เรื่องเด่นวันนี้
ทดลองอ่าน มีมของคุณดูดีกว่าตัวจริงอีกนะ เล่ม 1 บทที่ 10-12 #นิยายวาย
ทดลองอ่านเรื่อง มีมของคุณดูดีกว่าตัวจริงอีกนะ เล่ม 1
ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว (毛球球)
แปลโดย : ซิ่งหลัน
ผลงานเรื่อง : 你的表情包比本人好看 (Ni De Biao Qing Bao Bi Ben Ren Hao Kan)
ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เอเวอร์วายในการเผยแพร่ผลงาน
จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว
หากผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
– – – – – – – – – – – – – – – – –
Trigger Warning
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน
ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ
นื้อหามีประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับบาดแผลทางใจในวัยเด็ก
ความรุนแรงในครอบครัว การทำร้ายทางร่างกายและจิตใจ
และอาการป่วยทางจิต ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางจิตใจ
สำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
** หมายเหตุ: ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **
– – – – – – – – – – – – – – – – –
บทที่ 10
อยากมีเรื่องเหรอ
“ออกไปกันเถอะ รถอยู่ด้านล่างตึกนี่เอง ฉืออวิ๋นไคตรงไปที่นั่นจากงานแฟนมีตติ้งก่อนแล้ว” ฟู่จื่อถือมือถือเอาไว้แล้วพูดขึ้น
กู้เว่ยเพิ่งโพสต์โมเมนต์วีแชตเสร็จ ยังไม่ทันหายตกใจก็ต้องพยักหน้ารับคำด้วยสติที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จากนั้นก็ตามคนในวงมาขึ้นรถตู้ที่รออยู่ใต้ตึก
กู้เว่ยตั้งใจให้สมาชิกในวงไปดูโมเมนต์วีแชตของตัวเอง จึงเป็นฝ่ายพูดถึงเจียงสวินขึ้นมา
“เจียงสวินเป็นคนยังไงเหรอ” เขาถาม
“ตอนนี้รู้สึกสนใจแล้ว?” ฟู่จื่อหัวหน้าวงพูดยิ้มๆ “เมื่อกี้ตอนที่พวกเราคุยกันเห็นนายเอาแต่ไถมือถือ”
กู้เว่ยพยักหน้า
“เจียงสวินพิเศษมาก” ฟู่จื่อพูด “เดิมทีเขาควรเข้าวงการบันเทิง มีงานมากมายรอเขาอยู่เลยล่ะ แต่เขาไม่เอา”
“วงการบันเทิง?” กู้เว่ยงุนงง “เขาเกี่ยวข้องยังไงกับวงการบันเทิงเหรอ”
“นายดูน้องชายของเขาก็รู้แล้ว งานของเจียงอิ่งเยอะขนาดนั้น เบื้องหลังต้องมีคนสนับสนุนอยู่แน่นอน” ฟู่จื่อบอก “นายรู้จักเจียงเจิงใช่ไหม นั่นน่ะราชาภาพยนตร์เลยนะ พวกเราเติบโตมากับการดูผลงานของเขา เขาเป็นพ่อของเจียงสวินน่ะ เห็นว่ามีหุ้นส่วนในบริษัทประเภทสื่อและภาพยนตร์มากกว่าสิบแห่งเลย ขอแค่เจียงสวินกับเจียงอิ่งไม่ทำผิดกฎเกณฑ์จนใหญ่โตก็สามารถอยู่ในวงการบันเทิงได้อย่างราบรื่นไปตลอดชีวิต”
“วันนั้นที่เจียงสวินออกมากดไลค์ แอ็กปั่นที่ใส่ร้ายนายเลยหายเข้ากลีบเมฆกันหมด”
กู้เว่ย “…”
ถ้าอย่างนั้น…นี่ก็คือมีมที่ไม่สามารถล่วงเกินได้
“ดูนี่สิ” ลั่วเฉินเซวียนยื่นโทรศัพท์มา “ผลงานของเจียงสวินตอนเด็ก”
กู้เว่ยเขยิบเข้าไปดูคลิปที่ลั่วเฉินเซวียนเปิดให้เขา นี่เป็นคลิปที่ตัดมาจากในละคร เวลานั้นมีมตัวน้อยอายุเพียงสิบเอ็ดสิบสอง อีกฝ่ายแสดงเป็นฮ่องเต้วัยเด็ก สวมชุดฮ่องเต้ที่ตัดมาพอดีตัว นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกร ทำสีหน้าเย็นชาใส่คนที่คุกเข่าอยู่บนพื้น ปัดฎีกาที่วางอยู่เต็มโต๊ะจนหล่นกระจาย
ฟู่จื่อ “ดูทักษะการแสดงสิ”
ลั่วเฉินเซวียน “ดูสายตานี้สิ”
สือซินเหยียน “ดูหน้าตานี้สิ”
กู้เว่ย “…”
แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่ฝีมือการแสดงของเจียงสวินตอนเด็กดีกว่าดาราเกรดซีอย่างเขาเยอะมากจริงๆ
“นายดูใบหน้าของเขา ไม่ได้มาจากครอบครัวธรรมดานะ” ลั่วเฉินเซวียนพูด “ตอนเด็กมีผลงานที่เคยแสดงเยอะมาก เพียงแค่ช่วงต่อต้านตอนเป็นวัยรุ่น เขาดันเลือกไปเล่นเกมน่ะ”
“แล้วงี้…คนในครอบครัวของเขาไม่คัดค้านเหรอ” กู้เว่ยถาม
“คัดค้านสิ” ฟู่จื่อบอก “คัดค้านแน่นอน เพราะต้องเสียต้นกล้าชั้นดีขนาดนี้ไปให้กับกีฬาอีสปอร์ต มีคนตั้งมากมายที่เดินบนเส้นทางนี้ด้วยความยากลำบาก มีคนเยอะแค่ไหนที่เล่นจนเลิกเล่นแล้วก็ยังไม่มีชื่อเสียง ได้ยินว่าแม่ของเขายังพอโอเค แต่พ่อของเขาเจียงเจิงที่เป็นราชาภาพยนตร์น่ะโมโห คัดค้านหัวชนฝาด้วย ตอนนั้นมีสื่อเยอะมากที่ขุดคุ้ยเรื่องนี้ บอกว่าราชาภาพยนตร์เลี้ยงลูกชายไม่เอาถ่าน แต่หลายปีผ่านไปเจียงสวินค่อยๆ ประสบความสำเร็จ เสียงวิจารณ์พวกนี้เลยหายไป”
ลั่วเฉินเซวียนเห็นด้วย “ตอนแรกมีคนเยอะมากที่บอกว่าเจียงสวินใช้ชีวิตอย่างไม่มีสติ แต่ความจริงเขารู้ตัวดีที่สุดว่าตัวเองต้องการอะไร”
กู้เว่ยเข้าใจแล้ว นี่คือมีมที่มีเรื่องราวความดื้อรั้นคนหนึ่ง
นอกจากนี้เมื่อหลายปีก่อน ตอนที่กีฬาอีสปอร์ตยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ย่อมมีคนจำนวนมากคิดว่าเป็นสิ่งไม่ได้เรื่องได้ราว ยิ่งกว่านั้นเดิมทีเจียงสวินก็มีถนนกว้างใหญ่ทอดยาวอยู่ตรงหน้า ทว่าเขากลับยืนกรานที่จะบุกเบิกทางเดินรกชัฏ
เจียงสวินสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างในวันนี้ ย่อมต้องทุ่มเทพยายามโดยที่คนนอกไม่รู้อย่างแน่นอน
กู้เว่ยพลันมีความคิดผุดขึ้นมาว่าเจียงสวินก็ไม่เลวเหมือนกัน
ก่อนหน้านี้เป็นเพียงความเข้าใจผิด แค่อธิบายให้กระจ่างในวีแชตก็ได้แล้ว ทำไมต้องต่อว่าคนเขาในโมเมนต์ด้วย
กู้เว่ยรู้สึกผิดนิดๆ
เขาหยิบมือถือขึ้นมา ตัดสินใจว่าจะลบรูปที่ด่าทั้งหมดเก้ารูปเมื่อกี้
แต่ยังไม่ทันกดเปิดหน้าจอ ฟู่จื่อที่อยู่ด้านข้างก็ยื่นโทรศัพท์มา “ฉืออวิ๋นไคโดดงานไปเล่นกับหมาแล้ว ฮัสกี้เยอะมากเลย ไว้วันไหนพวกเราไปด้วยกันนะ”
ฉืออวิ๋นไคถ่ายเซลฟี่ท่ามกลางฝูงหมาฮัสกี้แล้วโพสต์ลงโมเมนต์วีแชต
เวลาที่โพสต์คือ 12.59 น.
กู้เว่ยรับมือถือของหัวหน้าวงมาแล้วเลื่อนขึ้นไปด้านบน จากนั้นเลื่อนลงมาด้านล่าง แต่กลับไม่เห็นโพสต์นั้นของตัวเอง
เวลาที่เขาโพสต์คือ 13.30 น. ถ้าช่วงเวลานี้ไม่มีคนอื่นโพสต์ งั้นโพสต์นั้นของเขาก็ควรจะอยู่ด้านบนหมาฝูงนี้ของฉืออวิ๋นไคสิ
แต่ในโทรศัพท์ของฟู่จื่อ โพสต์ใหม่ล่าสุดมีแค่หมาที่เรียงเป็นแถวนั่น
กองทัพมีมของเขาไม่ได้ปรากฏออกมา
กู้เว่ยถามขึ้น “พี่เลิกเป็นเพื่อนกับผมเหรอ”
ฟู่จื่อ “??? เปล่านะ”
กู้เว่ยมือสั่น หยิบมือถือขึ้นมาเปิดวีแชต เข้าไปในโมเมนต์ แล้วก็เห็นโพสต์นั้นที่ตัวเองเพิ่งลงไปก่อนหน้านี้ไม่นาน
ไม่มีปัญหานี่นา
โพสต์ไปแล้ว
“นายโพสต์อะไร” สือซินเหยียนถาม “พี่ก็ไม่เห็นเหมือนกัน”
กู้เว่ยรู้สึกสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมาทันที
ภายใต้ลางสังหรณ์แบบนี้ที่แผ่ปกคลุม เขาจำใจกัดฟันกดเปิดไอคอนรูปคนสองคนที่อยู่ด้านล่างรูปเคลื่อนไหว
ในรายชื่อเพื่อนที่สามารถเห็นภาพได้ มีรูปโพรไฟล์ปิกะจูที่แสนคุ้นเคยอยู่
นอกเหนือจากนี้แล้วก็ไม่มีคนอื่นอีก
กู้เว่ย “!!!”
ดูเหมือนเขาจะทำเรื่องย่ำแย่อีกแล้ว
เดิมทีกู้เว่ยต้องการซ่อนโพสต์ไม่ให้เจียงสวินเห็น แต่ตอนนั้นเขาลนลานเกินไปหน่อย สุดท้ายเลยกลายเป็นตั้งค่าให้เจียงสวินเห็นโพสต์นี้คนเดียว
กู้เว่ยรีบกดลบโพสต์มือเป็นระวิง มองมีมเก้ารูปนั้นหายไปจากสายตาของตัวเองแล้วถึงค่อยโล่งอก
ยังดีที่ลบไว มีมตัวจริงน่าจะยังไม่เห็น
ไม่งั้นใครจะอดทนไหวอยู่อีก…
ในเวลานี้เองโทรศัพท์ของเขาก็สั่นครืด มีข้อความใหม่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ
แสนโวลต์ [รูปแคป] หลักฐาน
กู้เว่ย “…”
แย่แล้ว
เขากอดความหวังสุดท้าย ยกมือขวาขึ้นมาปิดตา มองข้อความใหม่ที่เจียงสวินกำลังส่งมาผ่านช่องว่างระหว่างนิ้วมือ
แสนโวลต์ เด็กน้อยกู้ อยากมีเรื่องเหรอ
แสนโวลต์ เหมารายปีแล้วกัน ฉันทนรอไม่ไหว อยากสั่งสอนนายเต็มทีแล้ว
Comments



