everY
ทดลองอ่าน แฟนสาวของผมเป็นผู้ชายครับ เล่ม 2 บทที่ 36-37 #นิยายวาย
ทดลองอ่านเรื่อง แฟนสาวของผมเป็นผู้ชายครับ เล่ม 2
ผู้เขียน : ซุ่ยหมาง (睡芒)
แปลโดย : G.N Voyager
ผลงานเรื่อง : 满天星 (Man Tian Xing)
ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เอเวอร์วายในการเผยแพร่ผลงาน
จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว
หากผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
– – – – – – – – – – – – – – – – –
Trigger Warning
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน
ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ
เนื้อหามีประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับการบูลลี่
และมีการบรรยายถึงเลือด
สำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
** หมายเหตุ: ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **
– – – – – – – – – – – – – – – – –
บทที่ 36
สถานที่จัดงานเทศกาลดนตรีกับงานคอมมิกล้วนอยู่ในเขตเมืองใหม่ผู่ตง โดยทั้งสองที่มีระยะห่างระหว่างกันประมาณยี่สิบกิโลเมตร ทั้งนี้ฝ่ายผู้จัดงานคอมมิกก็ไม่ตระหนี่ จัดการจองโรงแรมห้าดาวไว้ให้ แต่เป็นโรงแรมห้าดาวเก่าแก่ทั่วไปที่เปิดกิจการมาตั้งแต่ปี 1998 และเพิ่งรีโนเวตในช่วงสองปีนี้
เซวียโย่วข่าเช็กรีวิวมาล่วงหน้า เห็นว่าได้คะแนน 4.4 คำติส่วนใหญ่บอกว่าเครื่องอำนวยความสะดวกไม่ทันสมัย แต่ราคาถือว่าเหมาะสม และอยู่ห่างจากศูนย์จัดแสดงสินค้าเวิลด์เอ็กซ์โปที่จัดงานคอมมิกไปเพียงแค่ห้ากิโลเมตร
เซวียโย่วข่าถามเฉิงอวี้ขณะที่อยู่บนรถ “พี่จองโรงแรมหรือยังครับ”
“ยัง” ทางฝ่ายผู้จัดงานเทศกาลดนตรีก็จัดที่พักเอาไว้ให้เหมือนกัน โดยให้พักสองคนต่อหนึ่งห้อง แต่เฉิงอวี้ไม่อยากพักห้องเดียวกับเหล่าเค หมอนั่นทั้งขี้เม้าท์ทั้งจู้จี้ ยิ่งเป็นช่วงเวลาพิเศษอย่างงานเทศกาลดนตรีแบบนี้ มีหวังเจ้านั่นคงออกไปหาข่าวซุบซิบข้างนอกกลับมาพล่ามใส่เขาไม่หยุด
“งั้นพี่อยากมาพักที่โรงแรมเดียวกับผมไหม” เซวียโย่วข่าบอกเป็นนัยๆ โดยไม่ได้ยั้งคิด
“โรงแรมชื่ออะไร” เฉิงอวี้เดาจุดประสงค์ของอีกฝ่ายออกว่าคงอยากพักกับตัวเอง
พอเซวียโย่วข่าบอกชื่อโรงแรม เฉิงอวี้ก็เสิร์ชหาทันที “กากจัง”
“ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น มันรีโนเวตแล้ว ผมว่าพอใช้ได้ ต่อให้เป็นห้องที่แย่ที่สุดก็คืนละตั้งห้าร้อยเลยนะ”
เฉิงอวี้เหลือบมองอีกฝ่ายแล้วกดจองห้องเอ็กซ์คลูซีฟที่แพงที่สุดของโรงแรมนั้นทันที
เซวียโย่วข่ารีบร้องห้าม “อย่าจองห้องแพงขนาดนี้สิครับ”
เฉิงอวี้ถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ “ทำไมล่ะ หรือนายอยากแชร์ห้องกับฉัน”
“คือว่า…ห้องที่ผู้จัดจองให้ ผมไม่รู้ว่าต้องพักกับใคร”
ตอนแรกเขาคิดว่าถ้าได้พักกับเพื่อนคอสเซอร์ด้วยกันก็จะดีมาก แต่เรื่องของจือสั่วคราวก่อนทำเขาใจฝ่อนิดหน่อย อีกทั้งเมื่อไม่กี่วันก่อนเถียนอ้ายยังกำชับเขาโดยเฉพาะว่า ‘วงการนี้มันเล็ก เรื่องจุกจิกเยอะ ไปงานคอมมิกก็ระวังหน่อย ฉันกลัวว่าตอนอาบน้ำหรือตอนนอนจะโดนแอบถ่าย!’
ประโยคนี้ประโยคเดียวทำเอาเขาขวัญเสียไม่น้อย
เฉิงอวี้ไม่สนเหตุผลของเขา “ฉันจองห้องนี้ นายมาพักกับฉันก็จบ”
“ไม่ๆๆ ห้องเอ็กซ์คลูซีฟสามพันหยวนเลยนะ…” ค่าตัวออกงานของเขายังได้แค่หกพันหยวนเอง
“ฉันเลี้ยงนายเอง แล้วตอนเย็นนายค่อยเลี้ยงซาลาเปาไข่ปูฉัน” เฉิงอวี้อธิบายอย่างอดทน ถ้าเซวียโย่วข่าไม่พักกับเขา เขาก็จะไปพักโรงแรมคาเพลลาคืนละสามหมื่นหยวนที่อยู่ข้างๆ แทน
เซวียโย่วข่าอิจฉาขึ้นมาทันที
“แบบนี้ผมช่วยพี่ประหยัดไปตั้งสองหมื่นเจ็ดแน่ะ พี่ควรเลี้ยงซาลาเปาไข่ปูผมมากกว่าไม่ใช่เหรอ”
“ฝันไปเถอะ”
เนื่องจากยังไม่ถึงเวลาเช็กอิน เซวียโย่วข่าเลยค้นหาร้านซาลาเปาไข่ปูที่รีวิวดี ก่อนจะเจอว่าร้านอยู่แถวเดอะบันด์ โดยหลังจากที่กินเสร็จก็ควักเงินจ่ายไปหกร้อยหยวนอย่างปวดใจ จากนั้นจึงค่อยไปที่โรงแรม
พอถึงโรงแรมเฉิงอวี้ก็ไปติดต่อเรื่องห้องตรงเคาน์เตอร์ ส่วนทางด้านเซวียโย่วข่า เมื่อเปิดอ่านแชตกลุ่มงานคอมมิกครั้งนี้ก็เห็นแจ้งเตือนว่าได้จองห้องไว้ให้เขาแล้ว เพียงแค่ยื่นบัตรประชาชนที่เคาน์เตอร์ก็รับคีย์การ์ดห้องพักได้เลย
เซวียโย่วข่ารับคีย์การ์ดของตัวเองแล้วตามเฉิงอวี้ขึ้นไปที่ห้องเอ็กซ์คลูซีฟของอีกฝ่าย
หลังวางสัมภาระแล้วเซวียโย่วข่าก็เดินสำรวจห้องขนาดใหญ่สองรอบ ด้านในมีเตียงสองเตียง ด้านนอกเป็นห้องนั่งเล่นเล็กๆ มีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ตั้งแยกอยู่ข้างเตียง ตรงหน้ากระจกบานสูงจากเพดานจรดพื้น
เฉิงอวี้เห็นเซวียโย่วข่าจะออกไปเลยเอ่ยถาม “จะไปไหน”
“ผมไม่รู้ว่าจะต้องพักกับใคร มันเป็นการจัดแบบสุ่ม ผมจะไปดูแล้วทักทายเขาหน่อย”
เฉิงอวี้พยักหน้า
เซวียโย่วข่าแวะไปดูก็พบว่าห้องนั้นยังไม่มีใครมา เขาเลยกลับมาที่ห้องเดิม เมื่อกลับมาถึงก็เห็นว่าที่ด้านนอกไม่มีใครอยู่ แต่เขาได้ยินเสียงน้ำไหล เลยรู้ว่าเฉิงอวี้กำลังอาบน้ำ
เฉิงอวี้โยนเสื้อผ้าที่ถอดเอาไว้บนเตียงแบบส่งๆ เซวียโย่วข่าเลยเลือกอีกเตียงโดยอัตโนมัติ
เขาเปิดกระเป๋าเดินทางหยิบเอาวิกขึ้นวางบนขาตั้ง จากนั้นก็หยิบชุดออกมาวางแล้วหาเตารีดมารีดให้เรียบก่อนจะแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้า ไม่นานเฉิงอวี้ก็ออกมา เขาใส่เสื้อคลุมอาบน้ำของโรงแรมที่ไม่หนามาก ภายในห้องก็เปิดแอร์ไว้อุณหภูมิกำลังดี
“พี่อาบน้ำแล้วเหรอ”
“อาบก่อนนอนกลางวัน” เขาบินไฟลต์เช้าตอนเจ็ดโมงจึงต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืด คืนก่อนก็แทบนอนไม่หลับ พอเห็นชุดคอสเพลย์ของเซวียโย่วข่าแล้วก็ส่งเสียง ‘จิ๊’ อย่างรังเกียจ
ชุดโคตรจะน่าเกลียดเลย คิดได้ไงเนี่ย ใส่แล้วยังจะดูดีได้อีกเหรอ
เซวียโย่วข่าทำเป็นไม่เห็นสีหน้ารังเกียจของเขา “เราออกไปเล่นข้างนอกสักแป๊บแล้วค่อยกลับมานอนดีไหมครับ”
เขามาเซี่ยงไฮ้เป็นครั้งแรก เลยอยากออกไปเดินเล่นในเมืองหลวงแห่งแฟชั่นสักหน่อย
“เล่น?”
แม่ง…
เฉิงอวี้ไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยคำขอแบบนี้เลยตกใจสุดๆ วิธีการเที่ยวเล่นของเกย์นี่มันเป็นยังไงนะ เขาทำไม่เป็นหรอก แล้วก็ไม่อยากทำด้วย…
เซวียโย่วข่าพูดจบแล้วก็เห็นว่าเฉิงอวี้อยากนอนจริงๆ เลยบอกว่า “งั้นเดี๋ยวพี่นอนตื่นหนึ่งแล้วเราค่อยไปเล่นกัน”
เฉิงอวี้คงหลับลงกับผีน่ะสิ
เซวียโย่วข่าเองก็เริ่มง่วง เขารูดซิปกระเป๋าแล้วเข้าไปเปลี่ยนชุดนอนในห้องแต่งตัว พอล้มตัวลงนอนได้สักพักก็หลับไป
เฉิงอวี้ใส่หูฟัง แอบใช้มือถือเสิร์ชอินเตอร์เน็ต เขาพลิกตัวตะแคงเล็กน้อย กลัวว่าเจ้าเด็กนี่จะแกล้งทำเป็นหลับแล้วแอบดูว่าเขากำลังค้นหาอะไร
‘วิธีการเล่นของเกย์เป็นแบบไหน’
‘ผู้ชายด้วยกันเล่นกันยังไง’
‘ถ้าผู้ชายมาชวนผู้ชายสเตรตไปเล่นด้วยกันจะทำไงดี’
ผลลัพธ์คือเฉิงอวี้บังเอิญไปเจอแชร์ประสบการณ์จริงของผู้คนมากมายที่เล่าเรื่องความสัมพันธ์และเรื่องบนเตียงของตัวเอง โดยมีทั้งที่บอกว่าคบกับสามีได้ยังไง ค้นพบเพศวิถีของตัวเองได้ยังไง แม้กระทั่งจะทำให้อีกฝ่ายพอใจได้ยังไง เขาถึงกับมุด VPN ออกนอกเว็บไปดูของเรตสิบแปดบวกอีกเป็นกอง ยิ่งดูก็ยิ่งร้อนผ่าว พวกเกย์นี่คิดกันออกมาได้ยังไง ลูกเล่นเยอะชะมัด!
บางอย่างมันก็เกินจะรับไหวจริงๆ จนเขาทนดูต่อไปไม่ไหว แต่บางอย่างกลับสะกิดความเอนเอียงทางเพศของเขาอย่างน่าประหลาด เขาแอบอ่านจนจบ จากนั้นก็ลบบันทึกประวัติทั้งหมดจนเรียบ
เขาไม่ใช่พวกชอบไม้ป่าเดียวกัน ไม่ควรมาดูอะไรพวกนี้ ถ้าเซวียโย่วข่าจะบังคับเขาล่ะก็ ต้องแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจคำศัพท์ในหมู่เกย์ของพวกเขา ยิ่งไปกว่านั้นเซวียโย่วข่าเพิ่งเลิกกับแฟนได้ไม่นานก็รีบมาจีบเขาแล้ว นึกแล้วมันน่าหงุดหงิดจริงๆ
พอเซวียโย่วข่าตื่นจากนอนกลางวันก็ได้ยินเสียงน้ำพร้อมเสียงติ๊ดๆ แผ่วเบาจากสายรัดข้อมือของเฉิงอวี้
เขาทำหน้างง เฉิงอวี้อาบน้ำอีกรอบเหรอ
คราวนี้เฉิงอวี้ออกมาพร้อมแก้มแดงจัดและไม่พูดกับเขาสักคำ
“พี่ยังง่วงอยู่ไหมครับ” เซวียโย่วข่าถาม
“ง่วง! ฉันจะนอนเดี๋ยวนี้แหละ…” เฉิงอวี้นอนตะแคงหันหลังให้เขา ขณะที่ใจเต้นระส่ำ
เซวียโย่วข่าดูนาฬิกา “งั้นหกโมงครึ่งผมปลุกพี่นะครับ เราออกไปกินข้าวเย็นแล้วค่อยไปเล่นข้างนอกสักพัก ผมยังไม่เคยมาเซี่ยงไฮ้เลย”
“ไปเล่นข้างนอกเหรอ” เฉิงอวี้เพิ่งจะเข้าใจ
“ก็ไปดูหอไข่มุก* อะไรพวกนั้นไง ผมอยากถ่ายรูปกลางคืน”
เฉิงอวี้พูดไม่ออก “เชยชะมัด…”
“พี่มายุ่งอะไรกับความเชยของผมล่ะ” เซวียโย่วข่าสวนไปด้วยน้ำเสียงแบบเดียวกับเขา
เฉิงอวี้เหมือนจะกลัดกลุ้มนิดหน่อยเลยหันหลังแล้วพูดว่า “ฉันจะนอน เงียบซะ ไม่งั้นมีเรื่องแน่”
เซวียโย่วข่าออกจากห้องมากะว่าจะแวะไปห้องที่ผู้จัดงานจองไว้เพื่อทักทายรูมเมตของตัวเองสักหน่อย
คราวนี้พอไปถึงก็เห็นว่ารูมเมตมาแล้ว อีกฝ่ายเป็นหนุ่มตัวเล็กสูงสักร้อยเจ็ดสิบกว่าๆ ถือว่าเตี้ยกว่าเซวียโย่วข่านิดหน่อย ทั้งยังแต่งหน้าแถมใส่แว่นตาด้วย
“สวัสดีๆ”
ทั้งสองทักทายและแนะนำตัว จากนั้นก็กดติดตามกันไว้
ชื่อในวงการของอีกฝ่ายคือคอสเซอร์หมีลู่
แฟนคลับของหมีลู่ดูจะมากกว่าเซวียโย่วข่าอยู่หลายหมื่น แต่กระแสรวมๆ ยังสู้เขาไม่ได้ ทั้งสองคุยกันสักพักก็ถามว่าเขามาจากที่ไหน
“ผมบินมาจากปักกิ่งครับ”
ส่วนหมีลู่นั่งรถไฟความเร็วสูงมาจากหังโจว
เซวียโย่วข่าอธิบายว่าเพื่อนของตัวเองเปิดห้องอื่นในโรงแรมเอาไว้ ดังนั้นคืนนี้เลยจะไม่พักห้องนี้ เขามองออกว่าหมีลู่โล่งอก ดูเหมือนอีกฝ่ายจะพอใจกับเรื่องนี้
พอเซวียโย่วข่าออกไป หมีลู่ก็ไล่ดูเวยป๋อของเขาอย่างละเอียด ก่อนจะพบเบาะแสเล็กๆ บางอย่าง
มหาวิทยาลัย T งั้นเหรอ
โห…เด็กหนุ่มที่มีรอยยิ้มแสนน่ารักคนนั้นมีประวัติการศึกษาโหดขนาดนี้เลย?
หมีลู่ส่งข้อความไปในกรุ๊ปคอสเซอร์กลุ่มหนึ่งทันที
‘รูมเมตที่ฝ่ายจัดงานจับคู่ให้ฉันในงานจอยคอมมิกรอบนี้เป็นนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่มหา’ลัย T…’
‘มหา’ลัย T?’
‘เป็นคอสเซอร์เหรอ’
ไม่ค่อยเห็นคนที่มีประวัติการศึกษาแบบนี้มีเวลามาทำเรื่องพวกนี้ แถมยังทำอย่างจริงจังจนถูกผู้จัดงานเชิญมาร่วมงานอีกต่างหาก
ความจริงชมรมอะนิเมะของมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ อย่างมหาวิทยาลัย T ก็ได้รับความนิยมสูงและมีคนไม่น้อยที่ชอบวัฒนธรรมจำพวกคอสเพลย์หรือสวมชุดจีน แต่นักศึกษาที่หน้าตาดีจนถึงขั้นถูกเชิญมาเป็นแขกผู้มีเกียรติแบบนี้กลับมีน้อยมาก
‘ชื่ออะไร’
‘เวยป๋อเขาชื่อคอสเซอร์ข่าข่า’
‘ค้นเจอแล้ว รูปใช้ได้อยู่นะ ตัวจริงเป็นไง ขี้เหร่ไหม รูปปลอมหรือเปล่า’
ในวงการคอสเพลย์มักจะแต่งรูปกันมากเกินไป แต่งจนสวยขึ้นไปอีกขั้น แต่ตัวจริงอาจหน้าตาธรรมดาก็ได้
‘เขาหน้าสด ไม่ได้แต่งหน้า หล่อ แล้วก็ดูเด็กมาก แบบเพิ่งบรรลุนิติภาวะแนวๆ นั้น แต่ไม่ใช่รูปปลอมแน่นอน’
ถึงหมีลู่จะไม่ปลื้มเวลาเจอคนในวงการเดียวกันหน้าตาดีกว่าตัวเอง แต่ใครจะไม่ชอบคนสวยหล่อล่ะ ยิ่งไปกว่านั้นข่าข่าก็ดูมีมารยาทมากและยังให้ขนมเขามาด้วย…
‘โห ถ้างั้นก็โคตรเทพ ไม่ใช้รูปปลอม หน้าก็ตาดี แถมแม่งยังเป็นเด็กมหา’ลัย T อีกเนี่ยนะ’
‘จริงจ้า คอสเซอร์คนนี้เคยมีเรื่องกับจือสั่วมาก่อน โพรไฟล์หรูหราที่คนเสแสร้งนั่นสร้างไว้พังไม่เป็นท่าก็เพราะโดนเขาเล่นนี่แหละ ดูก็รู้ว่าความฉลาดกินขาด’
ทั้งกลุ่มอึ้งกันยกใหญ่
ปรากฏว่าตอนค่ำขณะที่หมีลู่ออกไปกินข้าวกับเพื่อน ทันใดนั้นก็มีคนส่งข้อความเข้ามาในกลุ่มมากมาย
มีดราม่าลูกใหญ่โผล่มาแล้ว
‘ฉันเห็นมีคนโพสต์แฉแบบไม่เปิดเผยชื่อในอินเตอร์เน็ต บอกว่าข่าข่าไม่ได้มาจากมหา’ลัย T มันเป็นแค่คาแร็กเตอร์ที่เขาสร้างขึ้นมา จริงๆ แล้วเขาอยู่มหา’ลัย Y…’
‘จริงปะ มีหลักฐานไหม’
‘มี! ก่อนนี้ข่าข่าเคยมีเรื่องกับจือสั่ว เพราะดราม่ามันเชื่อมโยงกัน หลังจากนั้นทางฝั่งข่าข่าก็โชว์หลักฐานว่าชุดอุซึมากิ นารูโตะเป็นชุดที่ซื้อไว้ก่อนงานคอมมิกหลายเดือนแล้ว…ซื้อมาจากเสียนอวี๋ ทีนี้ตอนเบลอข้อมูลดันเผลอหลุดมาบางส่วน เลยมีคนตามไปเจอไอดีร้านเสียนอวี๋ของคนขาย’
‘พวกเธอก็รู้กันอยู่ว่าแฟนคลับจือสั่วคลั่งแค่ไหน หลายร้อยคนกรูไปอินบ็อกซ์ร้านในเสียนอวี๋นั้นเลย แถมขุดเจอเวยป๋อเจ้าของร้านอีก เลยรัวถามเขาว่าคนที่ซื้อชุดคนนั้นเป็นเด็กมหา’ลัย T ใช่ไหม’
‘สุดท้ายขุดมาได้ว่าไม่ใช่มหา’ลัย T ที่อยู่รับของเป็นมหา’ลัย Y จากนั้นก็มีคนอ้างว่าเป็นนักศึกษามหา’ลัย Y โผล่มาคอนเฟิร์มด้วยว่าเขาเป็นมหา’ลัยของพวกเขาจริงๆ’
มหาวิทยาลัย Y อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย T แต่ทั้งสองมหาวิทยาลัยมีความแตกต่างกันมาก จากนั้นก็มีคนในกลุ่มพูดว่า ‘มหา’ลัย Y ก็ไม่แย่นะ…’
‘เด็กมหา’ลัยชั้นสามอย่างฉันยังอิจฉาน้ำตาจะไหลเลย มหา’ลัย Y ก็โอเคมากแล้วนี่นา’
‘ประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่าเขาเรียนที่ไหน แต่อยู่ที่เขาสร้างภาพว่าตัวเองเป็นเด็กมหา’ลัย T แล้วใช้สิ่งนี้ดึงดูดแฟนคลับ! พวกเธอดูสิ แฟนคลับเขาตั้งเท่าไรที่โดนเขาหลอกด้วยประวัติการศึกษาสุดเทพนั่น พากันอวยว่าข่าข่าสุดเก่ง ข่าข่าสุดยอดเด็กเรียนหัวกะทิ’
‘ตลกชะมัด สรุปคือสร้างภาพหมดสินะ…’
หมีลู่ไถดูเวยป๋อทั้งหมด ก่อนจะอดช่วยพูดให้ข่าข่าไม่ได้
‘เท่าที่ฉันดูเวยป๋อของข่าข่า เขาไม่เคยออกมาพูดว่าเรียนมหา’ลัย T นะ เป็นคนอื่นพูดทั้งนั้น…’
‘นี่แหละระดับสูงสุดของการสร้างภาพ! นายไม่เข้าใจหรอก สร้างภาพเนียนกริบแบบนี้ แฟนคลับเลยเชื่อสนิทใจ นี่แหละมือโปร’
‘แถมแฟนคลับเขายังโพสต์รูปที่เขาใส่เสื้อยืดมหา’ลัย T แล้วแท็กหาเขาด้วย เขาก็กดไลค์ นั่นไม่ได้เรียกว่าการยอมรับเหรอ’
‘งั้นฉันลองไปหยั่งเชิงในเวยป๋อเขาหน่อย ตอนนี้เรื่องนี้ยังไม่ถูกเปิดเผยในเน็ต ฉันไปเผือกที่อื่นมา เดาว่าฝั่งแฟนคลับจือสั่วนั่นแหละเป็นคนปล่อยข้อมูล พรุ่งนี้ก่อนงานคอมมิกพวกนายจะเริ่ม แฟนคลับจือสั่วต้องถล่มเขาจนจมดินแน่ๆ!’
‘ข่าวนี้น่าสนุกเกินไปแล้ว…’
‘ไปถามหยั่งเชิงมาแล้ว! เมื่อกี้ฉันใช้แอ็กหลุมส่งข้อความหาเขา แกล้งทำเป็นเด็ก ม.ปลาย ปีสามขอคำแนะนำว่าจะสอบเข้ามหา’ลัย T แบบเขาได้ยังไง เขาตอบกลับฉันด้วย! [รูปภาพ]’
จากนั้นทุกคนก็เปิดภาพแคปหน้าจอดู
‘ข่าข่า~ ฉันเป็นเด็ก ม.ปลาย ปีสาม ตอนนี้คะแนนรวมราวๆ หกร้อย อยู่ท็อปยี่สิบของชั้นปี ฉันอยากติดมหา’ลัย T ของพวกพี่มากๆ เลย ข่าข่าพอจะแนะนำเรื่องเรียนได้ไหม ขอบคุณนะ~’
ทางนั้นให้คำแนะนำมาหลายอย่างจริงๆ แต่ทุกคนก็ไม่ได้อ่านอย่างละเอียด
‘ขอบคุณนะข่าข่า~ ไม่คิดเลยว่าพี่จะตอบฉันด้วย ไว้ฉันสอบติดมหา’ลัย T ก็จะได้เจอข่าข่ากับตาตัวเองในมหา’ลัยแล้วใช่ไหม~ ดีมากเลย! ฉันชอบข่าข่ามาก!’
‘ขอบคุณที่ชอบนะ~ [น่ารัก] หวังว่าเดือนกันยายนปีหน้าจะได้เจอเธอที่มหา’ลัย T นะ ตั้งใจเรียนล่ะ!’
ข้อความนี้ซุนเหวินเฮ่าเป็นคนพิมพ์ตอบ บางครั้งพอเห็นข้อความน่ารักๆ แบบนี้จากแฟนคลับเขาก็อดที่จะตอบกลับไปไม่ได้ ส่วนข้อความสุดจะทนพวกนั้นเขาจะบล็อกและไม่สนใจ
ทั้งกลุ่มพากันส่งข้อความมาเป็นจำนวนมาก
‘แม่ง สร้างภาพอย่างที่คิดเลย!’
‘เดี๋ยวจะมีคนเละไม่เป็นท่าแน่…’
‘คราวนี้มหา’ลัย T น่าสงสารจัง โดนเด็กมหา’ลัย Y สวมรอยแล้ว…’
‘ฝ่ายจัดงานคงเชิญเขาเพราะเป็นเด็กมหา’ลัย T สินะ เขาเพิ่งมีรูปคอสเพลย์ออกมาแค่สองเซ็ตเอง ยังไม่นับว่าเป็นคนในวงการด้วยซ้ำ เห็นข้อดีของการสร้างประวัติการศึกษาสูงๆ เลย’
‘ทั้งซื้อของมือสอง ทั้งสร้างภาพลักษณ์สูงส่ง นี่มัน…น่าขยะแขยงสุดๆ!’
‘หมีลู่ยังจะบอกว่าเขาเป็นคนดีอีกเหรอ ทั้งหมดมันเสแสร้งทั้งนั้น อย่าไปพักห้องเดียวกับเขาเชียวนะ’
‘ฉันปักธงไว้เลย พรุ่งนี้เขาต้องเละไม่เป็นท่าแน่! ถ้าเขาเป็นเด็กมหา’ลัย T จริง ฉันจะไลฟ์สดกินขี้ให้ดู!’
คนที่พิมพ์ประโยคนี้ก็เป็นคอสเซอร์คนหนึ่งที่มีเงินให้ใช้จ่ายเล่นๆ แต่หน้าตาไม่ได้ดีมาก เรียกว่าเป็นเกรียนออนไลน์ชื่อดังและยังเป็นสตรีมเมอร์สุดฮอตบนอินเตอร์เน็ตที่ไลฟ์ด่าคนโดยเฉพาะ
หมีลู่ไม่กล้าพิมพ์อะไรในกลุ่มนี้อีกแล้ว เขาเงยหน้ามองถุงขนมหลายห่อที่ข่าข่าให้เขา ก่อนจะโยนลงถังขยะแบบส่งๆ
ในเวลาเดียวกันเซวียโย่วข่าที่ไม่ได้คลุกคลีกับวงการก็ไม่รู้อะไรเรื่องเลย ตอนนี้เขาได้ออกไปกินข้าวและเดินเล่นข้างนอกกับเฉิงอวี้
เฉิงอวี้รับสายโทรศัพท์จากเพื่อนร่วมวงที่โทรมาถามว่าเขาอยู่เซี่ยงไฮ้หรือเปล่า แล้วพักที่ไหน
“ไม่ต้องห่วงฉัน ซ้อมใหญ่เทศกาลดนตรีวันมะรืนฉันจะไปให้ตรงเวลา”
ทั้งสองเดินเล่นแถวริมแม่น้ำหวงผู่กันสักพัก แต่เพราะอากาศหนาวเกินไป ประกอบกับพรุ่งนี้มีตารางงาน เลยกลับโรงแรมกันตั้งแต่สามทุ่มครึ่ง
ตอนพวกเขาออกไปก็มีพนักงานเข้ามาปูที่นอนให้แล้ว แถมยังส่งแชมเปญ ช็อกโกแลต และน้ำมันหอมระเหยมาให้ที่ห้องด้วย เมื่อเซวียโย่วข่าอ่านคำแนะนำในการ์ดก็พบว่ามันเป็นกลิ่นลาเวนเดอร์ที่ช่วยในเรื่องของการนอนหลับ
พวกเขาสองคนผลัดกันเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ เซวียโย่วข่าเพิ่งเคยเจอคนที่อาบน้ำสามครั้งต่อวันเป็นครั้งแรก เลยเริ่มสงสัยว่าเฉิงอวี้มีโรคที่ไม่สะดวกใจจะบอกใครหรือเปล่า เช่นกลิ่นตัวแรงอะไรแบบนั้น แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าคืนนั้นที่ไปกางเต็นท์ด้วยกัน เขาได้กลิ่นแต่กลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้จันทน์จากตัวของเฉิงอวี้
เขาไม่เคยได้พักโรงแรมที่ดีขนาดนี้มาก่อน กลิ่นหอมในโรงแรมกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกายก็ดีมาก เขาเจอแม้กระทั่งถุงคลุมอ่างอาบน้ำแบบใช้แล้วทิ้ง รวมถึงบาธบอมบ์ในกระเป๋าเครื่องสำอางด้วย
ว้าว…ของพวกนี้คงไม่ได้เก็บเงินเพิ่มหรอกนะ
เซวียโย่วข่าเอ่ยถาม “ของในถุงอาบน้ำนี่ผมใช้ได้หมดเลยเหรอ”
“แน่นอน” เฉิงอวี้ตอบ
“แล้วตอนเช็กเอาต์เขาจะคิดเงินเพิ่มหรือเปล่า”
“ไม่คิด นายใช้ได้เลย”
ทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองที่เจริญรุ่งเรืองด้านนอกทำให้เซวียโย่วข่าตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ตอนอยู่ในหอพักมหาวิทยาลัยเขาไม่เคยเห็นวิวกลางคืนที่สวยขนาดนี้มาก่อนเลย
แม้แต่คืนนั้นที่ไปดูวิวกลางคืนบนชั้นดาดฟ้าโรงแรมฮอลิเดย์ก็ยังสวยสู้ที่นี่ไม่ได้
เพียงแต่อ่างอาบน้ำดันอยู่ข้างเตียง ซ้ำยังเป็นเตียงของเฉิงอวี้อีกต่างหาก
แบบนี้มัน…
เซวียโย่วข่าถือถุงคลุมอ่างอาบน้ำ บาธบอมบ์ รวมทั้งเกลืออาบน้ำออกไป
ขณะนั้นเฉิงอวี้กำลังถือไม้กลองคู่หนึ่งอยู่ในมือแล้วเคาะในอากาศ
เซวียโย่วข่าเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะเริ่มปูถุงคลุมอ่างอาบน้ำ
ความจริงมันเป็นแค่แผ่นพลาสติก แต่ก็ใหญ่พอจะคลุมอ่างอาบน้ำได้ทั้งหมด เพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องสุขอนามัย
ทันใดนั้นเฉิงอวี้ก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ “เซวียหมี่หมี่ นายจะลงไปแช่น้ำเหรอ”
“อืม วิวกลางคืนด้านนอกมันสวยนี่นา…” ถ้าไม่แช่น้ำก็เสียของแย่ คืนละตั้งสามพันหยวนแน่ะ สามพันหยวนเลยนะ!
เซวียโย่วข่าพิจารณาความกว้างและความลึกของอ่างอาบน้ำ ก่อนจะพบว่ามันค่อนข้างใหญ่
นอกจากนี้เขายังรู้สึกเกรงใจนิดๆ ถ้าตัวเองใช้อ่างอยู่คนเดียว มันก็จะดูเหมือนกับว่าเขาไม่เกรงใจอีกฝ่ายมากเกินไปหน่อย เพราะสุดท้ายแล้วค่าห้องเขาก็ไม่ได้ออก แค่เลี้ยงซาลาเปาไข่ปูเฉิงอวี้เพียงเท่านั้น
เขาลูบใบหู ก่อนจะถามเสียงเบา “พี่เฉิงอวี้ คือว่าพี่อยากจะ…แช่ด้วยกันไหม”
* หอไข่มุก (Oriental Pearl Tower) คือหอคอยที่ถือเป็นแลนมาร์กสำคัญของเซี่ยงไฮ้ โครงสร้างมีลักษณะเด่นเป็นโดมทรงกลมหลากหลายขนาดที่เรียงซ้อนกันตามแนวยาวของหอคอย เป็นเหมือนเม็ดไข่มุกที่เรียงลงมา
Comments



