ในสวน หยวนเช่อที่เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาข้างในข้างหนึ่งเห็นฉากที่กู่อวี่ออกมาอุ้มลูกสุนัขเข้าพอดี
มู่ซินหงที่กางร่มให้อยู่ข้างหลังกล่าว “เห็นหรือไม่ขอรับแม่ทัพน้อย ผู้น้อยว่าแล้วเชียวว่าสุนัขตัวนี้จะต้องพิชิตใจท่านหญิงได้ภายในหนึ่งวันอย่างแน่นอน นิสัยท่านหญิงน่ะชอบไม้อ่อนไม่ชอบไม้แข็ง สุนัขยังรู้เลย แล้วท่านยังไม่ทราบอีกหรือขอรับ”
หยวนเช่อค่อยๆ หันไปมองคนพูดด้วยสีหน้าเย็นเยียบ
รองแม่ทัพหดคอทันที “ผู้น้อยพลั้งปากไป จะไปรับไม้ลงทัณฑ์ตามกฎทหารเดี๋ยวนี้ ขอทิ้งร่มไว้กับ…”
“ยังจะทิ้งไว้ทำอันใดอีก” เด็กหนุ่มเอ่ยแทรกขึ้นอย่างเย็นชา
“หา?”
หยวนเช่อถอนหายใจหนักๆ “เอาร่มแสนเกะกะของเจ้าไปด้วย”
มู่ซินหงผงะไปเล็กน้อยก็เข้าใจว่าอีกฝ่ายหมายจะตามรอย ‘บรรพสุนัข’ นี่เอง เขาจึงรีบดึงร่มออกโดยไม่รอช้า
พอดึงร่มออกห่าง ฝนห่าใหญ่ราวกับฟ้ารั่วที่คาดไว้กลับไม่ยอมเทลงมา เหนือกระหม่อมมีฝนตกเปาะแปะเพียงไม่กี่เม็ด และอึดใจให้หลังกระทั่งเม็ดฝนเปาะแปะที่ว่าก็หายวับไปเช่นกัน
ทั้งสองคนที่ยืนอยู่กลางแจ้งเงยหน้าขึ้น…
ฝนหยุดแล้ว?
“…”
เมฆดำมลายหาย ท้องฟ้าสงบไร้ลมแรง มู่ซินหงเห็นดังนั้นก็หัวเราะเจื่อนๆ คลี่คลายบรรยากาศ “แม่ทัพน้อย จะทำศึกต้องพิจารณาเวลา ภูมิประเทศ และปัจจัยด้านคน คืนนี้ดูเหมือนเวลาจะไม่เป็นใจเท่าใดนัก…ไว้ครั้งหน้าก็แล้วกันขอรับ ถึงอย่างไรเวลานี้พวกเราก็รู้เคล็ดลับแล้ว ไม่ต้องกลัวว่าครั้งหน้าจะไม่สำเร็จ!”
“หากข้าจะทำศึก ไม่มีคำว่า ‘เวลาไม่เป็นใจ’ หรอก”
“ยามท่านทำศึก หากฝนตกใช้กลยุทธ์ยามฝนตก หากฝนแล้งใช้กลยุทธ์ยามฝนแล้ง หากไม่ไหวจริงๆ ก็ยังสู้ศึกต้านลมได้ แต่เวลาเช่นนี้ไม่มีฝน จะเอาอะไรมาเปียก จะสั่งให้สวรรค์บันดาลฝนให้ท่านอีกสัก…”
“ไปเอาน้ำมาถังหนึ่ง”
“…”
เวลาเดียวกัน ภายในห้องนอน สาวใช้สองคนใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดลูกสุนัขจนแห้ง เจียงจื้ออีเห็นเจ้าสุนัขแหงนหน้ามองตนตาละห้อยพลางร้องงี้ดๆ ก็ก้มลงไปอุ้มมันขึ้นมา แล้วถอนหายใจ “เจ้าว่าเจ้าชะตาอับโชคหรือไม่ถึงต้องมามีเจ้าของใจร้ายใจดำ ส่งเจ้ามาที่นี่แล้วไม่ดูดำดูดี ประเดี๋ยวคราวหน้าพอเจอเขาเจ้าก็กัดเลยนะ เข้าใจหรือไม่”
ขนเปียกชื้นของสุนัขตัวน้อยขดเป็นลูกคลื่น เผยให้เห็นพุงสีชมพูนุ่มนิ่ม มันร้องงี้ดๆ แล้วเข้ามาซุกอกนาง ไม่รู้ว่าฟังเข้าใจหรือไม่
ช่างเถิด มันตัวเล็กกระจ้อยร่อยเกินไป ถึงกัดเจ้าตัวร้ายที่สามารถกระชากผ้าสิบทบขาดผู้นั้นไปก็ไม่สะดุ้งสะเทือนหรอก
กำลังคิดเช่นนั้น เสียงเคาะประตูก๊อกๆ ก็ดังขึ้นสองที
สาวใช้ทั้งสองที่กำลังสาละวนเก็บกวาดห้องเงยหน้าขึ้น พอเห็นเงาร่างสูงโปร่งทาบอยู่บนบานประตูก็หันไปมองเจ้านายอย่างรอคำสั่ง
“เปิดประตู ให้เขามาเอาสุนัขกลับไป” เจียงจื้ออีกระดกปลายคางอนุญาต
กู่อวี่เดินไปดึงประตูให้เปิดออก
เจียงจื้ออีช้อนตาขึ้นกำลังจะอ้าปาก…แล้วก็ได้เห็น ‘สุนัขตกน้ำตัวที่สอง’ ของค่ำคืนนี้ที่เปียกชุ่มโชกตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ตรงกระหม่อมยังมีไอลอยเป็นสาย ไม่รู้ว่าเป็นไอหนาวหรือไอร้อนกันแน่
“…”
ติดตามตอนต่อไปวันที่ 2 มี.ค. 69