everY
ทดลองอ่าน มีมของคุณดูดีกว่าตัวจริงอีกนะ เล่ม 1 บทที่ 4-6 #นิยายวาย
ทดลองอ่านเรื่อง มีมของคุณดูดีกว่าตัวจริงอีกนะ เล่ม 1
ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว (毛球球)
แปลโดย : ซิ่งหลัน
ผลงานเรื่อง : 你的表情包比本人好看 (Ni De Biao Qing Bao Bi Ben Ren Hao Kan)
ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เอเวอร์วายในการเผยแพร่ผลงาน
จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว
หากผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
– – – – – – – – – – – – – – – – –
Trigger Warning
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน
ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ
นื้อหามีประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับบาดแผลทางใจในวัยเด็ก
ความรุนแรงในครอบครัว การทำร้ายทางร่างกายและจิตใจ
และอาการป่วยทางจิต ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางจิตใจ
สำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
** หมายเหตุ: ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **
– – – – – – – – – – – – – – – – –
บทที่ 4
เผื่อว่าในอนาคตเอามาทำมีมไม่ได้แล้ว
กู้เว่ยจ้องมือถืออย่างงุนงง คุยกันอยู่ดีๆ ทำไมเด็กประถมถึงเริ่มด่าลูกค้าคนอื่นแล้วล่ะ
ความคิดพิลึกมากจริงด้วย
เมื่อเห็นว่าลูกค้าของฉืออวิ๋นไคกำลังจะขัดแย้งกัน เขาจึงตัดสินใจเกลี้ยกล่อม
รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย ที่รัก อย่าพูดแบบนี้ เนื้อแท้ของคุณก็เหมือนกับพวกเขาแหละ
แสนโวลต์ …
แสนโวลต์ เพราะฉันโจ่งแจ้งเกิน หรือว่านายมองได้ทะลุปรุโปร่ง
ยานอนหลับออกฤทธิ์แล้ว หนังตากู้เว่ยเริ่มหนักอึ้ง แต่เขายังคุยธุรกิจไม่เรียบร้อย
รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย ผมจะนอนแล้ว พรุ่งนี้ค่อยอธิบายแพ็กเกจกับคุณอย่างละเอียด คุณเองก็เข้านอนเร็วหน่อยนะ
แสนโวลต์ ฉัน…
รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย นอนดึกไม่ได้นะ ถ้านอนดึกจะโดนป๊ะป๋าตีก้น
กู้เว่ยลืมตาไม่ขึ้นแล้ว โทรศัพท์ลื่นหลุดจากมือ ยังไม่ทันได้ปิดไฟเขาก็หลับไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่เห็นว่าในแชตยังคงขึ้นว่า ‘อีกฝ่ายกำลังพิมพ์ข้อความ…’ ต่อเนื่องเป็นสิบนาที
ทางด้านวิลล่าตระกูลเจียง เจียงสวินมองหน้าต่างแชตบนมือถือนั้น โมโหจนขำ
ป๊ะป๋าบ้าบออะไร นี่ล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย
เด็กเรียบร้อยคนนี้ไม่ได้เรียบร้อยเลยสักนิด แล้วยังแสบมากด้วย
เจียงสวินก้มหน้า ใช้เวลาสิบนาทีพิมพ์ข้อความเพื่ออธิบายกับกู้เว่ยจากมุมของศีลธรรมและสุขภาพว่าการหาสปอนเซอร์เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง พร้อมกับถือโอกาสแสดงออกถึงจิตใจที่ต้องการปกป้องแฟนคลับของตัวเองด้วย
แต่พอคิดดูแล้ว สุดท้ายเจียงสวินก็ลบข้อความนี้ทิ้ง
ไม่ว่าร้ายหรือดี แต่นี่เป็นชีวิตที่กู้เว่ยเลือกเอง ถึงแม้เขาจะรู้สึกเสียดายแต่คงเข้าไปก้าวก่ายไม่ได้
เพราะว่า…
ไอดอลต้องเว้นระยะห่างกับแฟนคลับ!
กู้เว่ยตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกตอนตีสี่กว่า ก่อนจะพุ่งไปขึ้นรถของบริษัทแล้วมุ่งตรงไปยังสนามบิน เขาต้องขึ้นเครื่องบินตอนหกโมง บินไปประเทศเล็กๆ แห่งหนึ่งของยุโรปเพื่อเข้าร่วมถ่ายทำรายการวาไรตี้ ‘ร่วมพเนจร’ อีพีห้า
การนอนของกู้เว่ยไม่ค่อยดีนัก เขามักสะดุ้งตื่นตอนกลางคืน จึงง่วงงุนตอนกลางวันเป็นประจำ
เขาสะลึมสะลือหยิบมือถือขึ้นมาดู ลูกค้ารายใหญ่คนเมื่อวานเหมือนจะยังไม่ตื่นนอน
แชตของพวกเขาสองคนยังคงหยุดอยู่ที่ประโยคถูกป๊ะป๋าตีก้น คล้ายกับว่าลูกค้ารายใหญ่ตกใจจนหนีไปแล้ว
กู้เว่ยก้มหน้า ตัดสินใจพิมพ์ข้อความเพื่อง้อลูกค้ารายนี้
รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย เจ้านาย วันนี้ผมยุ่ง ถ้าคุณคิดได้แล้วว่าจะเหมาผมนานแค่ไหนช่วยบอกผมด้วย ผมจะได้แจ้งราคากับคุณ
รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย [ยิ้ม.jpg]
วงบอยแบนด์ของพวกเขาอยู่ในระดับท็อป ถึงแม้ตัวเขาที่เป็นนักเต้นหลักและแร็พเปอร์ฉืออวิ๋นไคจะถูกใส่ร้ายเป็นประจำ แต่อย่างน้อยทุกคนก็โด่งดังมีกระแสความนิยม กู้เว่ยไม่รู้ว่าทำไมฉืออวิ๋นไคถึงได้คิดเพ้อเจ้อเปิดร้านรับจ้างเล่นเกม
ลูกค้ารายใหญ่ยังไม่ตื่นเลยไม่ได้ตอบข้อความ
“น้องชาย กำลังทำอะไรน่ะ” มู่เยวี่ยที่เป็นผู้ช่วยเอ่ยถาม “เช้าขนาดนี้มีคนคุยกับนายด้วย?”
กู้เว่ยพลิกมือถือแล้วส่ายหน้า “ไม่มีอะไร”
สถานที่ถ่ายทำตอนที่ห้าของรายการวาไรตี้อยู่ที่เมืองเล็กแห่งหนึ่งทางยุโรปเหนือ ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบสะดวกสบาย จึงมีคนจำนวนไม่น้อยเลือกมาพักผ่อนที่นี่ ผู้กำกับประกาศภารกิจอย่างรวดเร็วแล้วให้แขกรับเชิญทั้งเจ็ดคนแบ่งกลุ่มกันเอง หลังจากได้รับภารกิจแล้วก็ออกตามหา NPC* ประจำภารกิจของตัวเองภายในเมือง เพื่อทำภารกิจเช็กอินจุดชมวิวให้สำเร็จ
ผู้กำกับยึดโทรศัพท์และกระเป๋าเงินของแขกรับเชิญเอาไว้ แถมไม่ให้แผนที่ของเมืองด้วย กู้เว่ยไม่มีเซ้นส์ด้านทิศทางจึงได้แต่เดินเตร่บนถนนในเมือง โดยมีตากล้องตามถ่ายเขาเงียบๆ พร้อมกับถ่ายภาพทิวทัศน์โดยรอบเอาไว้ด้วย
“กู้เว่ย” มีเสียงดังมาจากด้านหลังของเขา เป็นเสียงเจี่ยงเอินหยวน แขกรับเชิญร่วมรายการเดียวกัน
กู้เว่ยหันไปส่งยิ้มให้เจี่ยงเอินหยวน ตัวเขาเองไม่มีเซ้นส์วาไรตี้จริง และไม่ชอบคุยกับคนไม่สนิทด้วย ดังนั้นจึงเปิดเผยด้านที่เป็นตัวตนจริงแท้อย่างที่สุดออกมา
“อยากไปกับฉันไหม” เจี่ยงเอินหยวนถามเหมือนเป็นมิตร “ภาษาอังกฤษของนายไม่ดี ไปเองคนเดียวได้เหรอ”
กู้เว่ยมองกล้องที่ตามถ่ายอยู่รอบๆ ก่อนจะเม้มริมฝีปากแล้วพูดว่า “ไม่ต้องหรอก ภาษาอังกฤษของฉันพอไหว”
ไม่ต้องคิดก็รู้ ถ้าช่วงนี้ได้ออกอากาศ เขาไม่เพียงถูกโจมตีว่าเข้ากับคนอื่นไม่ได้ แต่จะต้องโดนด่าว่าการศึกษาต่ำแล้วยังทำเป็นอวดดี
เรื่องที่เมื่อก่อนกู้เว่ยลาออกจากโรงเรียนก็จะถูกแอ็กปั่นหลายแอ็กหยิบยกมาพูดอีกรอบ
ทั้งสองคนต่างเป็นศิลปินยอดนิยมที่โด่งดังจากการร้องเต้น บวกกับมีเหตุการณ์ที่ทำให้ไม่สบอารมณ์ช่วงก่อนหน้านี้ จึงทำให้ชาวเน็ตที่ชอบเสพข่าวเม้าท์รวมถึงแอ็กปั่นทั้งหลายชอบหยิบทั้งคู่มาเปรียบเทียบกัน ทางทีมงานรายการเองก็หวังเหมือนกันว่าพวกเขาจะเพิ่มความร้อนแรงให้กับรายการได้
กู้เว่ยไม่สนใจเจี่ยงเอินหยวนอีก เขาพาตากล้องที่ตามถ่ายตัวเองเดินไปยังอีกด้านหนึ่งของเมือง วิวของที่นี่สวยมาก เขาไม่อยากให้เรื่องไม่สบายใจเล็กน้อยมาทำลายทิวทัศน์ตรงหน้า
ไม่นานหลังจากนั้นในเมืองก็มีฝนตกลงมาโดยไม่คาดคิด พอตกลงมาแล้วก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด สภาพอากาศเปลี่ยนเป็นมืดครึ้มหนาวเย็นฉับพลัน กู้เว่ยหยิบร่มพับออกมาจากกระเป๋าเป้ของตัวเอง กวักมือเรียกตากล้องที่ตามถ่ายแล้วกางร่มให้อีกฝ่าย ก่อนจะไปหาที่หลบฝนด้วยกัน
กล้องยังคงบันทึกภาพอยู่ กู้เว่ยหุบร่มตรงใต้ชายคาของบ้านหลังหนึ่ง
“น่าจะต้องหลบอยู่ที่นี่สักพัก” กู้เว่ยพึมพำ “ขอโทษด้วยนะครับ ฉากของผมคงน่าเบื่อมาก ทำให้พวกคุณต้องมองสายฝนใต้ชายคาบ้านเป็นเพื่อนผมแล้ว”
แม้จะรู้ว่าตอนรายการออกอากาศ คงไม่เก็บช่วงนี้ของเขาเอาไว้ แต่กู้เว่ยยังพูดขอโทษอย่างจริงจัง
เขาพูดพลางเก็บร่มไปด้วย
บนอินเตอร์เน็ตบอกว่าคนส่วนใหญ่ต่างก็มีการกระทำที่แปลกประหลาด เวลาเก็บร่มมักทิ่มมาที่พุงของตัวเอง เพราะถ้าทิ่มพุงคนอื่นจะโดนอัดได้
กู้เว่ยเองก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาพิงอยู่ข้างประตูของบ้านไม้หลังเล็ก เอาด้ามร่มจิ้มเอวของตัวเอง ถือร่มไว้อย่างใจลอย
วันนี้ร่มเก็บยากเป็นพิเศษ กู้เว่ยจึงจับด้ามร่มทิ่มไปบนผนังที่อยู่ด้านหลังของตัวเองโดยไม่ได้คิดอะไรมาก
การเก็บร่มล้มเหลว เขาทิ่มไปไม่ถึงผนัง แต่กลับทิ่มไปโดนสิ่งที่นุ่มกว่าผนัง ขณะเดียวกันก็เหมือนจะได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าดของประตูไม้ด้วย
กู้เว่ย “?”
ปัญหามาเยือนซะแล้ว เขาทิ่มไปโดนอะไรกันล่ะเนี่ย
ในเมื่อพี่ชายตากล้องยังยืนอยู่ที่เดิม เพียงแต่ทำสีหน้าพิลึก เหมือนอยากหัวเราะแต่ไม่กล้าหัวเราะแบบนั้น
“หืม? เกิดอะไรขึ้น” กู้เว่ยหันไปแล้วก็ต้องยืนตะลึงแข็งทื่ออยู่กับที่
การเก็บร่มแบบเดิมที่เขาเคยทำดันไปทิ่มโดนคนอื่นเข้าจนได้
ไม่รู้ว่าประตูบ้านถูกเปิดออกจากด้านในตั้งแต่เมื่อไร ซ้ำยังมีคนเดินออกมาจากข้างใน มายืนอยู่ตรงตำแหน่งทางด้านหลังที่กู้เว่ยเขยิบเบี่ยงออกมาเล็กน้อยพอดี
กู้เว่ยลนลาน เขาไม่ได้ตัวเตี้ยอยู่แล้ว แต่คนที่มายังสูงกว่าเขาอีกนิดหน่อย นี่หมายความว่าจุดที่เขาทิ่มไปโดนจะบังเอิญเป็นตรงนั้นของคนด้านหลังพอดีเป๊ะ…
กล่องดวงใจของอีกฝ่ายเลยนะ
กู้เว่ยก้มหน้ามองร่มพับในมือ ร่มยังไม่ได้ถูกเก็บ แต่คนน่าจะถูกทิ่มทดสอบความแข็งแกร่งไปแล้ว
หากบอกว่าไม่เจ็บคงเป็นการโกหกอย่างแน่นอน
เป็นผู้ชายเหมือนกันย่อมเข้าใจดี
“ขอโทษครับๆ” กู้เว่ยรีบขอโทษ “ผมไม่รู้ว่าข้างหลังมีคน”
จังหวะที่เขาเงยขึ้นแล้วเห็นใบหน้าของคนคนนั้นก็เป็นอันต้องตะลึงอยู่กับที่
กู้เว่ยเอ่ย “เอ๊ะ คุณคือคนนั้น…”
มีมของคนที่เขาชอบส่งบ่อยๆ เทพอีสปอร์ตที่พวกพี่ๆ ในวงชอบมาก ดูเหมือนว่าจะชื่อ…เจียงสวิน?
เจียงสวินและสมาชิกในทีมเพิ่งชนะการแข่งขันระดับโลก แล้วบังเอิญมาเที่ยวพักผ่อนที่เมืองเล็กๆ แห่งนี้ของยุโรปเหนือพอดี พวกเขาเพิ่งวางกระเป๋าสัมภาระไว้ในบ้าน เจียงสวินก็ได้ยินเพื่อนร่วมทีมบอกว่าด้านนอกประตูมีคนกำลังแบกกล้องถ่ายวิดีโออยู่
ตอนแรกเจียงสวินตั้งใจจะออกมาดูสถานการณ์ แต่คิดไม่ถึงว่าเพิ่งจะเปิดประตูก็เกือบโดนทำลายเกียรติยศศักดิ์ศรีของช่วงชีวิตที่เหลือจนหมดสิ้น ยังดีที่เขาปฏิกิริยาว่องไวถอยหลบไปข้างหลังได้ทันเวลา
เจียงสวินชำเลืองมองบอดี้การ์ดและตากล้องที่ตามถ่ายอยู่บริเวณรอบๆ แวบหนึ่ง รวมถึงป้ายชื่อสถานีโทรทัศน์ที่อยู่บนกล้องวิดีโอด้วย แล้วเขาก็เข้าใจได้ทันทีว่ากำลังถ่ายรายการกันอยู่
ศิลปินที่ก่อเรื่องพูดเสียงนุ่ม ฟังแล้วมีความจริงใจเต็มเปี่ยม เดิมทีเจียงสวินก็ไม่ได้โกรธอยู่แล้ว ตั้งใจว่าจะจบแค่นี้
แต่ในเวลานี้เองเขาก็มองเห็นใบหน้าของศิลปินคนนั้น
กู้เว่ย
เด็กแสบคนนั้นที่เมื่อคืนยังถามเขาในวีแชตอยู่เลยว่าจะเหมารายเดือนหรือรายปี
แฟนคลับตัวน้อยที่ชอบโพสต์มีมของเขาลงโมเมนต์วีแชตเป็นประจำ
หลักฐานที่เมื่อคืนเจ้าเด็กแสบบีบให้เขานอนกับแฟนคลับยังอยู่ในมือถือของเขา
เมื่อคืนเขาอดนอนเขียนเรียงความสั้นๆ เกี่ยวกับการอบรมสั่งสอนแต่ไม่ได้ส่งไปให้ เจียงสวินยังจดจำได้แม่นขึ้นใจ
ในเมื่อวันนี้บังเอิญเจอพอดี เจียงสวินก็ไม่คิดจะเว้นระยะห่างกับแฟนคลับอีกแล้ว
ปลูกฝังแนวคิดให้แฟนคลับไม่ได้ แต่ขู่ให้กลัวสักหน่อยก็น่าจะพอได้นะ
“รู้ไหมว่าตัวเองทำผิดตรงไหน” เจียงสวินถามอย่างสนอกสนใจ
“ฮะ?” กู้เว่ยไม่คิดว่าเขาจะถามแบบนี้ พอนึกถึงเรื่องซื่อบื้อที่ตัวเองทำลงไปเมื่อครู่ก็อดหน้าแดงขึ้นมาไม่ได้ “ผมขอโทษแล้ว”
ตัวจริงของมีมโปรดทำไมถึงดุแบบนี้
“แค่ขอโทษไม่ได้” เจียงสวินจงใจพูด “ต้องรู้ด้วยว่าตัวเองทำผิดตรงไหน”
เจียงสวินเห็นกู้เว่ยหน้าแดงเรื่อเลยยิ่งรู้สึกสนุก
เมื่อคืนเด็กคนนี้ยังบอกอยู่เลยว่าตัวเองประสบการณ์เพียบ รับลูกค้าเกือบร้อยคนไม่ใช่ปัญหา ทำไมตอนนี้ถึงหน้าแดงซะแล้ว
“ขอโทษครับ” กู้เว่ยครุ่นคิด รู้สึกว่าตัวเองทำผิดจริงจึงขอโทษด้วยความจริงใจ “กระแทกจนคุณเจ็บตัว ผมผิดไปแล้ว”
“เจ็บมากเลย” เจียงสวินพูด “เด็กน้อย นายจะทำยังไง”
กู้เว่ยหน้าแดง “ไม่งั้น…ไม่งั้นผมพาคุณ…”
ที่กู้เว่ยอยากพูดคือไม่อย่างนั้นก็อย่าเพิ่งอัดรายการเลย พามีมคนนี้ไปตรวจที่โรงพยาบาลดูสักหน่อยก่อน อย่าให้กระแทกจนเป็นเรื่องราวใหญ่โตแล้วต่อไปจะเอามาทำมีมไม่ได้
ปรากฏว่าเขายังพูดไม่ทันจบ อีกฝ่ายก็ก้มลงมาเสียก่อน เอื้อมมือข้างหนึ่งออกมายันลงบนผนัง กักเขาไว้ตรงข้างผนังแล้วพูดชิดหูของเขา “ไม่งั้น…นายเป่าให้ฉันหน่อยแล้วกัน”
“คุณๆๆ…” กู้เว่ยได้ยินประโยคนี้โดยไม่ทันตั้งตัวเลยตกใจจนพูดจาสับสน “ทำไมมีมถึงทะลึ่งล่ะ”
สายฝนด้านนอกยังคงตกอยู่ ทว่ากู้เว่ยหมุนตัวขวับวิ่งหนีทันที ลืมไปเลยว่าตัวเองกำลังอัดรายการอยู่ แม้แต่ร่มก็ยังลืมกาง ตากล้องและบอดี้การ์ดทั้งกลุ่มตะลีตะลานไล่ตามไป เหลือเพียงเจียงสวินยืนงงอยู่ที่เดิม
มีม?
ทะลึ่ง?
หมายความว่าไง
ตอนคุยกันเมื่อวานยังใจกว้างให้เขาเรียกตัวเองว่าป๊ะป๋าอยู่เลยไม่ใช่เหรอ
ปัญหาคือ…ตกลงว่าใครเป็นฝ่ายทะลึ่งก่อนกันแน่
ปัญหานี้ยังไม่มีคำตอบชั่วคราว แต่ว่า…
สามวันต่อมา เมื่อปล่อยตัวอย่างรายการ ‘ร่วมพเนจร’ ตอนที่ห้า ชื่อของทั้งสองคนก็ขึ้นคำค้นหายอดฮิตคู่กันทันที
* NPC ย่อมาจาก Non-Player Character หมายถึงตัวละครในเกมที่ผู้เล่นไม่สามารถควบคุมได้
Comments



