เด็กสาวเซแซ่ดๆ ขณะเกาะแขนเขาไว้แน่น แล้วเหลือบตาขึ้นอย่างเสียขวัญ “ข้าเป็นเพียงหญิงอ่อนแอ ท่านทำเช่นนี้แม้เอาชนะข้าได้ก็ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย”
เขาหรี่ตาเอ่ย “หญิงอ่อนแอเยี่ยงเจ้ายังรู้จักใช้เสียงเพลงส่งสาส์นกับผู้อื่น ช่างเก่งกาจเสียเหลือเกินนะ”
เจียงจื้ออีย้อนอย่างไม่เข้าใจ “หากไม่เป็นเพราะตอนนั้นท่านไม่อยากจับคู่กับข้า แล้วยัดเยียดเผยจื่อซ่งมาให้คู่กับข้าแทน แล้วจะมีวันนี้หรือ รับกรรมที่ตนเองก่อไว้เองแท้ๆ ยังจะโทษคนอื่นอีก!”
หลังจ้องตากันอยู่สักพัก ต่างคนก็ต่างสะบัดหน้าไปคนละทาง
เสียงเพลงจบลง จากนั้นก็ดังขึ้นอีกรอบ เจียงจื้ออีที่ร้อนใจดั่งไฟลนกระแอมเบาๆ “ค้างคาอยู่เช่นนี้ก็เปล่าประโยชน์ ขอข้าหายใจให้หายเหนื่อยก่อนค่อยออกวิ่งกันใหม่ ใครช้าใครเร็วขึ้นอยู่กับความสามารถตนเอง”
ไม่รู้ใครกันที่ต้องมาหยุดเพราะนาง หากไม่ต้องมัวพยุงนางอยู่ตรงนี้ เขาคงเปิดประตูเสร็จไปแปดบานแล้ว
หยวนเช่อยืนอยู่ที่เดิมอย่างเยือกเย็น ให้นางเกาะแขนพยุงตัวพักให้หายเหนื่อย
เจียงจื้ออีเกาะอีกฝ่ายพลางหอบหายใจอยู่หลายครั้ง ทันใดนั้นนางก็ปัดมือเขาออกแล้วรีบเดินขึ้นบันได ถอดดาลประตูถลาออกไปข้างนอก
หยวนเช่อ “…”
เขาก้มหน้ามองมือของตนเองที่ถูกนางปัดออก แล้วแค่นยิ้มอย่างฉุนๆ พลางเดินตามไป ก้าวข้ามธรณีประตู
พอข้ามธรณีประตูออกมาข้างนอก ปลายเท้าของทั้งคู่ก็ชะงักพร้อมกัน
ข้างนอกนั่นไม่ใช่เผยจื่อซ่ง แต่เป็นนักดนตรีหญิงคนหนึ่งที่กำลังนั่งดีดพิณเจ็ดสายอยู่หน้าประตู
เบื้องหน้าคือคู่หนุ่มสาวที่แย่งกันวิ่งออกมาเป็นคนแรกราวกับแย่งกันมาจองที่ซื้อขายสินค้า นักดนตรีหญิงเห็นดังนั้นก็ชะงักมือที่ขยับพลิ้วบนสายพิณ เงยหน้าขึ้นมองหยวนเช่ออย่างอึ้งตะลึง จากนั้นก็มองเจียงจื้ออี ก่อนจะอุ้มพิณลุกขึ้นมาย่อกายคำนับเด็กสาว “แม่นาง คุณชายท่านหนึ่งให้ข้าน้อยนำความมาแจ้ง ว่าเรื่องที่ท่านฝากฝัง เขามิได้ทำให้ท่านผิดหวัง ขอให้ท่านรอฟังข่าวดีอย่างสบายใจเถิด”
เจียงจื้ออีได้ยินดังนั้นก็อุ่นใจ นางพรูลมหายใจอย่างโล่งอก เอ่ยขอบคุณนักดนตรีหญิงยิ้มๆ แล้วก็เห็นหยวนเช่อที่ยืนข้างกันเบือนหน้าไปทางอื่นคล้ายไม่อินังขังขอบกับข่าวนี้แต่อย่างใด…
นั่นสินะ จดหมายของเผยจื่อซ่งถูกส่งออกไป หยวนเช่อซึ่งเป็น ‘ผู้ปกครอง’ แห่งเหอซีย่อมต้องรู้อยู่แล้ว คงคิดว่าเสียแรงที่อุตส่าห์แข่งกับนาง ออกมาแล้วดันจับเผยจื่อซ่งไม่ได้ ทั้งยังได้ฟังประโยคเหลวไหลพรรค์นี้อีก
แต่ตอนอยู่ในโรงน้ำชา เขาแสดงอาการตอบสนองรุนแรงถึงเพียงนั้น ภายหลังจะไม่ทำอะไรทั้งสิ้นจริงหรือ
ราวกับอ่านใจนางได้ หยวนเช่อแค่นหัวเราะดังหึ “ตราบใดที่ไม่ได้ถอนหมั้น ตราบนั้นเจ้าก็จะยังเป็นคู่หมั้นของข้า เจ้าส่งจดหมายไปให้หย่งเอินโหวได้ ข้าก็ทำได้เช่นกัน”
ที่แท้เขาลองชั่งน้ำหนักดูแล้ว ตระหนักว่าการสกัดจดหมายของเผยจื่อซ่งดูน่าสงสัย จึงเปลี่ยนแผนการมาทางนี้แทน
“ท่านจะบิดเบือนความจริงอย่างไรก็ช่าง คิดว่าท่านลุงจะเชื่อท่านมากกว่าข้าหรือ” เจียงจื้ออีแค่นหัวเราะ แล้วชี้ท้องฟ้าเหนือกระหม่อม “นี่ก็มืดแล้ว รีบกลับไปเขียนจดหมายของท่านเสียสิ ‘อดีต คู่ หมั้น’ ในเร็วๆ นี้”
“…”