บทที่ 8
นายขายอะไร
สองสามวันนี้คนที่คุยกับเขาก็คือเจียงสวิน?
คงต้องบอกว่าเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคือเจียงสวิน แต่เจียงสวินรู้ว่าเป็นเขา
แล้วเจียงสวินมาทำอะไรกัน
หมั้น?
การหมั้นที่เป็นการพูดคุยเล่นๆ ระหว่างเพื่อนร่วมงานซึ่งเชื่อถือไม่ได้ เขายังเชื่อเป็นจริงเป็นจังด้วย
ที่แท้มีมเป็นคนใสซื่อขนาดนี้เลยเหรอ
กู้เว่ย “…”
ตกลงว่าพวกเขาสองคนคุยอะไรกันไปบ้าง แพ็กเกจรับจ้างเล่นเกมแปลกประหลาดที่เขาเสนอขายเหล่านั้น เจียงสวินตอบรับเป็นปี่เป็นขลุ่ยขนาดนี้ได้ยังไงกัน
นี่ไม่ใช่หมายความว่า…ที่จริงแล้วเจียงสวินเป็นคนพูดคุยด้วยได้ง่ายมาก
ไม่ถูกสิ
เรื่องมันคงไม่ได้ง่ายดายแบบนั้น
กู้เว่ยหยุดสายตาบนสองข้อความที่เมื่อกี้ ‘แสนโวลต์’ เพิ่งส่งมา
แสนโวลต์ เหมารายปีเท่าไร
แสนโวลต์ ฉันเหมานายเอง ต่อไปนายไม่ต้องรับลูกค้าคนอื่นแล้ว
กู้เว่ยบีบถั่วพีแคนเม็ดหนึ่งจนแตกละเอียดด้วยมือเปล่าท่ามกลางสายตาตื่นตกใจของพวกพี่ๆ ในวง
ยิ่งเลื่อนดูบันทึกแชตกู้เว่ยก็ยิ่งรู้สึกผิดปกติ ตอนนั้นไม่รู้สึก ทว่าตอนนี้มาดูแล้ว ในบทสนทนาของทั้งสองคนไม่มีตรงไหนเลยที่ไม่แปลกประหลาด
แสนโวลต์ บอกความจริงมาว่านายทำแบบนี้นานแค่ไหนแล้ว
แสนโวลต์ นายก็รู้เหมือนกันนี่ว่าเป็นการทำลายสุขภาพ นายรับลูกค้ามากี่คนแล้ว
…
แสนโวลต์ พวกเขาเป็นสัตว์เดรัจฉาน
กู้เว่ย “…”
กู้เว่ยสูดหายใจเข้าลึก กัดฟันเลื่อนขึ้นไปอ่านข้างบนต่อ แล้วก็ได้เห็นข้อความตอนแรกสุดที่เจียงสวินส่งมา
แสนโวลต์ นายให้ฉันเป็นสปอนเซอร์เหรอ
รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย หรือว่าคุณไม่ใช่ล่ะ
ใช่แล้ว นี่ก็คือต้นตอของปัญหา
อับอายขายขี้หน้ามาก
สัญญาหมั้นหมายแสนพิลึกกึกกือ และคู่หมั้นที่เรียกได้ว่าคุ้นหน้าคุ้นตา
เขาทำอะไรลงไปบ้างเนี่ย เรียกอีกฝ่ายว่าที่รัก บอกให้เหมาตัวเอง แล้วยังบอกว่าอีกฝ่ายจะถูกป๊ะป๋าตีก้นด้วย
ระหว่างนั้นฉืออวิ๋นไคที่กำลังอยู่ในงานแฟนมีตติ้งก็ได้รับข้อความใหม่ที่ส่งมาจากกู้เว่ย
รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย พี่เป็นคนเลว
เฝ้ารอเมฆสลายเจอขนมไหว้พระจันทร์ [ช็อก.jpg]
“เว่ยเว่ยทำไมสีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย” หัวหน้าวงถามด้วยความเป็นห่วง “ตอนเย็นขึ้นเวทีไหวไหม เดี๋ยวต้องออกเดินทางแล้วนะ”
กู้เว่ย “…ไม่เป็นไร”
แต่ที่จริงเขามีเรื่องซะแล้ว
เรื่องราวใหญ่โตด้วย
นี่เจียงสวินคิดว่าเขากำลังหาสปอนเซอร์เหรอ
คำพูดโอ้อวดเกินจริงเพื่อธุรกิจก่อนหน้านี้กลับกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่ที่ฝังตัวเองทั้งเป็น
เพราะอย่างนั้นเมื่อบังเอิญเจอกันที่ยุโรปเหนือ เจียงสวินถึงได้…
โทรศัพท์สั่นอีกครั้ง คาดว่าเจียงสวินรอแล้วยังไม่ได้คำตอบเลยส่งข้อความมาใหม่…
แสนโวลต์ นายทำแบบนั้นไม่ดีต่อสุขภาพ
แสนโวลต์ ทำตามที่ฉันบอกเถอะ ไม่ต้องไปหาคนอื่นแล้ว
แสนโวลต์ เด็กน้อย ถ้านายรู้สึกไม่เต็มอิ่ม ฉันจะพยายามอยู่กับนายเอง
กู้เว่ย “…”
อีกสามคนของวง T.ATW ที่นั่งอยู่บนโซฟากำเมล็ดแตงโมเอาไว้ในมือ และพลันสังเกตเห็นกู้เว่ยหน้าแดงแจ๋อย่างรวดเร็ว
สติสัมปชัญญะตอนที่พูดสาบานเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าต้องขอโทษเจียงสวินก่อนหน้านี้ได้แตกกระเจิงอยู่ภายในหัวสมอง
ชั่วพริบตาที่ได้รับข้อความ กู้เว่ยรู้สึกว่าเหมือนมีเจียงสวินหนึ่งร้อยคนมาเรียกเขาว่าเด็กน้อยพร้อมกันตรงข้างหู
เขาลนลาน
ไม่ถูกสิ ถึงเขาจะมีความผิดก่อน แต่ความคิดของเจียงสวินก็แปลกเกินไปนะ
คนปกติที่ไหนจะคิดตีความไปทางเลี้ยงดูกันล่ะ
ไม่สนแล้ว เรื่องราวบานปลายมาจนถึงขั้นนี้ ไม่ว่ามองยังไงก็เป็นความผิดของเจียงสวิน
เจียงสวินคือจอมลามก ทำตัวทะลึ่งเป็นความผิดของเจียงสวินทั้งหมด
อีกด้านหนึ่ง เจียงสวินห่วงใยและสงสารแฟนคลับตัวน้อยด้วยมนุษยธรรม แต่ส่งข้อความหากู้เว่ยไปนานแล้วยังไม่มีการตอบกลับ ความทะลึ่งตึงตังที่อยู่ในตัวจึงกำเริบขึ้นมา เลยอดไม่ได้ที่จะยั่วแหย่อีกฝ่าย
เรื่องปกป้องแฟนคลับ เจียงสวินคิดว่าตัวเองทำอย่างเหมาะสมและเต็มที่มากแล้ว
แฟนคลับตัวน้อยควรจะกลับเนื้อกลับตัว เดินบนเส้นทางที่ถูกต้อง
เขารออยู่นานมาก ในที่สุดเจียงสวินก็ได้รับข้อความตอบกลับจากกู้เว่ย
รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย พี่ชาย อย่าคิดลึกสิ QAQ
รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย ผมขายศิลปะ ไม่ได้ขายเรือนร่าง
เจียงสวิน “?”
เจียงสวิน “??”
เจียงสวิน “???”
ความคืบหน้าแบบนี้ไม่ถูกต้องนะ แฟนคลับตัวน้อยควรร้องไห้ขอบคุณเขาไม่ใช่เหรอ
ไม่ขายเรือนร่าง?
งั้นก่อนหน้านี้ขายอะไร