everY
ทดลองอ่าน มีมของคุณดูดีกว่าตัวจริงอีกนะ เล่ม 1 บทที่ 1-3 #นิยายวาย
บทที่ 2
เจ้าคนซื่อบื้อมีเงินเยอะแถมมีความคิดพิลึก
เจียงสวินให้สัมภาษณ์โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการที่ทีมของพวกเขาชนะการแข่งขันระดับโลกที่เพิ่งผ่านพ้นไป ซึ่งในการแข่งดังกล่าวนั้นทีมของพวกเขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคอย่างยากลำบากจนสามารถคว้าแชมป์นำเกียรติยศมาให้กับประเทศได้
หลังจากกลับมาประเทศก็มีการสัมภาษณ์เกี่ยวกับทีมไม่หยุดหย่อน
นิตยสารเจ้านี้อยากสัมภาษณ์พิเศษเจียงสวินสักครั้งมาโดยตลอด คราวนี้ต้องอาศัยเส้นสายจึงสามารถเชิญเจียงสวินมาได้สำเร็จ
“ต่อจากนี้เทพสวินมีแผนการอะไรคะ” คนของทางนิตยสารที่รับผิดชอบในการสัมภาษณ์เอ่ยถาม
“ทีมของพวกเรามีวันหยุดหนึ่งสัปดาห์เลยจะไปพักผ่อนกันที่เมืองเล็กๆ ในยุโรปเหนือ หลังกลับมาก็ต้องทุ่มเทฝึกซ้อมกันต่อ” เจียงสวินมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองอย่างแนบเนียน ใกล้จะหมดเวลาสัมภาษณ์แล้ว
“ไม่พักผ่อนให้มากหน่อยเหรอคะ”
“ไม่แล้วครับ” เจียงสวินพูดยิ้มๆ “การแข่งขันอีสปอร์ต เกียรติยศที่ปรากฏภายนอกมีแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ ผู้ชมอาจมองเห็นเพียงทักษะและวิธีการเล่นที่สวยงามชวนประทับใจในการแข่งขัน แต่มองไม่เห็นหยาดเหงื่อที่ต้องทุ่มเทอยู่เบื้องหลัง”
การสัมภาษณ์เข้าสู่ช่วงสุดท้าย
“ขอถามคำถามที่ค่อนข้างส่วนตัวหน่อยได้ไหมคะ” นักข่าวของนิตยสารซึ่งรับหน้าที่สัมภาษณ์เจียงสวินชำเลืองมองเนื้อหาสัมภาษณ์ที่หัวหน้าบรรณาธิการเพิ่งส่งมาให้ตนเองด้วยความตึงเครียด ก่อนเอ่ยถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก
“คุณพูดมาเลยครับ” เจียงสวินบอกให้เธอถาม
“เราเคยได้ยินข่าวลือมาว่าที่บ้านของคุณ…” นักข่าวเอ่ย
“เป็นความจริงครับ” เจียงสวินพูดอย่างเปิดเผย “นี่ไม่ถือว่าเป็นความลับอะไร ดาราดังคนนั้นที่เตรียมถ่ายปกนิตยสารอยู่ทางด้านนอก ผมหมายถึงคนที่ขี้โมโหคนนั้นคือเจียงอิ่งน้องชายผมเอง ผมพูดแบบนี้ คุณน่าจะเข้าใจแล้ว”
เขามีท่าทางสบายมาก กลับเป็นนักข่าวเสียเองที่ตื่นเต้น “งั้นฉันจะใส่เอาไว้เป็นเซอร์ไพรส์ในบทสัมภาษณ์นะคะ”
“ตามสบายเลยครับ” เจียงสวินยกยิ้มมุมปาก ทำให้นักข่าวสาวที่อยู่ตรงข้ามหน้าแดงเรื่อ
นักกีฬาอีสปอร์ตเจียงสวินมีรูปร่างหน้าตาซึ่งเรียกได้ว่าไม่มีที่ติ ด้วยส่วนสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ดเซนติเมตร สัดส่วนสมบูรณ์แบบ ใบหน้าหล่อเหลา เห็นได้ชัดเจนจากยีนของคนที่บ้าน ยังไงก็ไม่มีทางหน้าตาแย่อย่างแน่นอน
นักข่าวมองข้อมูลในมือด้วยความตื่นเต้นดีใจ
เจียงสวินราวกับตำนาน ซึ่งความเป็นตำนานนี้ไม่ได้จำกัดเพียงแค่ฐานะในวงการอีสปอร์ตของเขาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงครอบครัวเขาด้วย เจียงเจิงพ่อของเขาคือราชาภาพยนตร์ ส่วนแม่ของเขาคือซ่งจิ้งซี นักเขียนบทชื่อดัง
คนคนหนึ่งที่เดิมทีควรมีชื่อเสียงโด่งดังในวงการบันเทิง กลับเลือกเส้นทางที่เดินได้ยากยิ่งกว่า ทว่ายังคงประสบความสำเร็จได้
“ขอบคุณมากค่ะที่ให้โอกาสพวกเราได้สัมภาษณ์คุณ” นักข่าวพูดขอบคุณด้วยใบหน้าแดงเรื่อ
“ไม่ต้องเกรงใจครับ” เจียงสวินถาม “ทำไมครั้งนี้ถึงมีคนถ่ายปกสองคน ตั้งใจให้เป็นปกคู่เหรอครับ”
“ไม่ใช่ครับ” หัวหน้าได้ยินคำถามของเขาจึงอธิบาย “เจียงอิ่งขึ้นหน้าปกฉบับนี้ของคุณ ส่วนของกู้เว่ยเป็นฉบับถัดไปครับ”
ตอนที่เจียงสวินออกมา เหมือนว่ากู้เว่ยจะกลับไปแล้ว ภายในสตูดิโอมีเพียงเจียงอิ่งที่กำลังถ่ายภาพอยู่ เขาโบกมือให้เจียงอิ่งแล้วแยกตัวจากไปก่อน
เมื่อกู้เว่ยกลับมาถึงหอพัก ผู้จัดการก็โทรเข้ามาพอดี
“พี่จ้าว มีอะไรเหรอครับ” กู้เว่ยกดรับสาย
“บริษัทจ่ายเงินถอนคำค้นหายอดฮิตของนายออกแล้ว พี่มาบอกนายไว้น่ะ” พี่จ้าวพูดด้วยท่าทีเป็นงานเป็นการ “อย่าลืมว่าพรุ่งนี้ต้องไปสนามบิน รายการ ‘ร่วมพเนจร’ จะเริ่มถ่ายทำอีพีที่ห้าแล้ว แต่มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่กะทันหันเป็นเมืองเล็กๆ ทางยุโรปเหนือ นายทำตัวให้ดีๆ หน่อย ไม่มีเซ้นส์วาไรตี้ก็ไม่ต้องกังวล แต่อย่าให้มีเหตุการณ์เรียกแอนตี้เหมือนคราวที่แล้วเกิดขึ้นอีก”
“ไม่มีแล้วครับ” กู้เว่ยฟังแล้วรับปาก
พี่จ้าวพูดอย่างรวดเร็ว “อืม ช่วงนี้นายระวังหน่อย อย่าให้ขึ้นคำค้นหายอดฮิตอีก เดือนนี้บริษัทจะไม่ช่วยนายถอนคำค้นหาอีกแล้ว ถ้าเกิดเรื่องอะไรต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเอง”
“เข้าใจแล้วครับพี่จ้าว” กู้เว่ยรับปากเป็นอย่างดี “รับรองว่าจะไม่ก่อเรื่อง เทปนี้ไม่ขึ้นคำค้นหาแล้วครับ”
ผู้จัดการวางสาย ในหูโทรศัพท์มีเสียงตู๊ดต่อเนื่องดังลอดออกมา
กู้เว่ยยังมีความกังวลอยู่บ้างจึงกดเปิดเวยป๋อ
คำค้นหายอดฮิตเมื่อตอนเช้าถูกถอนออกไปแล้วจริงๆ คำก่นด่าค่อยๆ สงบลง
เขากดเปิดเวยป๋อของเจียงอิ่งผู้เป็นคู่แข่งอย่างระมัดระวัง มันเริ่มตั้งแต่ปีที่แล้วที่บริษัทคว้างานพรีเซ็นเตอร์ที่เจียงอิ่งถูกใจมาให้ตัวเขา นับแต่นั้นอีกฝ่ายก็มองเขาเป็นคู่แข่งอย่างจริงจังมาตลอด
ทุกครั้งที่ทั้งสองคนร่วมเฟรมเดียวกัน แฟนคลับเป็นอันต้องทะเลาะกัน ครั้งนี้ทางนิตยสารจัดให้เขาถ่ายรูปก่อนเจียงอิ่งทำให้อีกฝ่ายต้องรออยู่พักหนึ่ง กู้เว่ยเลยอยากรู้มากว่าเจียงอิ่งจะเหน็บแนมเพราะเรื่องนี้ไหม
ทว่ากลับไม่มี
โพสต์ล่าสุดในเวยป๋อของพี่ชายขี้โมโหคนนี้คือภาพเซลฟี่เมื่อสามวันก่อน ทุกอย่างเงียบสงบ ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
คิดไม่ถึงว่าครั้งนี้คุณคู่แข่งเจียงอิ่งที่ฉุนเฉียวง่ายมาตลอดจะเก็บความคับอกคับใจนี้เอาไว้ได้
เจียงอิ่งกำลังฟ้องแม่ของเขาอยู่ที่วิลล่าหลังเล็กของตระกูลเจียงในเมือง H
“แม่รู้ไหมว่าคู่แข่งคืออะไร” เจียงอิ่งสีหน้าฮึกเหิม “เรียกว่าคู่แข่งก็คือมีผมไม่มีเขา มีเขาต้องไม่มีผม แย่งลำดับตำแหน่ง แย่งพรีเซ็นเตอร์ พวกทรัพยากรก็ต้องแย่ง จะพ่ายแพ้ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ใช่ว่าผมใจแคบ แล้วก็ไม่ใช่ผมกลัวว่าจะดังสู้เขาไม่ได้ แต่นี่คือศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย แถมพี่ยังเห็นคนอื่นดีกว่า บอกว่าต้องการปกป้องแฟนคลับ ไม่ให้ผมโพสต์เวยป๋อ”
“แค่เรื่องเล็กน้อยแบบนั้นนายก็เอาแต่โพสต์เวยป๋อ นายลองบอกมาซิว่าตั้งแต่มีชื่อเสียงมา นายผิดใจกับคนอื่นไปมากแค่ไหนแล้ว พอนายโพสต์อะไรไปที่บ้านก็ต้องคอยลบคำค้นหายอดฮิตออกให้ ข่าวฉาวเป็นกองพวกนี้มาจากนิสัยขี้โมโหของนายทั้งนั้น” เจียงสวินพูด “เวลาออกไปข้างนอกอย่าได้บอกเชียวนะว่าเป็นลูกชายของราชาภาพยนตร์เจียงเจิง”
ซ่งจิ้งซีปวดหัวกับเสียงโวยวาย “ป้าจางทำปูทะเลนึ่งวางไว้บนโต๊ะ ไปกินกันเอง”
เจียงอิ่งวิ่งออกไปแล้ว ในที่สุดห้องรับแขกก็สงบลง เหลือเพียงเจียงสวินกับแม่ของเขา ซ่งจิ้งซี
“ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง” ซ่งจิ้งซีเริ่มถามสถานการณ์ของเจียงสวิน
“ดีมาก” เจียงสวินได้ยินคำถามนี้มาเยอะแล้วจึงตอบได้คล่องปรื๋อ “ทีมอยู่ในช่วงขาขึ้น เพิ่งคว้าแชมป์โลกมาได้ด้วย”
“ใครถามเรื่องเกมกัน” ซ่งจิ้งซีปวดหัว “ความรักล่ะ มีคนที่ชอบหรือยัง”
“ไม่มีหรอกแม่” เจียงสวินผายมือออก “ได้แต่มองพวกคนในทีมทั้งวัน แต่ก็ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไร จะเอาเวลาที่ไหนไปหาคนที่ชอบ”
“รู้อยู่แล้วว่าลูกต้องพูดแบบนี้” ซ่งจิ้งซีตำหนิเขา “แม่หาให้ลูกแล้วกัน คนที่เรียบร้อย เหมาะสมเข้ากันได้”
“ไม่ต้องเลย” เจียงสวินรีบปฏิเสธ “แม่ก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าผมไม่…”
“ไม่ได้ชอบผู้หญิง เรื่องแค่นี้เอง” ซ่งจิ้งซีอยู่ในวงการบันเทิงมานาน พบเจออุปสรรคและการเปลี่ยนแปลงมากมาย “แม่รู้ ไม่เป็นอะไรเลย แม่ฟังที่พวกเขาพูดกันว่าสำหรับกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศแบบลูกแล้วยิ่งต้องรีบวางแผนให้เร็วหน่อย แม่รู้จักลูกของคนเขียนบทคนหนึ่งเป็นเด็กเรียบร้อยมาก แม่เคยเจอครั้งหนึ่ง หน้าตาดีด้วย ฟังจากที่พ่อเขาเล่า เขามีรสนิยมทางเพศเหมือนลูก”
“ผม…” เจียงสวินอยากบอกมากว่าถึงจะชอบเพศเดียวกันแต่ไม่ใช่ว่าจะหาใครก็ได้มาส่งเดช
ซ่งจิ้งซีแย่งเขาพูด “ลูกอย่าเพิ่งแย้ง แม่เอาวีแชตของเด็กคนนี้ให้ลูก ลูกแอดแล้วลองคุยดูก่อน ถ้าเข้ากันได้ แม่จะหมั้นให้พวกลูก ส่วนเรื่องแต่งงานไม่รีบร้อน ตัดสินใจแน่นอนแล้วค่อยว่ากัน”
ตอนนั้นเจียงอิ่งยังกินปูตัวหนึ่งไม่หมดเลย แต่เจียงสวินเริ่มคิดถึงเขาแล้ว
เจียงสวินบอกปัดไม่ได้ จึงกดเซฟคิวอาร์โค้ดวีแชตของ ‘เด็กเรียบร้อย’ มาจากแม่
‘รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย’ ชื่อนี้เห็นแล้วพิเศษมาก
“อย่าลืมแอดล่ะ” ซ่งจิ้งซีกำชับ “พ่อของเขาบอกกับเจ้าตัวไว้แล้ว เขารู้ว่าลูกจะแอดไป พวกลูกสองคนลองคุยกันดูก่อนนะ”
“เข้าใจแล้วครับ” เจียงสวินปวดหัว
“อ้อ จริงสิ” ซ่งจิ้งซีนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้จึงพูดออกมาอย่างมีเลศนัย “มา ให้ดูรูปก่อน ลูกจะได้ติดตา”
เจียงสวินหมดคำจะพูด “นี่ผมหิวกระหายจนถึงขนาดต้องดูรูป…”
เขาหยุดพูดฉับพลันเมื่อกดเปิดรูปที่ซ่งจิ้งซีส่งมา
เด็กเรียบร้อยที่ว่าคือกู้เว่ย เด็กน้อยที่เขาเพิ่งเจอเมื่อตอนกลางวัน และดูเหมือนเด็กคนนี้จะเป็นแฟนคลับเขาด้วย
บังเอิญจัง
รูปนั้นเป็นรูปกู้เว่ยสวมเสื้อเชิ้ตลำลองสีขาว ไม่ได้แต่งหน้า ดูสดใสสะอาดสะอ้านภายใต้แสงแดด เหมือนว่ารูปนี้จะเป็นการถ่ายแบบสแน็ปชอต* เพราะระหว่างที่คนในรูปขยับเคลื่อนไหวยังเผยความเกียจคร้านที่ไม่ทันได้เก็บซ่อนมาด้วย ภายในดวงตาของกู้เว่ยเจือความประหลาดใจเล็กน้อย
เจียงสวินนิ่งเงียบ
ซ่งจิ้งซีพูดถูก กู้เว่ยที่เป็นแบบนี้ทำให้ตราตรึงใจได้จริงๆ
กู้เว่ยนักเต้นหลักของวงถูกแร็พเปอร์ของวงอย่างฉืออวิ๋นไคดึงตัวไปกระซิบกระซาบในห้องน้ำของหอพัก
“มีเรื่องอะไร” กู้เว่ยถาม “ทำไมต้องทำลับๆ ล่อๆ แบบนี้”
“พี่รู้สึกว่าไม่ช้าก็เร็วพวกเราสองคนต้องหมดกระแสแน่นอน”
กู้เว่ย “???”
พูดอะไรกันเนี่ย
“แค่ขึ้นคำค้นหายอดฮิตเท่านั้นเอง ผมถูกด่าจนชินแล้ว พี่ไม่ต้องใส่ใจมากนักหรอก” กู้เว่ยพยายามปลอบเพื่อนร่วมวง
“นายอย่าเพิ่งใจร้อน” ฉืออวิ๋นไคกดเสียงต่ำลง “ไม่ใช่ปัญหาเรื่องคำค้นหายอดฮิต แต่พี่ค้นพบทักษะใหม่ในการหาเงิน”
“ช่วงนี้สปอนเซอร์ของพี่ไม่ได้ให้เงินพี่เหรอ” กู้เว่ยกดเสียงเบาเช่นกัน
“อย่าพูดถึงสปอนเซอร์เลย” ฉืออวิ๋นไคพูด “พึ่งพาตัวเองดีกว่า พี่เปิดร้านออนไลน์”
กู้เว่ยถามต่อ “ขายอะไร”
“ขายการบริการ รับจ้างเล่นเกม ทำภารกิจประจำวันแทน เพื่อนสมัยเรียนของพี่คนหนึ่งตั้งทีมรับจ้าง เลยบอกให้พี่ช่วยดึงลูกค้า” ฉืออวิ๋นไคกล่าว “มา พี่จะอธิบายรายละเอียดให้นายฟัง”
ทว่ายังไม่ทันได้เล่ารายละเอียด ฉืออวิ๋นไคก็ถูกผู้จัดการโทรตาม
ก่อนไปฉืออวิ๋นไคยังทิ้งภารกิจยิ่งใหญ่ยากลำบากไว้ให้กู้เว่ย
ฉืออวิ๋นไคบอกว่า “ตอนนี้พี่ต้องไปถ่ายรายการแล้ว เดี๋ยวถ้ามีลูกค้ารายใหญ่มา พี่จะให้เขาแอดนายโดยตรง นายช่วยแนะนำธุรกิจกับเขาแทนพี่ด้วย”
กู้เว่ยเอ่ยทวน “ลูกค้ารายใหญ่?”
“ใช่ เป็นเด็กประถม ซื่อบื้อ มีเงินเยอะ แถมความคิดพิลึก รูปโพรไฟล์กับชื่อวีแชตค่อนข้างปัญญาอ่อน แค่เห็นนายก็รู้แล้วว่าเป็นเขา”
ฉืออวิ๋นไคพูดต่ออีกว่า “นายก็พูดสุภาพมีมารยาทกับลูกค้ารายใหญ่หน่อยนะ”
“…”
“ถ้าเขาไม่เข้าใจแพ็กเกจของเราตรงไหน นายก็อธิบายกับเขาเยอะหน่อย เนื้อหาอยู่ในโน้ตหมดแล้ว นายต้องช่วยพี่รับลูกค้ารายแรกของร้านเอาไว้ให้ได้ จะเริ่มต้นกิจการได้สำเร็จหรือเปล่าขึ้นอยู่กับนายแล้ว”
กู้เว่ยเอ่ยรับ “อะ…โอเค”
ด้วยความที่เป็นสมาชิกในวงเดียวกัน ถึงแม้จะไม่รู้ว่าทำไมแร็พเปอร์ของวงตัวเองต้องรับจ้างเล่นเกมเป็นงานเสริม แต่ยังไงกู้เว่ยก็ต้องช่วยเหลือ
ฉืออวิ๋นไคไปทำงานแล้ว กู้เว่ยเปิดคลิปออกแบบท่าเต้น จนกระทั่งดูคลิปจบก็ยังไม่มีวี่แววของลูกค้ารายใหญ่
เขาอาบน้ำเสร็จก็เติมน้ำให้ตัวเองแก้วหนึ่ง กินยาแล้วกำลังสะลึมสะลือ จู่ๆ หน้าจอโทรศัพท์ก็สว่างขึ้น
[แสนโวลต์ ขอเป็นเพื่อนกับคุณ]
รูปโพรไฟล์เป็นตัวปิกะจู แต่ไม่มีข้อมูลยืนยันอย่างอื่นอีก
กู้เว่ยตาเป็นประกาย ปลุกความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าในตัวขึ้นมา
มาแล้ว แค่เห็นก็รู้ว่าเป็นเด็กประถมลูกค้ารายใหญ่ของฉืออวิ๋นไค
ซื่อบื้อ มีเงินเยอะ แถมความคิดพิลึก
* สแน็ปชอต (Snapshot) คือการถ่ายภาพแบบฉับพลัน ไม่ได้จงใจมาก ถ่ายทีเผลอหรือจังหวะที่เป็นธรรมชาติ
Comments



