เจียงจื้ออีขมวดคิ้ว แล้วก้มหน้าลงมองเจ้าก้อนกลมสีขาวที่ขดตัวซุกอกตนเองอีกครั้ง ครุ่นคิดเล็กน้อยก็บอกมันว่า “ข้าแค่ให้เจ้าพักหลบฝนชั่วคราวเท่านั้น หลังจากนี้เจ้าต้องไปอยู่กับเจ้าของเจ้าเหมือนเดิม ในเมื่อเจ้าของเจ้าแซ่หยวน เจ้าก็ชื่อเจ้าก้อนหยวนแล้วกัน”
หยวนเช่อที่อยู่ข้างนอกได้ยินแล้วก็เน้นเสียงทีละคำเพื่อขอคำยืนยัน “ก้อน…หยวน?”
พอได้ยินเสียงเรียกของเจ้าของ เจ้าก้อนหยวนขนตั้งทั้งตัว แล้วกระโจนลงจากวงแขนของเจียงจื้ออีวิ่งออกไป
“นี่!” เด็กสาววิ่งตามด้วยอารามตกใจ พอออกมาถึงห้องชั้นนอก สิ่งที่วาบเข้ามากระทบสายตามีทั้งตัวขาวๆ ของเจ้าก้อนหยวนและผิวขาวๆ ของหยวนเช่อ
นางค่อยๆ เหลือบตาขึ้นมอง เห็นเขายืนกึ่งเปลือยอยู่ตรงนั้น เนื้อตัวยังเปียกอยู่เล็กน้อย ไหล่กว้างเอวสอบ กล้ามเนื้อได้สัดส่วนงดงาม น้ำหยดใสไหลกลิ้งตามมัดกล้ามจากแผงอกลงไปข้างล่าง ก่อนจะหายเข้าไปในขอบกางเกง…
เจียงจื้ออีร้อนซู่ขึ้นไปถึงกระหม่อม รู้สึกหน้ามืดวิงเวียน ขณะกะพริบตาปริบๆ “หะ…หันไปเลยนะ!”
นางพูดพลางหมุนตัวหันหลังให้เช่นกัน
หยวนเช่อชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหันหลังให้ แล้วก้มหน้าลงมองตนเอง “ไม่ได้เพิ่งเคยเห็นครั้งแรกเสียหน่อย”
“ข้าเคยเห็นเมื่อใดกัน”
“ถูกเจ้าเห็นตั้งแต่วันแรกที่เข้าเมืองหลวงแล้ว”
ดูเหมือนจะมีเรื่องเช่นนี้จริงๆ แต่นางจำได้ว่าครานั้นนางเข้าไปเจอเขาเปลี่ยนเสื้อผ้าพอดี ดูเหมือนเขาไม่มีความคิดจะปิดบังเรือนร่างตนเองแต่อย่างใด
“แสดงว่าท่านกับพี่ชายหน้าตาเหมือนกัน แม้แต่…รูปร่างก็ด้วย?”
“อะไรกัน จะทำเหมือนมองข้าเท่ากับมองพี่ใหญ่หรือ”
“…”
“เช่นนั้นเจ้าก็ต้องผิดหวังแล้ว พวกเรารูปร่างไม่เหมือนกัน” หยวนเช่อโยนผ้าที่ใช้เช็ดตัวทิ้งลงพื้น
“ไม่เหมือนแล้วไม่เผยพิรุธออกมาบ้างหรือ” นางถามอย่างกังขา
“ขอเพียงมีรูปร่างใกล้เคียงกัน ผ่านไปสามปีจะแข็งแรงกำยำขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เรื่องพวกนี้ไม่จำเป็นต้องปิดบังอำพราง อะไรที่ควรซ่อนข้าก็ซ่อนไว้เป็นอย่างดีแล้ว”
“ตรงที่ใดเล่าที่ควรซ่อน”
“รอยแผลตรงปลายคางที่ได้มานาน ไตสากกร้านบนมือที่หนาเกินไป”
เจียงจื้ออีเงยหน้ามองคันฉ่องสำริดที่ตั้งอยู่ตรงข้าม บานคันฉ่องสะท้อนภาพแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นขรุขระน่ากลัวของเด็กหนุ่มอายุสิบเก้าปี นางมิอาจบอกได้ว่าเป็นรอยแผลที่เกิดจากอาวุธประเภทใด อาจเป็นดาบหรือกระบี่ แต่ก็อาจเป็นหอกหรือทวนได้เช่นกัน
ดังนั้นเขามีรอยแผลเป็นเหล่านี้ แต่เสิ่นหยวนเช่อไม่มี
นางจ้องมองอย่างนิ่งอึ้งอยู่พักใหญ่ “…แต่แผลตามตัวท่านก็ยังมีอยู่นี่”
“รอยแผลเป็นที่ได้มานานย่อมลบทิ้งไปไม่ได้ ต้องทำให้เป็นรอยแผลใหม่ ดูเผินๆ เหมือนพี่ใหญ่เพิ่งได้รับบาดเจ็บมาไม่นานก็พอ”
“ทำให้เป็นรอยแผลใหม่ได้อย่างไร…” เจียงจื้ออีเผยอริมฝีปาก คิดเท่าไรก็นึกออกเพียงวิธีเดียวเท่านั้น แต่ว่า…
“กรีดรอยแผลเดิมซ้ำทั้งหมดอีกรอบหนึ่งก็เรียบร้อยแล้ว” หยวนเช่อตอบง่ายๆ
เจียงจื้ออีสั่นสะท้าน ลมหายใจติดขัด ต้องยันโต๊ะเครื่องแป้งไว้ด้วยมือสั่นเทา ภาพผิวเนื้ออาบเลือดเหวอะหวะน่ากลัวเหมือนปรากฏขึ้นตรงหน้า
มิน่าเล่า ตอนอยู่ในเมืองหลวงเขาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยถึงมองว่านางตกใจจนเกินเหตุ