X
    Categories: everYกระบี่คู่หานซานทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน กระบี่คู่หานซาน เล่มที่ 3 บทที่ 3 #นิยายวาย

เหนืออสูรยังมีอสูร

ในเมื่อเป็นเช่นนี้สองอสูรก็ไม่คัดค้านทักท้วงอะไร กลับเอ่ยปากยกย่องขึ้นมาทันที

“จอมอสูรเขาเสวี่ยซานองอาจห้าวหาญเป็นหนึ่งไม่มีสอง ผู้ใดกล้าเป็นปรปักษ์ วันนี้อัดเหยี่ยวดำ พรุ่งนี้เตะหมีดำ วันต่อไปบุกตะลุยสังหารถึงเมืองเฟิงเยวี่ย จัดการจนหมาในหมาป่าเสือเสือดาวค้อมหัว กุ้งปูปลาตะพาบหดหัว!”

“จอมอสูรเขาเฮยซานค่อนข้างเบาปัญญา จอมอสูรแม่น้ำไป๋เหอพลังกายอ่อนด้อย จอมอสูรเขาหลิงซานผู้มีพรสวรรค์รู้จักเพียงวาดวิหคบุปผาอยู่ในเมืองเฟิงเยวี่ย ท่านวีรบุรุษแห่งแดนอสูรในอดีต ดูทุกวันนี้สิ!”

เมิ่งเสวี่ยหลี่ฟังจนหน้าแดงหูแดง ใจคิด นี่มันออกจะยกย่องกันเกินไปแล้ว พลางเอ่ยปากชื่นชมอสูรทั้งสองเฉกเดียวกัน “หากไม่ได้พวกเจ้าทั้งสองที่พูดจาโน้มน้าวจิตใจ ด่าจนแม่ทัพเหยี่ยวตนนั้นเละเทะ ล่อมันมาถึงที่นี่ มันไหนเลยจะคลุ้มคลั่งโมโหเสียสติ ช่วยข้าประหยัดแรงไปได้มากเช่นนี้ ดังนั้นความดีนี้ข้าครึ่งหนึ่ง พวกเจ้าครึ่งหนึ่ง ทุกคนทุกอสูรล้วนสำคัญ!”

“ที่ไหนกันๆ แค่ทำความดีเล็กน้อยไม่มีค่าให้พูดถึง ไหนเลยจะเทียบกับจอมอสูรได้”

เมิ่งเสวี่ยหลี่กับจิ้งจอกม่วงกระสาขาวต่างคุยโวยกย่องกันไปมา บรรยากาศกลมกลืนเข้ากันได้อย่างน่าประหลาด

จี้เซียวยิ้ม หยิบเอาหวีไม้เบื่อพิรุณออกมา “มานี่ ผมเจ้ายุ่งเหยิงหมดแล้ว เจ้าจอมป่วน”

เมิ่งเสวี่ยหลี่ที่ลิงโลดดีอกดีใจลูบเส้นผมยาวสยายบนหัว เลิกกระโดดโลดเต้น เขาเอียงคอถูหัวเข้ากับจี้เซียว ยอมให้คู่ร่วมบำเพ็ญช่วยเขามัดผม

สายลมเย็นสบายคืนฤดูร้อนพัดไหว ยามกระบี่เหินเวหาพุ่งขึ้นหน้าโต้ลม จี้เซียวยืนอยู่ทางด้านหลังของเมิ่งเสวี่ยหลี่ มือถือหวีจันทร์เสี้ยวสางผมให้อีกฝ่าย

กระสาขาวกับจิ้งจอกม่วงพิศดูพวกเขาสองคน รู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง

จอมอสูรเขาเสวี่ยซานกับสหายของเขาสนิทสนมชิดใกล้กันเกินไป หลังตื่นรู้ ชาวอสูรก็ไม่ผลัดกันเลียขนอีก นอกเสียจากว่าสายสัมพันธ์จะสนิทสนมกันเป็นพิเศษ บางทีการที่มนุษย์สางผมอาจไม่ต่างอันใดนักกับชาวอสูรเลียขน

มีคู่ร่วมบำเพ็ญช่วยสางผมให้ เมิ่งเสวี่ยหลี่หลับตาอิ่มเอมมีความสุขพลางถามจิ้งจอกม่วง “เจ้ากับจอมอสูรแม่น้ำไป๋เหอเคยตกลงสัญญาลับอะไรกันบ้างหรือไม่”

แม้ก่อนหน้านี้ตกลงกันแล้วว่าหากจิ้งจอกม่วงออกจากคุกสำเร็จก็ไม่จำเป็นต้องพบหน้ากันอีก ทว่าจอมอสูรแม่น้ำไป๋เหอทุ่มเทกำลังสติปัญญาเพื่อเรื่องนี้ไปตั้งมากมาย อย่างน้อยก็น่าจะได้เห็นกับตาสักครั้ง แก้ปัญหาในใจตกไปเรื่องหนึ่ง

จิ้งจอกม่วงคิด “ผ่านลำธารเล็กๆ ในเขาเฮยซานที่แยกย่อยออกมาจากแม่น้ำไป๋เหอ ขอเพียงเดินลัดเลาะตามกระแสน้ำไป นางก็จะรู้ได้เอง หากยินดีพบหน้าข้า นางก็จะไปถือโคมมังกรมัจฉารออยู่ที่ริมฝั่งน้ำ”

 

เจดีย์เจิ้นเยาถล่มแล้ว

ศึกสามฝ่ายด้านนอกเจดีย์ยุติลง จอมอสูรเขาเฮยซานกับแม่ทัพพยัคฆ์ต่อสู้บาดเจ็บล้มตายกันทั้งสองฝ่าย หลังเข้าใจสถานการณ์กระจ่างชัด พวกมันก็ไม่มีใครยินดีปล่อยให้จอมอสูรแม่น้ำไป๋เหอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ไปแต่ฝ่ายเดียว

จอมอสูรแม่น้ำไป๋เหอมาช้าที่สุด นางไม่เพียงตักตวงผลประโยชน์จากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น หากยังปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด

จอมอสูรแม่น้ำไป๋เหอเอ่ยวาจาห้าวหาญ “พวกเจ้าล้วนไม่ใช่พรรคพวกของอสูรทรยศ แล้วเหตุใดไม่รีบบอก ค่ำมืดเช่นนี้สู้ไปสู้มาล้วนเพราะเข้าใจผิด ทุกคนล้วนพี่น้องคนกันเอง เลิกแล้วต่อกันเถิด”

หมีดำกับพยัคฆ์เหลืองล้วนได้รับบาดเจ็บ ต่างคิดพักรักษาตัวฟื้นฟูลมปราณ แต่พอได้ยินนางพูดเช่นนั้น พวกมันก็โมโหจนกระอักเลือด เสียเวลาวุ่นวายกันไปเปล่าๆ เช่นนี้ เจ้าบอกแยกย้ายก็แยกย้ายกันง่ายๆ ได้หรือไร

จอมอสูรแม่น้ำไป๋เหอปลอบทหารเฝ้าเจดีย์เจิ้นเยา “ข้าจะนำกำลังทหารเดินทางไปยังเขตพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างเขาเฮยซานกับแม่น้ำไป๋เหอเพื่อค้นหานักโทษอสูรเดี๋ยวนี้”

ทหารอสูรของทั้งสองฝ่ายมีใจแต่ไร้กำลัง มีเพียงชาวน้ำในแม่น้ำไป๋เหอเท่านั้นที่ยังคงอยู่ในสภาพคึกคักฮึกเหิม ภารกิจนี้หากไม่ใช่นางแล้วยังจะมีผู้ใดรับหน้าที่นี้ได้อีก

จอมอสูรเขาเฮยซานขึ้นเสียงโมโห “เจ้าคิดนำทหารบุกเข้าดินแดนเขาเฮยซานของข้า? อย่าได้หวัง!”

จอมอสูรแม่น้ำไป๋เหอยิ้มกล่าว “สถานการณ์ในคืนนี้ไม่ธรรมดา ข้าขอสาบานต่อเทพอสูร ทหารของข้าจะไม่ย่างกรายเข้าดินแดนเขาเฮยซานแม้แต่ก้าวเดียว ในหมู่บ้านเขาเฮยซานหนึ่งก้าวมีหนึ่งจุดรักษาการณ์ สิบก้าวมีหนึ่งจุดยืนยาม เช่นนี้แล้วเจ้ายังกลัวข้ายึดรังเจ้าในคราเดียวอีกหรือ”

แม้จะได้ยินจอมอสูรแม่น้ำไป๋เหอพูดอย่างใจกว้างเช่นนั้น ทว่าหมีดำกลับรู้สึกว่าคำพูดของอีกฝ่ายกำลังบอกว่าตนเองมีฐานะเป็นถึงผู้นำแท้ๆ แต่ใจคอกลับคับแคบยิ่ง จึงได้แต่ส่งเสียงประชดออกมาคราหนึ่ง “เจ้ามีหรือจะกล้า”

 

ตามคำสั่งของปลาไนพ่อบ้านใหญ่ ทหารกุ้งแม่ทัพปูแยกกันออกเป็นหกกลุ่ม กระจัดกระจายแยกย้ายหายเข้าไปในป่าเขา เริ่มแสร้งลงมือค้นหา

หลังผ่านไปครู่หนึ่งครั้นพบรอยเท้ากระต่ายชุดหนึ่ง พวกเขาก็ตะโกนโวยวายดังลั่น “นี่มันรอยเท้าของพวกอสูรทรยศ รักษาสถานที่เกิดเหตุ ล้อมไว้!”

หลังจากนั้นอีกไม่นานพอเจอขนกระสาขาวอันหนึ่ง พวกเขาก็ตะโกนระดมพรรคพวกอีก “นี่คือหลักฐานการหลบหนีของอสูรทรยศ เก็บไว้ให้ดี! เป็นไปได้มากว่าอสูรทรยศมุ่งหน้าไปทางตะวันออก แต่จะตัดความเป็นไปได้ที่พวกมันจะหลบหนีไปทางใต้ไม่ได้!”

“อา ตะวันตกพบขนจิ้งจอกสีม่วง อืม เป็นไปได้ว่าอาจถูกลมพัดมา…”

ท่าทางของพวกเขาล้วนจริงจังยิ่งยวด ทว่าประสิทธิผลกลับต่ำเตี้ยติดดิน

จอมอสูรเขาเฮยซานกับแม่ทัพพยัคฆ์เรียกหาทหารอสูรที่ไว้ใจได้และบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยมาคอยจับตาดูการเคลื่อนไหวของพวกชาวน้ำ ทว่าหลังจากมองดูอยู่พักใหญ่ทหารอสูรพวกนั้นก็ต่างหมดความอดทน กลับไปรายงานสถานการณ์ตามที่เห็น

หมีดำฟังจบก็แอบนึกด่า “ลูกน้องของจอมอสูรแม่น้ำไป๋เหอล้วนไม่เอาไหน มีแต่พวกชาวน้ำโง่เง่า!”

 

ระลอกคลื่นเล็กๆ นำพาร่างแบบบางสูงโปร่งของจอมอสูรแม่น้ำไป๋เหอมุ่งหน้าเข้าไปยังดินแดนเขาเฮยซาน ในใจคิดว่าข้าบอกว่าทหารแม่ทัพไม่เข้าไป ไม่ได้บอกว่าตัวเองจะไม่เข้าไป เช่นนี้จะเรียกว่าผิดคำพูดหรือไม่นะ

เขาเฮยซานกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เทือกเขาสลับทับซ้อน ไม้ใหญ่บดบังท้องนภา

หลังประมาณตำแหน่งได้คร่าวๆ จอมอสูรแม่น้ำไป๋เหอก็หยุดนั่งลงบนหินเรียบลื่นเป็นประกายข้างลำธาร จุดโคมงามวิจิตร

แสงโคมรางเลือนประเดี๋ยวสว่างประเดี๋ยวมืดอยู่ท่ามกลางสายลมยามราตรี ต้องผิวน้ำเกิดเป็นประกายระยิบระยับ ชี้ทางให้กับพรรคพวกของนางที่เดินทางอยู่กลางค่ำคืน

เท้าเปลือยเปล่าของนางแกว่งไกวอยู่ในน้ำ ปากครวญเพลง ‘อสูรสะคราญแม่น้ำไป๋เหอ’ เสียงเพี้ยน เสียงเพลงถูกเสียงลมเสียงน้ำกลบจนแทบไม่ได้ยิน

“ดื่มสุราจอกนี้ มิเมามายมิย้อนหวน ตะวันตกโฉมสะคราญของข้า ตะวันออกแม่น้ำไป๋เหอไหลริน…”

ขณะที่เทียนน้อยในโคมไฟใกล้จะดับ เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง

จอมอสูรแม่น้ำไป๋เหอหันหน้ามองกลับไป คล้ายใจลอยเคลิบเคลิ้ม ชื่อชูยังคงเป็นหนุ่มน้อยท่าทางเริงร่าฮึกเหิมในอาภรณ์ผ้าดิ้นสีแดง ราวกับหลายปีมานี้ไม่เคยตกอยู่ในภาวะอับจนหรือถูกจองจำอยู่ในคุก

เขาเอ่ยปากอย่างเบิกบาน “ข้ารู้ว่าเจ้าต้องมารอข้า!”

“จิ้งจอกชั่วช้า นับว่าดวงเจ้ายังแข็ง” จอมอสูรแม่น้ำไป๋เหอไม่สนใจเขา หากกลับมีท่าทีอ่อนโยนต่อกระสาขาว “เฟยอวี่ เจ้าเองก็ออกมาแล้ว”

เฟยอวี่ยิ้มตอบ “ก็ด้วยบารมีของจอมอสูร”

หลังทักทายอสูรทั้งสองเสร็จ จอมอสูรแม่น้ำไป๋เหอก็ลุกขึ้นแสดงคารวะต่อเมิ่งเสวี่ยหลี่และจี้เซียว ปลดถุงผ้าปักลายบนเอวลง “จอมอสูรเขาหลิงซานรู้ข่าวรวดเร็ว เกรงว่ายามนี้คงรู้เรื่องที่เกิดขึ้นนี้แล้ว จากเฮยซานถึงหงหลิน เขาต้องวางแหฟ้าตาข่ายดิน เคลื่อนกำลังพลไล่สืบหาที่อยู่ของพวกท่าน ข้ามีสิ่งวิเศษคุ้มกายปกป้องชีวิตชิ้นหนึ่ง หมายให้…”

เมิ่งเสวี่ยหลี่พูดตัดบท “ก่อนหน้านี้พวกเราตกลงกันแล้วว่าหลังช่วยท่านช่วยอสูร ท่านจะมอบร้านให้ข้าร้านหนึ่ง ว่ากันตามภาษาพ่อค้าแล้ว ข้าส่งสินค้าท่านมอบเงิน พวกเราไม่มีอันใดติดค้างต่อกัน หากท่านคิดจะมอบอันใดให้ข้าอีก มิสู้แบ่งเวลามาช่วยดูแลลูกน้องครึ่งอสูรของข้าสักเล็กน้อย” พูดจบเมิ่งเสวี่ยหลี่ก็ประสานมือกล่าวลา ไม่เปิดโอกาสให้จอมอสูรแม่น้ำไป๋เหอได้เอ่ยปากอันใดอีก

เมิ่งเสวี่ยหลี่กับจี้เซียวเดินไปตามลำธาร เปิดโอกาสให้อสูรทั้งสามได้พูดคุยกัน พวกเขาสองคนเดินเคียงไหล่รับลมคิมหันต์ ฟังเสียงธารน้ำไหล

ชื่อชูระเบิดเสียงหัวเราะ “หอยพัด เจ้าจะไปกับพวกเราหรือไม่ ตามพี่ชายบุกตะลุยทั่วทุกสารทิศ”

เขาอยู่ในคุก ร่ำไห้โศกาอาดูรน้ำหูน้ำตาไหลพราก ครั้นได้รับอิสระใหม่ ได้พบสหายเก่า ท่าทีพลันเปลี่ยนเป็นแล้งน้ำใจดังเดิม อารมณ์ความรู้สึกมาไว ตอนไปกลับไวยิ่งกว่า

จอมอสูรแม่น้ำไป๋เหอส่ายหน้า “ข้าได้แช่น้ำ มีคนขัดเปลือกหอยให้ทุกวัน ชีวิตนับว่าสุขสันต์ยิ่ง เทียบกับชีวิตที่วันๆ เอาแต่ต่อสู้ของพวกเจ้าแล้วหาได้สุขสบายน้อยกว่าไม่ พวกเจ้าคิดทำการใหญ่ แต่ข้ามิสนใจ”

ชื่อชูกล่าว “ดีย่อมดีแน่ ทว่าเช่นนี้หนึ่งวันจะต่างอันใดกับร้อยปี”

จอมอสูรแม่น้ำไป๋เหอตอบด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง “แม่น้ำไป๋เหอเป็นชื่อแม่น้ำและเป็นชื่อของข้า ข้าไม่มีทางไปจากที่นี่ พวกเจ้าไปเถอะ และอย่าได้กลับมาอีก”

พูดถึงตรงนี้เฟยอวี่ก็ตัดสินใจกล่าวคำลา ทว่าชื่อชูกลับบอก “แผนการของจอมอสูรเขาหลิงซานไม่ใช่เล็กๆ ทันทีที่อิทธิพลของเขาแผ่ไพศาล ถึงตอนนั้นเขาย่อมต้องพุ่งเป้ามาที่เจ้าแน่ เจ้าเคยเห็นนกกระจอกเทศที่ยังไม่ตื่นรู้หรือไม่ ครั้นพายุฝุ่นทรายกำลังมามันจะซุกหัวเข้าไปในผืนทราย ฟังไม่ได้ยิน มองไม่เห็นพายุ จนตายมันก็ยังไม่รู้เลยว่ามันตายด้วยเหตุใด หอยพัดปิดเปลือก ไม่เห็นมหาอุทกภัยภายนอก…”

ไป๋เหอกระทืบโคมมังกรมัจฉาจนแบน สะบัดมือขว้างของสิ่งหนึ่งออกไป “เจ้ามีสิทธิ์พูดอันใด! ไสหัวไปได้แล้ว!”

ชื่อชูกลัวถูกหินริมแม่น้ำเขวี้ยงใส่หน้าจึงรีบยื่นมือออกไปรับ หนีบหางวิ่งหนีอุตลุด “ไปแล้วๆ”

เห็นสองอสูรวิ่งตรงมาเมิ่งเสวี่ยหลี่ก็ถามอย่างแปลกใจ “คุยเสร็จเร็วเช่นนี้?”

จอมอสูรแม่น้ำไป๋เหอทอดตามองดูเจดีย์เจิ้นเยาอยู่ทุกค่ำคืน ทั้งๆ ที่รู้ว่าสหายเก่าตกระกำลำบาก แต่กลับมิอาจยื่นมือช่วยเหลือ ร้อนรนไม่เป็นสุข ครั้นพลิกแพลงสถานการณ์สำเร็จ ได้พบกันใหม่อีกครั้งเช่นนี้ก็น่าจะมีเรื่องให้พูดคุยกันมากอยู่มิใช่หรือไร

ชื่อชูหน้าม่อยคอตก “ถูกนางด่ากลับมา”

เมิ่งเสวี่ยหลี่ประหลาดใจ “ยังมีอสูรด่าชนะพวกเจ้าด้วยหรือ” นั่นมันต้องระดับใดกัน

เฟยอวี่บอก “เหนืออสูรมีอสูร…เอ๋? นี่มันอะไร”

ชื่อชูก้มหน้ามอง ในมือตัวเองถือของที่ไป๋เหอขว้างมา มันไม่ใช่ก้อนหิน แต่เป็นถุงผ้าปักลายใบหนึ่ง

เขารีบหันหน้าไป จุดที่ไป๋เหอยืนอยู่ก่อนหน้านี้ว่างเปล่า มีก็แต่ลำธารไหลริน

 

ติดตามบทที่ 4 ได้ในวันที่ 23 .. 63

Comments

comments

No tags for this post.
Jamsai Editor: