หากอีกฝ่ายสะกิดใจขึ้นมาว่าคืนนี้หน่วยประตูหกบานกำลังแอบตามรอยเพื่อคลำตามเถาวัลย์ไปหาผลแตงล่ะก็ การค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ก็จะยากทบทวียิ่งขึ้นไปอีก แต่สิ่งที่ทำให้มู่ไคเวยตกใจคือเรื่องตั๊กแตนจ้องจับจักจั่น นกขมิ้นอยู่ข้างหลัง นางนึกว่าตนเป็นนกขมิ้น โดยหารู้ไม่ว่าความจริงแล้ว นกขมิ้นคือผู้อื่น…มีใครบางคนตามหลังนางอยู่ และทำลายลูกหินที่เป็นอาวุธลับของนาง เมื่อครู่นี้เองที่หญิงสาวเพิ่งรับรู้ได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย
เป็นไปได้ว่าเขาจะแข็งแกร่งกว่า และยังมีวรยุทธ์สูงส่งกว่านาง
แต่อย่างน้อยนางก็ได้เปรียบเรื่องพื้นที่และกำลังคน
เมืองหลวงเป็นถิ่นของนาง ขอเพียงรั้งตัวคนผู้นั้นเอาไว้ให้ได้ ไม่ถึงหนึ่งเค่อ เจ้าหน้าที่กลุ่มสี่ปักษีคนอื่นๆ กับมือปราบจุลปักษีจะต้องสังเกตเห็นความผิดปกติและเร่งมาให้ความช่วยเหลือ มู่ไคเวยจึงไม่ต้องพะวงหลัง ทว่าแผนคืนนี้คงต้องพังเพราะไม่สามารถปล่อยตัวคนร้ายให้หนีไปได้จริงๆ
“ออกมาได้แล้ว สหาย กล้าทำแล้วไม่กล้ารับหรือ”
แขนนางถืออาวุธมั่น สายตาที่กวาดมองไปในที่มืดนั้นเปรียบได้กับกระบี่ที่ชักออกจากฝัก พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบช้าชัดเจน
จังหวะนี้เอง พลทหารลาดตระเวนกลางคืนก็ตกใจจนแข้งขาอ่อน ไม่มีแรงจะตะกายหนีไปได้ไกล ส่วนคนร้ายก็มีเหงื่อเม็ดเป้งผุดขึ้นมาเต็มหน้า และนิ่งเป็นก้อนหินโดยไม่กล้าขยับ
ฟึ่บ!
มู่ไคเวยคอยสังเกตการณ์อยู่ตลอดนางจึงแน่ใจว่า ‘นกขมิ้น’ ซ่อนอยู่ในที่ลับตาบริเวณก้อนหิน และกลั้นใจรอคอย ทว่าสิ่งที่ตอบกลับมาคือลูกหินที่เป็นอาวุธลับก้อนหนึ่งซึ่งแหวกอากาศมา แต่เป้าหมายที่โดนเล่นงานกลับไม่ใช่นาง แต่เป็นพลทหารลาดตระเวนกลางคืนที่เป็นมะพลับนิ่ม ทำให้มู่ไคเวยต้องช่วย
หญิงสาวยื่นแขนไปคว้าตัวพลทหารลาดตระเวนกลางคืนกลับมาทำให้เขารอดพ้นจากการถูกโจมตีได้อย่างฉิวเฉียด แต่ยังไม่ทันได้หยุดหายใจ อาวุธในมือกลับถูกบางสิ่งมากระทบ เปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามได้ฉวยโอกาสตอนที่นางเสียสมาธิพุ่งออกมาช่วยคนร้าย
“ยอมให้จับเสียโดยดี!” ร่างบางเคลื่อนไหวอย่างปราดเปรียวด้วยกระบวนท่าที่ดุดัน นางชิงเข้าพัวพันก่อนเป็นฝ่ายถูกโจมตี
ฝ่ายตรงข้ามใช้มือข้างหนึ่งยึดตัวคนร้ายไว้อย่างให้การคุ้มครอง และใช้มืออีกข้างต่อสู้กับนาง ช่วงแรกเขาถูกมู่ไคเวยเล่นงานไม่ยั้งจนต้องถอยหลังกรูด แต่กลับไม่มีท่าทีว่าจะพ่ายแพ้ ซ้ำยังสามารถหลีกหลบอาวุธของนางไปได้
เขาหายใจเข้าลึกเฮือกหนึ่งแล้วใช้แขนยาวทรงพลังส่งตัวคนร้ายขึ้นไปบนกำแพง ก่อนตวาดเสียงกร้าว “มีคนให้ข้ามาช่วยเจ้า ยังไม่รีบหนีไปอีก!”
คนร้ายถูกเหวี่ยงขึ้นไปบนกำแพงโดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าจึงล้มโครมเจ็บไปทั้งร่าง ยิ่งได้ยินคำพูดประโยคนี้ เขาก็หลุดปากด่าทอออกมาว่า “หากเจ้าโล้นนั่นไม่มาช่วยข้า ข้าจะลากไส้มันออกมาให้หมดเลย โอ๊ย! มารดามันเถอะ…เจ็บโว้ย!”