X
    Categories: LOVEทดลองอ่านพิกัดรักแสนกล

ทดลองอ่านนิยาย พิกัดรักแสนกล บทนำ – บทที่ 1

บทนำ

There’s a fire starting in my heart

Reaching a fever pitch, it’s bringing me out the dark

Finally I can see you crystal clear

Go ‘head and sell me out and I’ll lay your ship bare

See how I leave with every piece of you

Don’t underestimate the things that I will do

There’s a fire starting in my heart

Reaching a fever pitch

And it’s bringing me out the dark

The scars of your love remind me of us

They keep me thinking that we almost had it all

The scars of your love, they leave me breathless

I can’t help feeling

We could have had it all

Rolling in the deep

You had my heart inside of your hand

And you played it to the beat

 

เสียงกระหึ่มจากกองเชียร์ราวห้าหมื่นคนดังแข่งกับเสียงเพลง Rolling in the Deep ของ Adele เป็นจังหวะประกอบการเดินในทุกฝีก้าวของชายร่างสูงร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรในเรซซิ่งสูทสีแดง เขาเดินฝ่าฝูงชนและกล้องบันทึกภาพหลายตัวตรงไปยังเวทีในพื้นที่ของสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิตพร้อมกับกลุ่มคนในชุดสีเดียวกันราวห้าหกคน เสียงเฮดังขึ้นอีกครั้งเมื่อชายผู้นั้นถอดหมวกแล้วโบกไปมา ส่งยิ้มกว้างจนบรรดาสาวๆ บนแกรนด์สแตนด์พากันเปล่งเสียงกรี๊ดจนกล่องเสียงแทบแตก ใบหน้าหล่อเหลากระตุกคิ้วเข้มขึ้นสองครั้งอย่างผู้ที่เคยชินกับการชื่นชมในลักษณะนี้เสียแล้ว

“แชมเปี้ยนรายการแข่งขันไทยแลนด์ซูเปอร์คาร์ประจำปีสองพันสิบแปด ภาติวัติ ปรมัติ!”

ผู้บรรยายกลางประกาศชื่อผู้คว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศในรายการแข่งขันไทยแลนด์แชมเปี้ยนชิปคาร์สองพันสิบแปด ผู้ชมในสนามพร้อมใจกันลุกขึ้นยืนปรบมือเกรียวกราว

นาทีนั้นภาพเคลื่อนไหวกลับช้าลงเหมือนภาพสโลว์ หลายสิบชีวิตที่ยืนเบียดเสียดกันบนเวทีกลายเป็นเพียงแค่ฉากหลังเมื่อเจ้าของร่างสูงหันไปคว้าถ้วยรางวัลแล้วชูขึ้น เปเปอร์ชู้ตระเบิดออกก่อนจะลอยละลิ่วคว้างกลางอากาศ เสียงตะโกนจากผู้ชมดังก้องขึ้นซ้ำๆ

“ภาติวัติ! ภาติวัติ! ภาติวัติ!”

ภาติวัติส่งถ้วยรางวัลให้คนในทีมเมื่อมีใครบางคนยื่นขวดแชมเปญใบใหญ่ให้เขา คว้าขวดแชมเปญได้ก็เขย่าสุดแรงก่อนเปิดจุกไม้ก๊อกออก

ฟู่!

ฟองของแชมเปญล้นทะลักออกมาจากขวดทรงกลมใบใหญ่พร้อมๆ กับควันสีขาวชุดใหญ่พวยพุ่งจากเครื่องพ่นด้านข้างเวที เขาเขย่ามันแรงขึ้นเพื่อให้ฟองแอลกอฮอล์ชั้นดีพุ่งไปไกลถึงคนด้านล่าง ในขณะที่คนในทีมของเขาชูถ้วยขึ้นแล้วพากันกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ กระนั้นดวงตากลมโตของหญิงสาวผู้นั่งกลมกลืนอยู่บนแกรนด์สแตนด์ฝั่งบัตรแพงที่สุดก็ไม่อาจละสายตาจากใบหน้าของผู้ที่ถือขวดแชมเปญนั้นได้เลย

เขาสะกดเธอได้อยู่หมัดโดยไม่ต้องทำอะไรแม้แต่นิด

พระเจ้า…เหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในภาพยนตร์ดาร์กๆ สักเรื่องที่พระเอกเป็นพวกโจรกรรมข้อมูลของรัฐ และนักแข่งรถคือฉากบังหน้า แววตาของเขาช่างร้ายกาจเหมือนนักล่าที่ได้ลิ้มรสอาหารอันโอชะ

นิดานุชจดข้อความลงไปในสมุดโน้ต นี่คือการเข้าชมรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบครั้งแรกในชีวิตของเธอ บอกตามตรงว่าเธอรู้สึกแปลกแยกกับคนอื่นอย่างสิ้นเชิง เพราะอะไรน่ะหรือ…

ข้อแรก…เธอมองตามรถที่วิ่งบนสนามที่มีทางโค้งถึงสิบสองโค้งไม่ทัน ตาลายเวียนศีรษะจนต้องพึ่งยาดมโป๊ยเซียนและยาหม่องตราถ้วยทอง

ข้อสอง…เธอมีอาการผวาทุกครั้งที่เห็นว่ารถบางคันขับเบียดกันเพื่อที่จะได้ขึ้นไปอยู่ข้างหน้า เธอต้องหลับตาปี๋ใจสั่นรัว ในหัวคือภาพรถสองคันชนกันจนตีลังกาสิบสองตลบแล้วระเบิดเป็นจุณ ทว่าพอเงยหน้าขึ้นมาอีกทีกลับเห็นแค่บั้นท้ายรถคันนั้นวิ่งไปไกลลิบ ไม่มีการชนกัน ไม่ระเบิด ไม่อะไรใดๆ ทั้งสิ้น คนที่นั่งข้างๆ คงแปลกใจไม่น้อยที่เห็นว่าเธอพ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

ข้อสาม…เสียงเครื่องยนต์ของรถแข่งในสนามดังบาดหูจนเธอเป็นห่วงว่าแก้วหูตัวเองจะพัง แต่ชายที่ที่นั่งถัดไปกลับบอกว่า…

‘รถไอ้หมอนั่นเสียงเพราะฉิบ…สุดยอดไปเลยว่ะ’

เพราะหรือ! เสียงบ้านั่นน่ะหรือที่เรียกว่าเพราะ ไม่ใช่เสียงร้องของนันทิดา แก้วบัวสายเสียหน่อยถึงจะใช้คำคำนั้นได้

เธอคิดในขณะที่ใบหน้ายับยุ่ง การแข่งรถเป็นอะไรที่ไม่เหมาะกับผู้หญิงเอาเสียเลย ทว่าในสนามแห่งนี้กลับมีผู้หญิงเข้ามาดูเกือบหนึ่งในสามของคนดูทั้งหมด แถมส่วนมากยังแต่งตัวได้แบบที่เธอบรรยายไม่ถูก นิดานุชเหลือบมองคนที่นั่งอยู่อัฒจันทร์ชั้นล่างบ่อยๆ ราวกับว่ามีแรงดึงดูดบางอย่าง คงเป็นเพราะชุดที่หล่อนสวมเป็นเสื้อกล้ามแบบรัดทุกสัดส่วนจนบางอย่างเกิดความอึดอัดจึงล้นทะลักออกมา สาบานได้ว่าไม่ใช่แค่เธอที่มอง ไอ้ผู้ชายที่นั่งถัดจากเธอไปสองคนก็มองหล่อนมากกว่ามองรถในสนามเสียอีก

นิดานุชหันกลับมามองภาพที่สนามแข่งอีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลาของภาติวัติปรากฏชัดขึ้นในสายตาอีกครั้งในทันที ราวกับว่าแสงสว่างตามเขาไปทุกที่ เขานั่นเองที่ทำให้สนามแห่งนี้เต็มไปด้วยสาวๆ ไม่ใช่แค่เพราะความหล่อ แต่ทุกท่วงท่าการเดิน ทุกการเคลื่อนไหวของร่างกายสูงใหญ่นั้นมากล้นไปด้วยเสน่ห์ชวนลุ่มหลง และที่สำคัญไปกว่านั้น เขารวยโคตรๆ สวรรค์ปั้นแต่งด้วยความลำเอียงเกินไปไหมที่มอบความเพอร์เฟ็กต์ให้เขามากขนาดนี้ อย่างน้อยก็น่าจะแบ่งให้คนอื่นๆ บ้าง

การฉลองชัยชนะของทีม ‘ไบรต์ไลต์เรซซิ่งทีม’ กินเวลายาวนานกว่ายี่สิบนาที นิดานุชตาพร่าเลือนเพราะเอาแต่จับจ้องเจ้าของแชมป์ประจำปีผ่านแสงแดดจ้า กระทั่งกลุ่มคนบนเวทีเริ่มเคลื่อนไหวลงจากเวที บนแกรนด์สแตนด์ก็เริ่มขยับตาม

“เฮ้ย! เขากำลังจะไปแล้ว”

นิดานุชรีบลุกขึ้นเดินตามสาวๆ ที่พากันกรูไปยังประตูทางออกเพื่อดักรอขอถ่ายรูปกับนักแข่งรถหนุ่ม ร่างเล็กของหญิงสาววัยยี่สิบสามปีเกือบแหลกละเอียดเพราะการเบียดเสียดเพื่อเดินขึ้นไปข้างหน้าให้มากที่สุด

ผู้หญิงพวกนี้มันอะไรกันวะ เอาเวลามาตามผู้ชายกันอยู่ได้ ไม่รู้จักทำงานทำการบ้างเลยหรืออย่างไร อย่างน้อยก็น่าจะเห็นใจคนที่เขาต้องทำงานบ้าง

“กรี๊ด! กรี๊ด! อ๊าย กรี๊ด!”

พระเจ้า…เธอหูจะแตกอยู่แล้ว

“ภาคคะ! ทางนี้ค่ะ ภาค!”

“ขอถ่ายรูปหน่อยค่ะ!”

“หันมาทางนี้หน่อยค่ะ!”

“กล้องนี้ด้วยค่ะ!”

ภาติวัติยืนส่งยิ้มทางนั้นทีทางนี้ทีอย่างทั่วถึง เขาช่างโปรยเสน่ห์ได้ทุกวินาทีจริงๆ นี่ไม่รู้ว่าเธอเผลอหวั่นไหวไปกับเขาบ้างหรือเปล่านะนี่

นักแข่งรถรูปหล่อยืนเคียงข้างกับสองเรซควีนสาวสวยในชุดสีเดียวกันเพียงแต่ชุดของพวกหล่อนนั้นไม่รู้ว่าผ้าหดลงไปหรืออย่างไร นิดานุชคิดพลางเหลือบมองเสื้อเกาะอก กางเกงขาสั้นแค่คืบ และรองเท้าบูตสูงปรี๊ดของพวกหล่อน แม้จะวาบหวิวเพียงนั้นแต่พวกหล่อนก็ยังผลัดกันโพสท่าด้วยความมั่นอกมั่นใจอย่างน่าทึ่ง

นิดานุชละความสนใจจากสองสาวมามองนักแข่งรถผู้ถือถ้วยรางวัลอยู่ในขณะนี้ ตอนมองจากที่ไกลๆ เธอเห็นตราสัญลักษณ์รูปหอยของน้ำมันเครื่องยี่ห้อหนึ่งเด่นหรา พอเข้ามาดูใกล้ๆ ถึงได้รู้ว่าบนชุดของเขายังปักโลโก้ของรถยนต์ที่เขาขับตอนลงแข่ง และมีสัญลักษณ์ของสินค้าหลายยี่ห้อทั่วทั้งชุด

เธอต้องสังเกตให้ดีและจดทุกอย่างเพื่อให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์

นิดานุชถือสมุดจดกับปากกายืนเบียดเสียดกับคนอื่นเพื่อเข้าไปให้ใกล้ตัวเขามากที่สุด เธอใช้ความได้เปรียบที่ตัวเธอเล็กมุดจนได้มายืนอยู่หน้าเชือกกั้น ทว่ายังไม่ทันได้จรดปลายปากกาลงบนกระดาษ สิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

พลั่ก

แรงกระแทกจากด้านหลังทำให้คนที่ไม่ทันได้ระวังหัวคะมำไปด้านหน้า ภาพสุดท้ายที่เห็นคือเธอกำลังจะปะทะเข้ากับร่างสูงของชายผู้ถือถ้วยรางวัลใบใหญ่โดยไม่มีทางเลี่ยง

ตายล่ะ! เขาจะรับตัวเธอไว้เหมือนในหนังรักโรแมนติกหรือ นี่เธอกำลังจะได้ซบอกนักแข่งรถที่รูปหล่อและเก่งที่สุดในประเทศ

ตุ้บ!

ศีรษะเธอกระแทกเข้ากับอะไรบางอย่างก่อนร่างจะร่วงลงสู่พื้นปูนเย็นเฉียบ คนที่เธอคาดหวังว่าเขาจะสละแขนข้างซ้ายมารับตัวเธอกลับยืนมองเหตุการณ์ด้วยแววตาตื่นตะลึง

“โอ๊ย!”

สะโพกข้างซ้ายกระแทกลงกับพื้น แต่นาทีนั้นนิดานุชกลับรู้สึกเจ็บที่ศีรษะมากกว่า เธอใช้แขนสองข้างยันตัวเองไว้ก่อนค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือแววตาของภาติวัติ เขามองเธอด้วยความฉงนปนเปตกใจเล็กน้อย

ใช่! ความตกใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาเพียงวูบหนึ่งก่อนจางหายไปอย่างรวดเร็ว

“ถ้วยแกบุบไปนิดนึงด้วยว่ะ”

ใครบางคนพูดขึ้นทำลายความเงียบ ภาติวัติยกถ้วยรางวัลขึ้นมาดู คิ้วเข้มย่นเข้าหากันทันทีเมื่อเห็นว่าขอบของวัตถุซึ่งทำจากโลหะบุบเข้าไปอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มกลั้นหายใจก่อนค่อยๆ เลื่อนสายดุดันมามองคนที่นั่งเจ็บอยู่ที่พื้น สบถถ้อยคำบางอย่างออกมาได้เหมาะเหม็งกับความรู้สึกของเขาในเวลานั้นอย่างที่สุด

“เวร”

 

บทที่ 1 ก้าวสำคัญของนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่

 

นิดานุชลูบรอยนูนบนหน้าผากอย่างเซ็งๆ เมื่อเห็นตัวเองในกระจก

เหตุการณ์ที่สนามแข่งรถเมื่อสองวันก่อนนับเป็นเรื่องอัปยศที่สุดในชีวิต และมันตามหลอกหลอนเธอมาจนถึงวันนี้

ถ้วยรางวัลของภาติวัติกระแทกศีรษะเธอจนนูนเป็นลูกมะกรูด แต่กลับถูกใครๆ มองมาด้วยแววตาตำหนิที่หัวเธอแข็งจนถ้วยโลหะยังบุบได้ ทำราวกับว่าทุกอย่างเป็นความผิดของเธอ ทั้งที่จริงๆ แล้วควรจะไปโทษพวกผู้หญิงที่อยู่ด้านหลังมากกว่าที่ไร้มารยาท ผลักเธอจนล้มหน้าคะมำ มากไปกว่านั้น…ไม่มีใครคิดตำหนิความแล้งน้ำใจของภาติวัติเลยสักนิดที่เขาปล่อยให้เธอก้นกระแทกพื้นต่อหน้าต่อตาโดยไม่คิดช่วยเหลือ ทั้งเจ็บทั้งอายทั้งขายหน้า สรุปแล้ว…คนที่น่าสงสารและสมควรได้รับความเห็นใจมากที่สุดคือเธอต่างหาก

“สวัสดีค่ะพี่เกน”

นิดานุชกดรับสายเกนหลง บ.ก. สาวประจำสำนักพิมพ์ดวงใจแห่งรักพลางเดินไปนั่งบนโซฟาเบดอย่างที่เคย ทว่าครั้งนี้ต้องนิ่วหน้าเพราะไม่ทันระวังทำให้เผลอทิ้งน้ำหนักไปที่สะโพกมากเกินไป อาการช้ำทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อวานและยาวนานมาจนถึงวันนี้ และเธอกำลังทำให้ตัวเองเจ็บมากกว่าเดิมเพราะความไม่ระวัง

“สวัสดีค่ะน้องฝัน ไปเก็บข้อมูลได้อะไรมาเยอะไหม”

ได้ความขายหน้ามาเต็มกระเป๋าเลยค่ะ

“เอ่อ…ก็ได้ข้อมูลมานิดหน่อยค่ะพี่เกน ฝันคิดว่าไม่น่าจะพอ”

“เหรอ แล้วฝันจะไปบุรีรัมย์อีกเหรอ พี่ว่าลองหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตดูดีไหม ถ้าไปบ่อยพี่เป็นห่วง”

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะพี่เกน ฝันโอเคมาก”

“งั้นเหรอ”

น้ำเสียงปลายสายคล้ายกับว่ากำลังกังวลใจบางเรื่องทำให้นิดานุชอดสงสัยไม่ได้

“ค่ะ ทำไมพี่เกนทำเสียงแบบนั้นล่ะคะ”

“คือว่า…วันนี้พี่นั่งดูเทปบันทึกภาพการแข่งขันน่ะ คุณภาคนี่เขาหล่อมากเลยเนาะ”

นิดานุชคิดไปถึงใบหน้าหล่อเหลา คิ้วเข้ม จมูกโด่ง รอยยิ้มกระชากวิญญาณ นั่นเรียกเป็นคำอื่นไม่ได้เลยนอกจาก ‘หล่อ’ ถ้าเพียงเขามีแก่ใจคว้าตัวเธอไม่ให้ล้มหน้าทิ่มเธอก็คงจะปลื้มเขามากกว่านี้ แต่เพราะว่าเขาไม่คิดที่จะช่วย ความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขาในตอนนี้จึงไม่มีอะไรมากเกินไปกว่าเห็นด้วยกับบรรณาธิการสาว “ใช่ค่ะ หล่อ ฝันคิดว่าเขาเป็นพระเอกนิยายเรื่องนี้ของฝันได้ ฝันเลือกเขา”

“มันก็ดี”

นิดานุชนิ่งรอฟังเพราะไม่คิดว่าเกนหลงจะพูดสั้นๆ แค่นั้น แต่ผ่านไปหลายวินาทีปลายสายก็ยังเงียบ

“พี่เกน”

“หืม?”

“แค่นั้นเหรอคะ ไม่มีอะไรต่อจากคำว่า…มันก็ดี…เหรอ”

น้ำเสียงปลายสายอึกอักเล็กน้อย แต่นิดานุชไม่มีทางรู้เลยว่าความอึดอัดใจของเกนหลงนั้นมากมายกว่าที่แสดงออกทางน้ำเสียงมากนัก

“คือพี่กำลังจะบอกว่าที่พี่ดูเทปย้อนหลังแข่งรถวันนี้ พี่เห็นเราด้วยนะ”

“เหรอคะ” นิดานุชแปลกใจ ถึงเธอจะไปดูการแข่งขันตั้งแต่ต้นจนจบก็ไม่น่าเชื่อว่ากล้องจะจับภาพเธอที่นั่งอยู่บนแกรนด์สแตนด์ร่วมกับผู้คนหลายหมื่นชีวิตได้

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น…แล้วมันน่าสนใจตรงไหน

“พี่เกนกำลังจะบอกอะไรฝันคะ”

“เอ่อ…ฝันเป็นอะไรมากไหม คือ…พี่หมายถึงหัวกับก้นน่ะ เจ็บไหม”

“…”

นิดานุชไม่รู้เลยว่าเธอเงียบไปกี่วินาที ที่เกนหลงพูดหมายความว่าภาพน่าเกลียดของเธอถูกเผยแพร่ออกอากาศไปแล้วหรือนี่

“พะ…พะ…พี่เกนหมายความว่า…”

“ใช่จ้ะ เขาไม่ได้ตัดออก แล้วหน้าก็ชัดมากเลยด้วย”

ฮึก! กรี๊ด ไอ้ผู้สื่อข่าวไร้จรรยาบรรณ! ทำแบบนี้กับเธอได้ยังไง

 

ถ้าจะให้วิจารณ์วรรณกรรมสักเรื่องในตอนนี้ ดิฉันขอหยิบยกนวนิยายเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นนิยายของผู้เขียนหน้าใหม่นามว่า ‘วลีหวาน’ หลายคนคงไม่รู้จักกัน ไม่แปลกหรอกค่ะ เพราะว่าเจ้าของนามปากกานี้เป็นนักเขียนหน้าใหม่ที่เพิ่งมีหนังสือวางขายไปเพียงแค่สามเรื่อง แล้วทำไมดิฉันถึงอยากจะพูดถึงนิยายของเธอขึ้นมาน่ะหรือคะ ก็เพราะว่าผลงานของเธอเป็นศูนย์รวมของแสนแปดหมื่นข้อด้อยอย่างไรล่ะคะ

ผลงานเรื่องล่าสุดของเธอดิฉันขอไม่เอ่ยชื่อก็แล้วกันนะคะ เปิดตัวมาก็พบกับพระเอกในอุดมคติเลยทีเดียว รูปหล่อ พ่อรวย เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศ โพรไฟล์เริดขนาดนี้แต่ฮีดันชอบใช้ชีวิตเรียบง่าย กินข้าวแกง แถมวันๆ ว่างมาตามตื๊อนางเอกได้เหมือนคนไม่มีการมีงานทำ เดาได้ว่าผู้เขียนคงอยากเลี่ยงการเขียนถึงอาชีพนักธุรกิจซึ่งมันค่อนข้างยาก จริงๆ แล้วเธอคงแทบไม่รู้เลยว่าคนรวยขนาดนั้นเขามีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร นี่คือหนึ่งตัวอย่างของพระเอกที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ จับต้องไม่ได้

ส่วนนางเอกของเรื่องก็นะ ดันเป็นคนธรรมดาสามัญชนแต่ชีวิตดี๊ดี เพราะไปถูกตาต้องใจคนรวยอย่างพระเอกเข้า พระเอกทั้งรักทั้งหลงถึงขนาดทิ้งนางร้ายที่ฐานะและชาติตระกูลเหมาะสมกว่ามาง่ายๆ ซ้ำนางเอกก็เป็นตัวละครตัวแบนที่ไม่มีมุมมองด้านอื่นเลยนอกจากเป็นคนสวยมากและเป็นคนดี เสน่ห์หรือ…ไม่มีเลย บอกได้คำเดียวว่า ‘ไม่เรียล’ ค่ะ

ถ้าพูดมากกว่านี้ก็คงจะยาวมากเกินไป ขอสรุปสั้นๆ แต่ได้ใจความไว้เพียงว่านักเขียนนามว่า ‘วลีหวาน’ ผู้นี้ไม่ใช่ดาวดวงใหม่หรอกค่ะ แต่เป็นแค่เพียงแสงประทัด ปรากฏบนท้องฟ้าวูบเดียวก็จะจางหายไปไม่ทิ้งอะไรไว้ให้คนได้จดจำ เช่นนี้แล้ว นามปากกานี้ก็คงจะกลายเป็นแค่ชื่อในอีกไม่นาน

จาก…นิรนาม

 

นิดานุชแทบจะเอาหัวโหม่งโลกเมื่อได้อ่านคำวิจารณ์อย่างไม่ไว้หน้าฉบับนี้ วินาทีแรกเธอยอมรับว่าโมโหมาก คิดไปต่างๆ นานาว่าเธอบังเอิญเดินไปเหยียบตาปลาเขาหรือว่าชาติที่แล้วเธอเคยทำร้ายเขาไว้จนต้องมาตามจองเวรกันในชาตินี้ ทว่าเมื่อลองตริตรองดูแล้วเธอก็เห็นว่าคำวิจารณ์นั้นไม่ผิดจากความจริงเสียทีเดียว

เธอเป็นนักเขียนหน้าใหม่ที่เขียนไปตามอารมณ์ เน้นเรื่องความรักไม่เน้นข้อเท็จจริง ดีหน่อยที่สำนวนพอใช้ได้ถึงได้มีโอกาสตีพิมพ์ผลงานออกมาวางขายตามร้านหนังสือ ซึ่งจริงๆ แล้วแค่นั้นก็เป็นฝันสูงสุดของเธอแล้ว อะไรที่ได้มากกว่านี้หญิงสาวจะถือว่าเป็นกำไร

ทว่าถึงแม้จะคิดเช่นนั้น แต่พอได้อ่านบทวิจารณ์ในย่อหน้าสุดท้าย ใจเธอก็เต้นรัวด้วยความไม่พอใจอยู่ดี

อะไรก็ได้ แต่อย่ามาดูถูกกันหน่อยเลย ถึงเธอจะเป็นเด็กสาวอายุยี่สิบสามปีที่คิดจะเอาดีด้านการเขียนนิยายไปตลอดชีวิตเพราะนอกจากมันจะเป็นความฝันของเธอแล้วมันยังเป็นงานที่ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับใครมาก

…แต่ใช่ว่าเธอจะไม่แคร์ความคิดใคร

“ประท้งประทัดบ้าอะไรกันเล่า คอยดูเถอะ วลีหวานคนนี้แหละจะเป็นดาวประดับฟ้าให้ดู” ต่อให้เธอต้องหน้าทิ่มถ้วยรางวัลซูเปอร์คาร์อีกร้อยครั้ง เธอก็จะไม่ยอมถอยแน่ๆ

นิดานุชตั้งมั่นก่อนเบนสายตาไปมองรูปถ่ายของภาติวัติในอิริยาบถต่างๆ ที่ถูกแปะอยู่เต็มผนังห้องนอนในคอนโดมิเนียมขนาดหกสิบสี่ตารางเมตร หัวใจเปี่ยมไปด้วยความมานะ

‘ภาติวัติ ปรมัติ’ คือภาพของพระเอกนิยายเรื่องใหม่ของเธอ โครงการนิยายเรื่องนี้เธอวางแผนไว้ครึ่งปีแล้ว อย่างที่ไม่คาดคิดด้วยว่าวันหนึ่งเส้นทางนักเขียนของเธอจะต้องสะดุดเพราะคำวิจารณ์อันไร้ความปรานีของใครที่เธอก็ไม่เคยเห็นหน้า และเมื่อพระเอกของเรื่องเป็นนักแข่งรถระดับโลก เธอจะนั่งเทียนเขียนโดยอิงจากข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตแค่อย่างเดียวตามที่เกนหลงแนะนำได้อย่างไร ในเมื่อรู้อยู่ว่ามีคนจ้องจะชำแหละผลงานของเธอ

‘จริงๆ แล้วเธอคงแทบไม่รู้เลยว่าคนรวยขนาดนั้นเขามีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร’

“ไม่รู้ก็ไปตามสิ จะได้รู้”

 

ภาติวัติวางถ้วยรางวัลลงบนโต๊ะก่อนทิ้งตัวลงบนโซฟาด้วยความเหนื่อยล้า หลังจากคว้าแชมป์ซูเปอร์คาร์ได้ ทีมของเขาก็ฉลองกันข้ามวันข้ามคืน เรียกว่าสองวันหลังจากคว้าถ้วยเขาแทบจะไม่ได้สัมผัสกับคำว่าสร่างเมาเลย อาการหลังจากกลับมาถึงบ้านจึงเป็นลักษณะของคนที่อิดโรยอย่างมาก

“ไง ไอ้ลูกเศรษฐี เล่นสนุกจนเดินแทบไม่ไหวเลยหรือไง”

ธนานุวัติเอ่ยขึ้นมาเมื่อตื่นมาพบลูกชายคนโตนั่งหมดสภาพอยู่บนโซฟารับแขก ท่าทางเหมือนคนไม่ได้นอนมาหลายคืนนั้นทำให้ชายวัยห้าสิบแปดปีรู้ได้ทันทีว่าลูกชายไม่ได้เหนื่อยเพราะการแข่งรถอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่เหนื่อยเพราะการฉลองชัยชนะข้ามวันข้ามคืนต่างหาก

“ครับพ่อ ขอบคุณนะครับที่พ่อเป็นเศรษฐี ผมเลยได้ชื่อว่าเป็นลูกเศรษฐีไปด้วย”

แทนที่จะรู้สำนึกภาติวัติกลับตอบกลับด้วยท่าทียียวน ทำเอาธนานุวัติฮึดฮัดด้วยความขัดใจ

“พ่อครับ จะหงุดหงิดทำไมเล่า ผมเอาถ้วยมาให้ ไม่คิดจะชื่นชมลูกชายหน่อยเหรอ”

“ฉันจะชื่นชมก็ต่อเมื่อแกมาช่วยงานที่บริษัทเต็มตัว แข่งให้น้อยลงหน่อยไม่ได้เหรอวะ” ประมุขของบ้านเดินไปนั่งโซฟาตัวตรงข้ามกับบุตรชาย มองถ้วยรางวัลด้วยแววตาไร้ความรู้สึก

จริงอยู่ที่เขาชื่นชมในความสามารถด้านการแข่งรถของลูก แต่ถ้าหากว่าภาติวัติยังคิดที่จะแข่งรถต่อไปเรื่อยๆ เขาคงต้องสิ้นใจคาโต๊ะทำงานเพราะความชราเป็นเหตุแน่ๆ

อันที่จริงเขาไม่อยากคาดหวังกับลูกชายมากนัก เพราะไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นพ่อหัวโบราณที่หวังครอบงำชีวิตลูก บังคับให้ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการโดยไม่สนใจใคร แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อภาติวัติเป็นลูกชายคนเดียวที่พอจะเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงให้บริษัทได้ กว่าเจ้าลูกชายคนเล็กจะเติบใหญ่มาให้พึ่งพา เขาก็อาจตายก่อน

หลังจากคริสติน่าหญิงสาวลูกครึ่งไทย-อังกฤษผู้เป็นมารดาของภาติวัติเสียชีวิต เจ้าสัวธนานุวัติก็ครองโสดมาจนภาติวัติอายุได้ยี่สิบปีจึงแต่งงานใหม่กับสารินและให้กำเนิดบุตรชายอีกคนในสองปีต่อมา เขาตั้งชื่อบุตรชายคนเล็กว่าณัฐดนัยซึ่งตอนนี้อายุแค่เก้าขวบ ไม่ต้องคาดหวังเลยว่าเด็กชายจะสามารถขึ้นมานั่งเก้าอี้บริหารกิจการได้หรือไม่ แค่คาดหวังให้ตัวเองได้มีโอกาสเห็นลูกรับประกาศนียบัตรระดับไฮสกูลยังยาก

“ครับพ่อ ผมจะแข่งให้น้อยลง แต่คงเลิกแข่งในสองสามปีนี้ไม่ได้ ทีมไบรต์ไลต์ฯ ยังมีเป้าหมายคว้าแชมป์โลก”

“พูดแบบนี้ทุกที” ธนานุวัติโคลงศีรษะอย่างอ่อนใจก่อนเบนสายตามาจับจ้องที่ถ้วยรางวัลตรงหน้า ความผิดปกติบางอย่างทำให้เขาต้องคว้ามันขึ้นมาพินิจใกล้ๆ “ว่าแต่ปีนี้งบน้อยหรือไง เขาถึงได้เอาถ้วยมีตำหนิมาให้คนชนะ”

คนกำลังแฮงก์โอเวอร์ชะงักกับคำถามของบิดา เขาจับจ้องที่รอยบุบบนถ้วยโลหะ ใจกระหวัดคิดถึงตัวต้นเหตุที่ทำให้ถ้วยรางวัลที่เขาและทีมใช้ความพยายามอย่างยากลำบากเพื่อที่จะได้มาต้องได้รับความเสียหาย

ใครจะคิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบนั้นจะหัวแข็งถึงขั้นทำให้ถ้วยที่ทำจากวัสดุค่อนข้างทนทานบุบได้ แค่คิดก็หงุดหงิดแทบบ้า

“เขาไม่ได้เอาถ้วยมีตำหนิมาให้หรอกครับ ยายบ้าที่ไหนไม่รู้ล้มเอาหัวมากระแทก สภาพเลยเป็นอย่างที่เห็น”

ธนานุวัตินิ่วหน้าเพราะคำบอกเล่าของลูกชายดูเป็นเรื่องที่ยากเกินจะเชื่อ ใครจะไปหัวแข็งขนาดนั้นได้ หรือถ้าเป็นเรื่องจริง…

เจ้าตัวก็คงต้องหัวโนเป็นลูกมะกรูดแน่ๆ

 

โปรดติดตามตอนต่อไป…

Comments

comments

No tags for this post.
Jamsai Editor: