ซ่อนแผนร้ายชิงบัลลังก์รัก
ทดลองอ่าน ซ่อนแผนร้ายชิงบัลลังก์รัก บทที่ 3-4
เมื่อครู่นี้ตอนที่สตรีนางนี้ตั้งใจติดแจกัน เอียงศีรษะก้มหน้าลงเล็กน้อย ถึงได้เห็นว่าหน้าผากของนางกลมมน จมูกรั้นได้รูปงดงาม ถึงแม้ยามมองนางแวบแรกจะไม่ใช่โฉมงามเพริศพริ้งที่ผู้คนนิยมอะไร ทว่ากลับเป็นประเภทยิ่งเพ่งพิศยิ่งน่ามอง ตอนนี้นางยอมช้อนสายตาขึ้นมองเขาในที่สุด ภายในนัยน์ตาหงส์อ่อนโยนคู่นั้นกลับทอประกายแข็งกร้าวที่สตรียากจะมี ท่าทีเช่นนี้ช่างชวนให้…อดใจไม่ไหวอยากจะบดขยี้นางแรงๆ เสียเหลือเกิน…
ในใจเซียวอ๋องฮั่วจวินถิงมีเจตนาร้ายวาบผ่านเล็กน้อย แต่ภายนอกยังคงดูสง่างามผ่อนคลาย ปากเอ่ยวาจาเสียดสี “สมกับที่เป็นบุตรสาวหนึ่งเดียวของอวี้ฉือเต๋อ อดีตแม่ทัพเจิ้นหย่วนแห่งต้าเหลียง ขวัญกล้าเหนือผู้ใดจริงๆ มีจิตวิญญาณบุรุษยิ่งกว่าท่านลุงแข้งขาอ่อนแรงผู้นั้นของเจ้าเสียอีก”
ที่แท้ก็มีสาเหตุจากบิดาถึงได้หาเรื่องข้า…อวี้ฉือเฟยเยี่ยนลอบคิดด้วยความโล่งอก ก่อนหลุบตาลงอีกครั้ง “นับแต่สมัยราชวงศ์ก่อน ท่านลุงก็มีเพียงบรรดาศักดิ์โหว ไม่เคยรับตำแหน่งหน้าที่อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่เด็กยังได้รับการสั่งสอนเรื่องลำดับความอาวุโส ชนชั้น ทุกวันนี้ชะตาแคว้นคล้อยตามลิขิตสวรรค์ ต้าฉีรุ่งโรจน์ ท่านลุงย่อมรักษาจารีตประเพณี เห็นฮ่องเต้แห่งต้าฉียิ่งใหญ่ดั่งเทพหนี่ว์วา ซ่อมฟ้า เทพเจ้าซีเหออาบตะวัน และท่านอ๋องทรงน่าเกรงขามเทียบเท่าเทพเจ้า กลับเป็นผู้น้อยที่มารยาทไม่ดีพอเอง ขอเซียวอ๋องโปรดทรงลงโทษด้วยเพคะ”
เซียวอ๋องได้ยินความช่างจำนรรจาของอวี้ฉือเฟยเยี่ยนแล้วยกมุมปากน้อยๆ เอ่ยขึ้นกะทันหันว่า “ข้ากับบิดาเจ้าเคยประมือกันบนสนามรบหลายครั้ง บิดาของเจ้าถูกลูกธนูหลายดอกยิงตายที่เกาชาง ข้าไม่ได้ฆ่าป๋อเหริน แต่ป๋อเหรินตายเพราะข้า ต่อให้เป็นเช่นนี้ในใจเจ้าก็ยังไร้ความแค้นอยู่ดีรึ”
อวี้ฉือเฟยเยี่ยนได้ยินแล้วกำหมัดน้อยๆ เอ่ยอย่างอดกลั้น “ท่านพ่อตระหนักถึงหน้าที่ของตนเอง ผู้เป็นแม่ทัพจะหนีสงครามได้อย่างไร การตายบนสนามรบก็ถือเป็นปณิธานของท่านพ่อ เป็นการตอบแทนบุญคุณความเมตตาของฮ่องเต้ราชวงศ์ก่อน ผู้น้อยได้ยินว่าในเหตุการณ์ขานชื่อที่ลานกว้าง อดีตขุนนางอาวุโสของราชวงศ์ก่อนจำนวนมากล้วนถูกประหารชีวิตตัดศีรษะ ตามหลักแล้วท่านพ่อเป็นเหตุให้ท่านลุงเองก็ยากจะมีชีวิตรอด โชคดีที่ได้เซียวอ๋องช่วยตรัส ถึงรักษาชีวิตครอบครัวเอาไว้ได้ สมัยท่านพ่อมีชีวิตอยู่เคยเล่นงานกองทัพองค์ชายสาหัสอยู่หลายครั้ง องค์ชายยังสามารถวางความแค้นลงได้ สตรีอ่อนแอผู้หนึ่งอย่างผู้น้อยจะวางลงไม่ได้ได้อย่างไรเพคะ”
ถ้อยคำนี้ฟังดูคล้ายเป็นคำชม แท้จริงกลับเป็นการโต้กลับเซียวอ๋อง ยกเรื่องไม่น่าฟังในอดีตที่เขาเคยพ่ายแพ้ใต้กำมือบิดานางขึ้นมาเอ่ยซ้ำ
เซียวอ๋องได้ยินประโยคนี้ของนางแล้วรอยยิ้มมุมปากก็ยิ่งกดลึกกว่าเดิม “แท้จริงความใจกว้างของข้าไม่ได้กว้างเท่าที่คุณหนูเฟยเยี่ยนกล่าว บางครั้งยามดึกหลับฝัน นึกถึงเรื่องที่เคยตกหลุมพรางต่างๆ นานาก็รู้สึกหงุดหงิดใจมากเช่นเดียวกัน น่าเสียดายที่ท่านแม่ทัพอวี้ฉือเต๋อเสียชีวิตเร็วเกินไป ไม่อาจลับฝีมือกลศึกกับเขาอีก วันนี้อุตส่าห์ได้พบกับทายาทของท่านแม่ทัพก็นับว่าได้สมปรารถนาแล้ว…ได้ยินว่าฝีมือเดินหมากของคุณหนูเก่งกาจ จะร่วมเดินหมากกับข้าสักตาได้หรือไม่”
อวี้ฉือเฟยเยี่ยนหัวใจหนักอึ้ง เซียวอ๋องผู้นี้สืบข่าวเรื่องความสามารถในห้องหอพวกนี้ของนางมาจากที่ใดกัน
ในตอนที่นางคิดปฏิเสธ เซียวอ๋องก็เอ่ยขึ้นกะทันหันว่า “เพื่อไม่ให้คุณหนูกริ่งเกรงข้าดุจดั่งเทพเจ้าเหมือนที่ท่านลุงของเจ้าเป็น ก็จำเป็นต้องเดิมพันด้วยบางอย่างที่ทำให้คุณหนูยอมทุ่มสุดฝีมือ…” เขาหยุดไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยต่อว่า “มิสู้เดิมพันด้วยชีวิตของครอบครัวท่านลุงเจ้าเป็นอย่างไร”
ได้ยินน้ำเสียงผ่อนคลายของฮั่วจวินถิงแล้ว ชีวิตของทุกคนในสกุลอวี้ฉือช่างฟังดูไร้น้ำหนักดุจเมล็ดแตงที่รอถูกหยิบขึ้นมากิน อวี้ฉือเฟยเยี่ยนเบิกตากว้างอย่างห้ามไม่ได้ ถลึงตามองเซียวอ๋องอย่างกรุ่นโกรธ
เซียวอ๋องค่อยๆ ลุกขึ้น เงาร่างสูงใหญ่บดบังอวี้ฉือเฟยเยี่ยนที่อยู่ด้านหน้าเขา น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเย็นเยือกลงกะทันหัน “เบิกตากว้างเพียงนี้ อารมณ์เสียหรือ”
อวี้ฉือเฟยเยี่ยนสูดลมหายใจเข้าลึก เอ่ยเสียงเบา “ผู้น้อยมิกล้า…”
ภายในห้องหนังสือมีห้องเดินหมากอยู่ บริเวณหนึ่งเป็นตั่งเตี้ยสำหรับนั่ง โต๊ะเล็กที่วางบนตั่งมีกระดานหมากล้อมตั้งอยู่ เม็ดหมากที่แกะสลักจากหยกใส่อยู่ในโถหมากสองใบ
อวี้ฉือเฟยเยี่ยนรอเซียวอ๋องนั่งลงแล้วถึงได้นั่งลงบนตั่ง รอเซียวอ๋องวางเม็ดหมากลงก่อนเงียบๆ เซียวอ๋องเองก็ชิงวางเม็ดหมากดำลงก่อนอย่างไร้ความเกรงใจ
ช่วงเวลานั้นภายในห้องเดินหมากเงียบสงบอย่างยิ่ง นอกจากเสียงน้ำหยดดังติ๋งๆ บอกเวลา ก็เป็นเสียงของหมากหยกวางลงบนกระดานหมาก ฝีมือการเล่นหมากล้อมของเซียวอ๋องผู้นี้เหมือนกลิ่นอายบนตัวเขาไม่มีผิด ทั้งโหดเหี้ยมอำมหิตและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม อวี้ฉือเฟยเยี่ยนเองก็ต้องทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ เพราะหากผิดพลาดแค่เพียงเล็กน้อยก็ยากจะรักษาชีวิตครอบครัวท่านลุงเอาไว้ได้!
ในตอนที่ทั้งสองคนกำลังจะเล่นถึงช่วงตัดสิน เซียวอ๋องที่นิ่งเงียบมาตลอดพลันเอ่ยปากขึ้นกะทันหัน “หมากล้อมเปรียบดั่งสงคราม คำพูดนี้ไม่ผิดแต่อย่างใด จุดที่ควรพิถีพิถันคือแผนการภาพรวม เดินหนึ่งก้าวต้องพิจารณาสิบก้าว คุณหนูอดทนมาได้นานเพียงนี้ ช่างเหนือความคาดหมายของข้านัก เพียงแต่วิธีการเดินหมากของคุณหนูเฟยเยี่ยนกลับทำให้ข้านึกถึงสหายในอดีตที่เคยประมือกันมานานแล้วผู้หนึ่ง…”
อวี้ฉือเฟยเยี่ยนได้ยินแล้วนึกถึงบางอย่าง นิ้วที่คีบเม็ดหมากขาวค้างไว้อยู่นาน ลังเลไม่วางลงเสียที
“หลังจากท่านแม่ทัพอวี้ฉือตาย อดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาฝานจิ่งยังไม่ยอมแพ้ ไปรวมตัวต่อต้านที่ภูเขาไป๋ลู่ เดิมทีวรยุทธ์ของฝานจิ่งไม่น่ากลัว แต่บัณฑิตจูเก๋อที่เป็นเสนาธิการคอยสนับสนุนเขากลับก่อปัญหาให้ข้าไม่น้อย…” พูดมาถึงตรงนี้เซียวอ๋องพลันยื่นแขนยาวออกมา ฝ่ามือใหญ่จับข้อมือเรียวของอวี้ฉือเฟยเยี่ยนแน่นดั่งที่คีบเหล็ก “ไม่รู้ว่าคุณหนูรู้จักบัณฑิตจูเก๋อผู้นี้หรือไม่”
Comments
