล้ว! ยังไม่รีบพูด!”

จู๋เอ๋อร์ตกใจ พูดตะกุกตะกัก “บ่าวเองก็เพียงคาดเดา…วันนั้น…วันนั้น…”

นางมองเผยเซียวหยวนแวบหนึ่ง สุดท้ายแล้วก็ยังคงไม่กล้าพูดออกมาต่อหน้า จึงดึงเฮ่อซื่อไปที่ด้านข้าง

สาวใช้ผู้นี้หันหลังให้เขาหลบๆ เลี่ยงๆ ไม่รู้พูดอะไรกับเฮ่อซื่อ ทางหนึ่งพูด ทางหนึ่งยังหันหน้ามามอง รู้สึกเหมือนจะเกี่ยวข้องกับตน เขาจึงระงับอารมณ์แล้วรอคอย คิดไม่ถึงว่าพอเฮ่อซื่อฟังจบ ตอนเดินกลับมาสีหน้ายังเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดขึ้นมา

“นางหนูผู้นี้บอกว่าอย่างไรหรือ” เผยจี้ก็ร้อนใจแล้ว

เฮ่อซื่อมองเผยเซียวหยวนแวบหนึ่ง

เผยจี้ตวาดขึ้นทันที “ถอยออกไปให้หมด!”

เขาเพียงพูดออกมาคำเดียว บ่าวรับใช้หลายคนรวมถึงชิงโถวที่พอได้ยินข่าวก็มาห้อมล้อมจึงรีบแยกย้ายกันไปทันที เหลือเพียงเผยเซียวหยวนกับเฉิงผิง

“พวกเจ้าสองคนก็ถอยไปก่อน!”

เผยจี้ตวาดออกมาคำหนึ่งโดยที่ไม่แม้แต่จะหันหน้ามา

ขุนนางคนสำคัญที่เคยควบคุมฟ้าดิน มาบัดนี้แม้จะชราภาพแล้ว ทั้งยังไม่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ อยู่ห่างไกลจากราชสำนักมาหลายปี แต่อำนาจบารมีที่สั่งสมมายังคงอยู่

เผยเซียวหยวนปฏิบัติตามทันที เฉิงผิงยิ่งไม่กล้าไม่เชื่อฟังคำพูดของเผยจี้ เดินตามเผยเซียวหยวนออกไปหยุดยืนอยู่ในที่ไกล

เฉิงผิงมองดูเฮ่อซื่อพูดคุยกับเผยจี้ที่ริมกำแพงบังตาแล้วเอ่ยว่า “ข้าก็ช่างเถิด เป็นคนนอกคนหนึ่งเท่านั้น ที่แท้แล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้น เหตุใดแม้แต่เจ้าก็ยังไม่อาจฟัง”

เผยเซียวหยวนไม่พูดอะไร แต่ท่าทางของเฮ่อซื่อกับสาวใช้คนนั้นทำให้ในใจเขาเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมาหลายส่วน คล้ายว่าตนเองจะมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ด้วย

ไม่นานลางสังหรณ์ของเขาก็ได้รับการยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง เผยจี้เดินเร็วๆ มาหาเขา พูดมาคำหนึ่งว่า “ตามข้ามา” แล้วก็เดินผ่านข้างกายเขาไป

เผยเซียวหยวนจำต้องเดินตามเผยจี้มาถึงในห้องของเรือนปีกข้างห้องหนึ่ง ทันทีที่เข้ามาสีหน้าของเผยจี้ก็เคร่งขรึมลง

“คืนนั้นที่เจ้ากลับมา เจ้าได้บ่นกับเฉิงผิงเรื่องการแต่งงานของเจ้ากับเยี่ยซวี่อวี่หรือไม่”

ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาท่านลุงดีต่อเขายิ่งกว่าลูกแท้ๆ แต่ก่อนเวลาพูดกับเขา แม้แต่พูดเสียงดังก็มีน้อยมาก ยิ่งท่าทางเฉียบขาดเช่นนี้ยิ่งไม่เคยมีมาก่อน

เผยเซียวหยวนหัวใจเต้นรัว เขาลังเลอยู่ชั่วขณะ ยังไม่ทันได้เปิดปากก็ได้ยินเผยจี้เอ่ยขึ้นอีก

“สาวใช้ผู้นั้นบอกว่าเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากเจ้ากลับมา นางมาเป็นเพื่อนเยี่ยซวี่อวี่ที่จะมาพบข้า ระหว่างทางพบเจ้ากับเฉิงผิงเดินออกมา บังเอิญได้ยินสิ่งที่เฉิงผิงพูด บอกว่าเป็นเพราะข้า เจ้าถึงได้ฝืนใจรับปากเรื่องแต่งงาน ใช่หรือไม่!”

เผยจี้พลันขึ้นเสียงสูงตั้งคำถามออกมา ทำให้หัวใจของเผยเซียวหยวนสั่นไหวอย่างแรง

เขาจำเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อนที่ตนกับเฉิงผิงออกจากห้องหนังสือและเดินไปตามระเบียงทางเดินได้ในทันที ไม่คาดคิดว่าตอนนั้นนางจะเดินมาอีกทางและได้ยินคำสนทนาระหว่างเขากับเฉิงผิงเข้า

เขาคิดจะชี้แจงข้อเท็จจริง แต่รู้ว่าชี้แจงไปก็ไร้ประโยชน์ เรื่องเป็นเช่นนี้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อสืบสาวราวเรื่องถึงแก่นแท้ก็เป็นความผิดพลาดของเขาจริงๆ หากคืนนั้นที่เขากลับมา หลังจากทราบเรื่องการแต่งงานแล้วเขาระมัดระวังมากกว่านี้สักหน่อย หรือจะบอกว่าแสดงให้เห็นถึงความปีติยินดีที่พึงมีของบุรุษที่จะแต่งภรรยาออกมาบ้าง จะถูกเฉิงผิงสังเกตเห็นพิรุธและนำไปสู่เหตุไม่คาดคิดเหล่านี้ในภายหลังได้อย่างไร

เผยเซียวหยวนนิ่งเงียบไป

หลานชายไม่โต้แย้ง แสดงว่าเป็นเรื่องจริง

ชั่วขณะนั้นเผยจี้เดือดดาลเป็นอย่างยิ่ง มองหลานชายด้วยหัวคิ้วขมวดมุ่น ในดวงตามีแววผิดหวังอย่างยากจะปิดบัง

“เซียวหยวน! เจ้าสี่ขวบเริ่มเล่าเรียน ฝึกอ่านหนังสือท่องบทกวี ไม่รู้หรือว่าคนเรามีชีวิตอยู่ในใต้หล้านี้ นอกจากฝึกฝนตนเองแล้วยังต้องปลูกฝังคุณธรรมด้วย ข้ารู้ว่าเจ้ารอบคอบระมัดระวังมาโดยตลอด เหตุใดเจ้าจึงสะเพร่าเช่นนี้ได้ ถ้าเจ้าไม่สมัครใจจะแต่งงานในครั้งนี้จริงๆ ข้าจะบังคับเจ้าให้พยักหน้าได้อย่างไร เหตุใดเจ้าจึงอยู่กับข้าก็รับปาก อยู่ต่อหน้าคนอื่นกลับบอกไม่พอใจ เจ้าจะเอาเยี่ยซวี่อวี่ไปวางไว้ที่ใด พฤติกรรมเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการลบหลู่นาง สาวใช้ผู้นั้นบอกว่าภายหลังนางนั่งอยู่ที่มุมลานคนเดียวเป็นเวลานานก่อนจะมาพบข้า นางคงจะเสียใจมากถึงได้หมดอาลัยตายอยากอ้างเหตุขอยกเลิกการหมั้นหมาย กระทั่งวันนี้ทิ้งจดหมายไว้และจากไป เจ้า…เจ้าทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ!”

คำพูดนี้กล่าวหนักยิ่ง แต่มาคิดดูก็จริง หญิงสาวตัวคนเดียวเดินทางไกลนับพันหลี่มาแต่งงาน กลับพบว่าลับหลังสามีในอนาคตปฏิบัติต่อนางเช่นนี้ กล่าวคำพูดดังกล่าวต่อหน้าสหาย ขอเพียงเป็นคนที่มีความหยิ่งในศักดิ์ศรีอยู่บ้าง ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะรั้งอยู่ต่อและทำให้ตนเองต้องอับอาย

เผยเซียวหยวนนึกเสียใจเป็นที่สุด ทั้งยังละอายใจอย่างยิ่ง ยกชายเสื้อขึ้นแล้วคุกเข่าทั้งสองข้างลงกับพื้นทันที หมอบร่างลงโขกศีรษะ

“ทั้งหมดเป็นความผิดของข้า! ท่านลุงโปรดอภัย ข้าจะไปตามนางกลับมาเดี๋ยวนี้เพื่อชดเชยความผิด!”

เผยจี้ขมวดคิ้วแน่น

“เรื่องนี้ข้าจะต้องให้ความกระจ่างแก่นาง ในจดหมายที่นางทิ้งไว้บอกว่าจะไปยังที่ที่จากมา ก็น่าจะกลับไปยังที่อยู่อาศัยในช่วงก่อนหน้านี้ คิดว่าคนน่าจะยังไปได้ไม่ไกล ขอท่านลุงอนุญาตให้ข้าไปตามนางเดี๋ยวนี้ ข้าจะอธิบายและยอมรับผิดต่อนาง ขอเพียงนางยอมกลับมา ข้าจะอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น!”

“ยังไม่รีบไปอีก!”

“ขอรับ!” เผยเซียวหยวนรีบลุกขึ้น หมุนตัวจะเดินไป พลันได้ยินเสียงเผยจี้ดังมาจากด้านหลัง

“จะต้องเชิญนางกลับมาให้ได้!”

เผยเซียวหยวนหยุดฝีเท้าหันหน้ามา

“เยี่ยจงหลี…เกรงว่าคงกลับมาไม่ได้แล้ว ด้วยเหตุนี้ถึงได้ส่งหลานสาวมาที่นี่”

เผยจี้มองหลานชายแล้วกล่าวออกมาทีละคำด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเคร่งขรึม

เผยเซียวหยวนเข้าใจความหมายของเขา พยักหน้ารับแล้วหมุนตัวสาวเท้าเร็วๆ จากไป

 

(ติดตามต่อได้ในรูปแบบฉบับเต็มได้ในเดือนมีนาคม 2569)

หน้าที่แล้ว1 of 5

Comments

comments

No tags for this post.
Jamsai Editor: