ทดลองอ่าน มีมของคุณดูดีกว่าตัวจริงอีกนะ เล่ม 1 บทที่ 10-12 #นิยายวาย – หน้า 2 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

เรื่องเด่นวันนี้

ทดลองอ่าน มีมของคุณดูดีกว่าตัวจริงอีกนะ เล่ม 1 บทที่ 10-12 #นิยายวาย

บทที่ 11

ผมชอบเห็นแฟนคลับข่มกันมากที่สุดแล้ว

 

รถจอดอยู่ด้านล่างอาคารใหญ่ของสถานีวิทยุและโทรทัศน์ในเมือง H มีแฟนคลับมามุงอยู่ที่นี่ไม่น้อย พวกเขาถือป้ายเชียร์สโลแกนต่างๆ อยู่ในมือ บางอันก็เป็นรูปวาดจิบิของทั้งห้าคนพร้อมกับแปะชื่อวง T.ATW ไว้ด้วย บางอันก็เป็นชื่อไอดอลที่ตัวเองชอบไปเลย

“เว่ยเว่ยมองทางนี้” พวกสาวๆ อายุยี่สิบกว่าชูโทรศัพท์ตะโกนมาทางกู้เว่ย

กู้เว่ยได้ยินเสียงจึงถอดแว่นกันแดดออก แล้วส่งยิ้มให้พวกแฟนคลับของตัวเอง “ระวังความปลอดภัยกันด้วยนะครับ”

“โอเค น้องชายวางใจได้เลย” แฟนคลับของด้อมกู้เว่ยเปิดทางให้อย่างมีมารยาทมาก

“กู้เว่ยแสนดีขนาดนี้ ทำไมถึงยังมีคนคิดใส่ร้ายเขาได้อีก” สาวน้อยคนหนึ่งที่สวมกางเกงยีนขาสั้นชูแท่งไฟเชียร์กู้เว่ยพูดกับเพื่อนที่อยู่ด้านข้าง

“หลับหูหลับตาด่าน่ะสิ” คนข้างๆ พูดอย่างโมโหเช่นกัน “มีคนทนไม่ได้ที่กู้เว่ยดัง”

 

พอลงจากรถ กู้เว่ยก็ถูกส่งไปแต่งหน้าทำผมและซ้อมการแสดง ไม่มีเวลามาดูมือถืออีก ช่างตรงใจเขาที่กำลังอยากหนีอยู่พอดี

กู้เว่ยมองตัวเองในกระจกแล้วพูดพึมพำ “ถ้ามีมโกรธขึ้นมา คงไม่ได้คิดจะกัดคนหรอกนะ”

“น้องชาย ใครจะกัดคุณเหรอ” ช่างแต่งหน้าได้ยินที่เขางึมงำเลยหัวเราะขำ

กู้เว่ยส่ายหน้า “เปล่าครับ”

“เป็นไง คิดว่าหล่อแล้วหรือยัง” ช่างแต่งหน้าตบบ่าของกู้เว่ยเพื่อให้เขามองคนในกระจก

“สีผม…อ่อนเกินไปหรือเปล่านะครับ” กู้เว่ยไม่แน่ใจ

“ไม่อ่อนนะ แบบนี้ล่ะสีเด่นดี ในวงของพวกคุณมีแค่คุณที่เอาสีนี้อยู่ รับรองว่าคืนนี้ตะลึงกันทั้งงาน” ช่างแต่งหน้ามีความมั่นใจเต็มเปี่ยม

จังหวะนั้นสายตาของกู้เว่ยมองผ่านตัวเองในกระจก ไปหยุดลงบนตัวของคนคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงประตู

เขาเห็นคู่แข่ง

คู่แข่งมาถึงแล้วเหมือนกัน อีกฝ่ายเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย กำลังยืนอยู่หน้าประตูจ้องมองมาที่เส้นผมย้อมสีใหม่ของเขา

กู้เว่ย “…”

เขาใจฝ่อนิดหน่อยเพราะเมื่อกลางวันเพิ่งด่าพี่ชายของคู่แข่งไป

โชคดีที่เจียงสวินมาปรากฏตัวตรงนี้ไม่ได้ และความคิดนี้ทำให้เขาสบายใจขึ้นเล็กน้อย

 

เนื่องจาก T.ATW เป็นวงระดับท็อป จึงถูกจัดให้ขึ้นแสดงเกือบลำดับสุดท้าย หลังจากพิธีกรประกาศเสร็จ ไฟภายในงานก็ค่อยๆ ดับลง มีเสียงตะโกนและเสียงกรี๊ดของคนดูแถวหน้าดังขึ้นท่ามกลางความมืด

เมื่อเวทีสว่างขึ้นอีกครั้ง บนนั้นก็มีคนยืนอยู่ห้าคน แต่ละคนต่างสวมเสื้อคลุมสีดำตัวโคร่ง โดยเสื้อผ้าของทุกคนมีลักษณะที่แตกต่างกัน แสงไฟค่อยๆ สว่างไสวขึ้นเรื่อยๆ ส่องลงบนใบหน้าของทุกคนบนเวที

ป้ายไฟของทั้งห้าคนและแบนเนอร์วง T.ATW ขยับโยกพร้อมกัน ส่ายไหวจนกลายเป็นทะเลแสงไฟ

เมื่อวงระดับท็อปขึ้นแสดง แสงไฟจึงโฟกัสไปยังบนเวทีทันที กระตุ้นบรรยากาศทั่วทั้งงานให้สนุกสนานคึกคักขึ้นมาฉับพลัน

นี่เป็นเพลงใหม่ของวงพวกเขาที่ลั่วเฉินเซวียนเป็นคนแต่ง กู้เว่ยเป็นคนออกแบบท่าเต้น สไตล์การร้องเต้นจะไม่ได้เท่สง่าอย่างเมื่อก่อน แต่ค่อนไปทางแปลกใหม่มีลูกเล่น ทุกคนเปลี่ยนตำแหน่งของตัวเองตามจังหวะท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับ

ดนตรีเร่งจังหวะเร็วขึ้นกะทันหัน ท่าเต้นกลายเป็นยากขึ้น กู้เว่ยเปลี่ยนมาอยู่ตำแหน่งเซ็นเตอร์ เขาสะบัดฮู้ดบนชุดออก โชว์บทบาทการเป็นนักเต้นหลักของตัวเอง กล้องภายในงานโฟกัสมาที่ตัวกู้เว่ยอย่างพร้อมเพรียง ภายใต้แสงไฟเขาส่งยิ้มให้กล้องโดยที่สเต็ปการเต้นไม่เกิดการสับสนแม้แต่น้อย เขาขยับมือทั้งสองข้างทำท่ามินิฮาร์ตไปทางด้านล่างเวที

มีแฟนคลับแถวหน้ากุมหน้าอก ตะโกนว่า “คุณนักเต้นหลักคนเก่งมาเต้นอยู่ตรงหน้าฉันเลย!!”

“น้องชายเต้นได้เจ๋งสุดๆ!!”

“กู้เว่ยฉันรักคุณ!!!”

 

จังหวะที่เจียงสวินเดินผ่านด้านหลังเวทีนั้นได้เห็นกู้เว่ยทำท่ามินิฮาร์ตจากหน้าจอใหญ่หลังเวทีพอดี รวมถึงได้ยินเสียงตะโกนของแฟนคลับด้วย

กู้เว่ยย้อมผมเป็นสีชมพูอ่อนแตกต่างจากคราวที่แล้วที่ได้เจอ และเจียงสวินต้องยอมรับเลยว่าสีผมที่ไม่เหมาะกับคนส่วนใหญ่นี้กลับขับเน้นสีผิวของกู้เว่ยได้เป็นอย่างดี

เด็กน้อยด่าคนได้เป็นเอกลักษณ์ ทว่าหน้าตาก็ดูดีโดดเด่นมากเช่นกัน

นอกจากนี้ทักษะการร้องเพลงยังดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย

“ดูอะไรอยู่” ซ่งจิ้งซีมองตามสายตาของเจียงสวิน ซึ่งเธอจำกู้เว่ยที่อยู่บนจอได้ “พวกลูกคุยกันหรือยัง ตอนอยู่บนเวทีเด็กคนนี้ดูต่างจากตอนปกติจริงๆ”

เจียงสวินเองก็เข้าใจในคำพูดดังกล่าวอย่างลึกซึ้ง

“พวกแม่มาได้ยังไง” เจียงอิ่งเพิ่งลงจากเวที ยังไม่ทันได้เช็ดเครื่องสำอางออกก็รีบมาดูการแสดงของคู่แข่งตรงหน้าจอบริเวณหลังเวที “วงของพวกเขามีกระแส แต่ถ้าเทียบความนิยมส่วนตัวแล้วล่ะก็ กู้เว่ยสู้ผมไม่ได้หรอก”

เจียงอิ่งพูดได้สมกับที่เป็นคู่แข่งของกู้เว่ยจริงๆ

“ครั้งหน้าผมย้อมผมสีนี้บ้างแล้วกัน” เจียงอิ่งชูรูปของกู้เว่ยที่ยังไม่ได้ผ่านการแต่งซึ่งเขาเพิ่งเลื่อนเจอแล้วพูดว่า “แฟนคลับของเราสองคนต้องเอาพวกเรามาเทียบกันแน่นอน ผมชอบเห็นแฟนคลับข่มกันมากที่สุดแล้ว”

“นายเป็นไอดอล จะมารู้จักวิธีการทะเลาะกันของแฟนคลับมากมายไปทำไม” เจียงสวินพูดอย่างไม่ชอบใจ

“ก็จะได้เหยียบคู่แข่งเอาไว้ตลอดเวลาไง” เจียงอิ่งบอก “ถ้ากู้เว่ยยังไม่หมดความนิยม ผมก็ไม่มีวันที่จะสบายใจ”

แต่ไหนแต่ไรมาเจียงอิ่งก็เป็นคนใจร้อนไม่เคยเปลี่ยน อีกทั้งกว่าจะเจอคู่แข่งสักคนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ทำให้เขาจริงจังกับการจิกกัดอีกฝ่ายมากกว่าการถ่ายละครเสียอีก

“แม่มีธุระกับผู้กำกับจางเลยเรียกพี่ชายของลูกมาด้วย” ซ่งจิ้งซีพูด “กว่าพี่ของลูกจะมาจากสโมสร แม่ก็คุยกับผู้กำกับจางเสร็จเรียบร้อยแล้ว”

“มีธุระอะไรเหรอครับ” เจียงสวินถาม

“รายการวาไรตี้น่ะ” ซ่งจิ้งซีบอก “อาจางตั้งใจจะทำรายการเรียลลิตี้ แต่เขาหมดเงินทุนไปกับสถานที่แล้ว หลังจากเชิญแขกรับเชิญสี่คน เขาก็เชิญแขกคนที่ห้าไม่ไหว เลยอยากให้ลูกไปช่วยเสริมหน่อย คงไม่ทำให้ลูกเสียเวลามากนักหรอก ถ่ายครั้งแรกใช้เวลาประมาณยี่สิบสี่ชั่วโมง หลังจากนั้นจะถ่ายทำอีกหรือเปล่าค่อยมาตัดสินใจจากความดังของรายการอีกที”

เจียงสวินหัวเราะ “เห็นผมเป็นแรงงานฟรีนี่เอง”

ความจริงแล้วไม่ใช่อย่างนั้น เพราะผู้กำกับจางเป็นเพื่อนสนิทของพ่อแม่เขา ทางรายการไม่มีทางขาดแคลนงบขนาดนั้นแน่ การที่เลือกเขานั้นส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะกระแสที่เขาเพิ่งคว้าแชมป์โลกมาได้ อีกส่วนคือในรายการเรียลลิตี้น่าจะมีเนื้อหาที่เกี่ยวกับเกมอยู่ไม่น้อยจึงต้องการความช่วยเหลือจากเขา

นักกีฬาอีสปอร์ตรับรายการวาไรตี้น้อยมาก เพราะพวกเขาอยู่ในจุดที่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกโจมตีอยู่ตลอด แม้แฟนคลับจะตะโกนว่า XX เก่งมาก แต่ความจริงแล้วเหล่าแฟนคลับไม่ได้มีความอดทนอะไรมากนัก ถ้าภายหลังเกิดแข่งขันแพ้ขึ้นมา ชาวเน็ตก็จะโทษว่าเป็นเพราะรายการวาไรตี้

การแพ้ชนะเป็นเรื่องปกติ เพียงแค่พวกชาวเน็ตไม่ยอมรับ

แต่เจียงสวินมีสถานะพิเศษ นอกจากนี้ยังเกี่ยวเนื่องกับความสัมพันธ์ของผู้กำกับจางและพ่อแม่ของเขาด้วย เขาย่อมบอกปัดงานนี้ไม่ได้

ยิ่งไปกว่านั้นเขายังได้เห็นรายชื่อแขกรับเชิญก่อนอีกด้วย

“พี่จะไปทำอะไรน่ะ” เจียงอิ่งเอ่ยทักเมื่อเห็นพี่ชายเดินไปทางด้านนอก

“ไปกันก่อนเลย” เจียงสวินโบกมือ “ในเมื่อมาถึงที่แล้ว พี่ว่าจะไปคิดบัญชีกับคู่กัดสักหน่อย”

 

ดนตรีบรรเลงจนจบ ระหว่างที่แสงไฟค่อยๆ ดับลง แท่นยกก็พาทั้งห้าคนหายลงไปแล้ว กู้เว่ยหายใจหอบเล็กน้อย เขาปิดไมค์ที่เกี่ยวไว้ตรงหูแล้วปัดผมชื้นเหงื่อปอยหนึ่งที่ปรกอยู่ตรงหน้าออก

คนที่จะขึ้นเวทีเป็นคนสุดท้ายคือราชาภาพยนตร์ท่านหนึ่ง กู้เว่ยเดินตามอยู่ด้านหลังสมาชิกวงไปยังด้านนอกทางเดิน

ความกลัดกลุ้มที่ลืมไปได้ชั่วคราวยามอยู่บนเวทีกลับมากดทับในใจของเขาอีกครั้ง

เขาควรหาโอกาสขอโทษมีมได้แล้ว

เมินมีมตลอดช่วงบ่าย ระดับความโกรธคงไม่ได้สูงขึ้นอีกหรอกนะ

จู่ๆ ประตูห้องแต่งหน้าที่อยู่ข้างทางเดินก็ถูกดึงเปิดออก แล้วมีมือข้างหนึ่งยื่นออกมาพาตัวกู้เว่ยเข้าไป

กู้เว่ย “?”

สมาชิกที่เหลือของวง T.ATW อีกสี่คนเดินต่อไปข้างหน้าโดยไม่ได้สังเกตเลยว่าสมาชิกซึ่งอายุน้อยที่สุดในวงหายตัวไปเสียแล้ว

ตัวจริงของมีมที่เขาเพิ่งโพสต์ไปเมื่อตอนกลางวันยืนอยู่ตรงหน้ากู้เว่ย อีกฝ่ายกดล็อกประตูห้องเสียงดังคลิก

“เด็กน้อยบางคนที่ขาดการอบรม” เจียงสวินพูดเสียงหนัก “จับตัวนายได้แล้ว”

กู้เว่ย “???”

กรรมตามสนองสินะ…

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in เรื่องเด่นวันนี้

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 1-2

บทที่ 1 ภายใต้การปกครองของต้าฉีตลอดร้อยปีที่ผ่านมา อำเภอเฟ่ยเซี่ยนนับเป็นเขตเมืองที่ค่อนข้างเจริญรุ่งเรืองเมืองหนึ่ง พื้...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ภวังค์รักในเรือนแสนหวาน บทนำ

บทนำ พระเอกไม่อยู่แล้ว มีธุระใดให้จุดธูปถาม วันที่สิบเดือนสาม ด้านในจวนอัครมหาเสนาบดีเต็มไปด้วยผู้คนสวมชุดไว้ทุกข์ เสียง...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ภวังค์รักในเรือนแสนหวาน บทที่ 1

บทที่ 1 ผู้น้อยแซ่หลี่ มีนามว่าโก่วตั้น ห่างจากเมืองหลวงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้สองร้อยหลี่ ยามเช้าในสำนักศึกษาชิงหงอาบย้...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 3-4

บทที่ 3 เช่นนั้นแล้วแม้ตอนนี้ชุยเสียวเสี่ยวจะมุ่งมั่นขยันอ่านตำรา แต่ก็เป็นเพียงยามจวนตัวค่อยกอดบาทพระ ไม่มีประโยชน์โพดผ...

community.jamsai.com