การทรมานนี้ทั้งเนิบช้าและเนิ่นนานจนเสี่ยวชุนร้องครางเบาๆ เสียงร้องอู้อี้ขึ้นจมูกราวกับจะร้องอุทธรณ์ แต่ขณะเดียวกันก็ยอมรับและอดทนต่อการแสดงความรักอันลึกซึ้งของอวิ๋นชิง
หัวใจอวิ๋นชิงสั่นสะท้าน ยิ่งเคลื่อนไหวหนักหน่วงก็ยิ่งยากจะสะกดกลั้น
ทันใดนั้นนอกห้องก็มีเสียงเคาะประตูขัดจังหวะและเสียงเสี่ยวเอ้อร์ร้องบอก “คุณชาย ข้าน้อยเอาน้ำร้อนกับอาหารมาส่งขอรับ”
เสี่ยวชุนตื่นจากอารมณ์พิศวาส ผงกศีรษะขึ้นหันไปมองทางประตู พูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “อวิ๋นชิง หยุดก่อน มีคนมาข้างนอก”
“จะหยุดได้อย่างไร” อวิ๋นชิงที่ยังจมอยู่ในห้วงปรารถนายิ่งกระแทกกระทั้นหนักหน่วงอย่างไม่ค่อยพอใจ มือหนึ่งกุมตัวตนที่แข็งขึงของเสี่ยวชุนไว้แล้วขยับ
“อ๊า! เจ้านี่มัน ยังมาจับตรงนั้นอีก”
เสี่ยวชุนนัยน์ตาพร่าลาย พยายามดิ้นหนีไม่หยุด
“อวิ๋นชิง อย่าจับตรงนั้น…” เขาไม่ชอบที่สุดเมื่อถูกจับส่วนที่อ่อนไหวไว้ขณะร่วมรัก เขาจะทนไม่ไหวแล้ว หัวหมุน ตาลาย ควบคุมตัวเองแทบไม่ได้ ร้องออกมาเสียงดังกว่าเดิมอย่างน่าอับอาย
“ข้าชอบให้เจ้าเรียกชื่อ เรียกสิ…เรียกชื่อข้า…” อวิ๋นชิงหายใจกระหืดกระหอบพลางบอก
มือที่ลูบไล้ตัวตนของเสี่ยวชุนกลับไม่ยอมรามือ ลูบขึ้นลูบลง เขาชอบสีหน้าท่าทางของเสี่ยวชุนเวลาแสดงอาการหวั่นไหวกับเขา ชอบเวลาที่เสี่ยวชุนสะบัดศีรษะไปมาอย่างสุดจะทน ร่างกายแอ่นบิดสั่นสะท้านไม่หยุด เพราะเวลาเช่นนี้ในหัวใจและสายตาของเสี่ยวชุนจะมีแต่เขาเพียงคนเดียว ไม่มีช่องว่างให้เรื่องอื่นเข้ามาได้
เสี่ยวชุนหอบหายใจเฮือกใหญ่ น้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้ดังอู้อี้ขึ้นจมูก “อวิ๋นชิง…เสี่ยวเอ้อร์อยู่ข้างนอก…”
“ต่อไปอวิ๋นชิงจะไม่ยอมให้พูดคำว่าเสี่ยวเอ้อร์อีกแล้วนะ!” อวิ๋นชิงทำเสียงขู่
เห็นชัดๆ ว่ากำลังอยู่ในห้วงอารมณ์สวาท เสี่ยวชุนกลับเสียสมาธิ อวิ๋นชิงแทรกนิ้วเข้าไปในจุดนั้นอย่างไม่พอใจ โยกคลอนเสี่ยวชุนไปมาแล้วงอนิ้วกดคลึงภายในที่อุ่นร้อนซึ่งเกร็งกระตุกไม่หยุด ฉกฉวยเอาหัวจิตหัวใจเสี่ยวชุนกลับมาเป็นของเขา
“อ๊า…อย่าสอดนิ้วตรงนั้น มันแน่น แน่นเกินไป เดี๋ยวฉีกกันพอดี…” พอถูกกระตุ้นอย่างนี้เสี่ยวชุนก็แอ่นร่างเสียวสะท้าน เสียงร้องครางหลุดจากปากอีกครั้งทันทีอย่างกลั้นไม่อยู่
ในห้องเต็มไปด้วยความรัญจวนใจ ร่างของเสี่ยวชุนปวกเปียกจนไม่อาจควบคุมได้ เขาได้แต่โอนอ่อนไปตามการกระทำของอวิ๋นชิง ร้องบอกอีกฝ่ายอย่างไม่อาจควบคุมตัวเอง
“ไม่หรอกน่า” อวิ๋นชิงกระซิบ “ยาที่เจ้าปรุงดีมากนะ เจ้าไม่ฉีกไม่ขาดหรอก”
ทำไมเขาถึงได้เก่งกาจปานนี้ สามารถปรุงยาเช่นนี้ออกมาได้ อวิ๋นชิงเลยมีข้ออ้างเอายานี้มาใช้กับตัวเขา เสี่ยวชุนคิดขณะที่สติกำลังล่องลอย
นอกห้อง เสียงถ้วยชามทั้งกองหล่นลงพื้นแตกดังเปรื่องตอนที่เสี่ยวชุนได้ยินเสียงเสี่ยวเอ้อร์พูดตะกุกตะกักว่า “คุณ…คุณชายกำลังยุ่ง ข้าน้อยรอ…รออีกสักครู่ค่อยกลับมานะขอรับ!” หากไม่ใช่เพราะอวิ๋นชิงกำลังกอดเขาไว้แน่น เขาคงวิ่งเอาหัวชนกำแพงให้รู้แล้วรู้รอดไปแล้ว
เสียงร้องครวญครางเปี่ยมด้วยอารมณ์พิศวาสหลุดออกไปจนคนอื่นได้ยิน ชื่อเสียงของเขาป่นปี้หมดแล้ว!
น่าขายหน้าจริงๆ
โปรดติดตามตอนต่อไป…