ทดลองอ่าน แฟนสาวของผมเป็นผู้ชายครับ เล่ม 2 บทที่ 38-39 #นิยายวาย – Jamsai
Connect with us

Jamsai

everY

ทดลองอ่าน แฟนสาวของผมเป็นผู้ชายครับ เล่ม 2 บทที่ 38-39 #นิยายวาย

หน้าที่แล้ว1 of 2

ทดลองอ่านเรื่อง แฟนสาวของผมเป็นผู้ชายครับ เล่ม 2

ผู้เขียน :  ซุ่ยหมาง (睡芒)

แปลโดย : G.N Voyager

ผลงานเรื่อง : 满天星 (Man Tian Xing)

ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เอเวอร์วายในการเผยแพร่ผลงาน

จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว

หากผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

– – – – – – – – – – – – – – – – – 

Trigger Warning

นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน

ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ

   

เนื้อหามีประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับการบูลลี่

และมีการบรรยายถึงเลือด

            

สำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

** หมายเหตุยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **

– – – – – – – – – – – – – – – – –

บทที่ 38

 

หลังจากกินขนมเสร็จ ความหม่นหมองที่ปกคลุมอยู่ในใจของเซวียโย่วข่าซึ่งไม่ถือว่าหนามากนักก็สลายหายไปเกินครึ่ง

ถึงเฉิงอวี้จะคิดไว้ตั้งแต่แรก แต่เมื่อเห็นคนที่แต่งตัวจัดเต็มเบียดเสียดกันหลังจอดรถแล้ว ม่านตาของเขาก็ยังหดวูบเล็กน้อย

เขาปรับปีกหมวกให้ต่ำลง พยายามลดการมีตัวตนของตัวเอง

น่ากลัวชะมัด

ที่นี่มันรังของพวกเจร็อกชัดๆ

ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่ความรู้สึกของเซวียโย่วข่า และเผื่อว่าอาจจะมีปัญหาเรื่องความปลอดภัย ให้ตายเขาก็ไม่มีวันมาที่แบบนี้เด็ดขาด

การที่เฉิงอวี้มาโผล่ในสถานที่แบบนี้ทำให้เขาดูเหมือนกับคนที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ต่อให้ใส่หมวกก็ยังปกปิดความหล่อเอาไว้ไม่มิด และเมื่อรวมกับส่วนสูงที่โดดเด่นแล้วก็ยิ่งเหมือนนกกระเรียนท่ามกลางฝูงไก่

ตอนเซวียโย่วข่าเดินเข้ามา เขาสวมโซ่ของคุราปิก้าไว้บนนิ้วมือตัวเอง มันเป็นโซ่ที่เชื่อมเข้ากับแหวนบนนิ้วมือทั้งห้านิ้ว ดูแล้วเหมือนพวกจูนิเบียว* จนน่ากลัว

เฉิงอวี้รู้สึกเหนื่อยใจนิดหน่อย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร

จากนั้นเซวียโย่วข่าก็พาเขาไปหาที่นั่งข้างเวที ก่อนจะมองไปรอบๆ

“พี่เอามาสก์มาด้วยไหม”

“ไม่ได้เอามา”

“งั้นพี่ไปยืนหลบหลังสแตนด์ดิ้งตรงนั้นเถอะ ไม่งั้นเดี๋ยวสาวๆ ตัวการ์ตูนจะวิ่งมารุมพี่เอา”

งานนี้ฝ่ายจัดงานเชิญเซวียโย่วข่ามาเพื่อดึงกระแส เขาต้องขึ้นเวทีโชว์ตัว ถึงจะบอกว่าเป็นการโชว์ตัว แต่ความจริงก็มีคอสเซอร์ยืนอยู่ด้วยกันหลายคน เซวียโย่วข่าโด่งดังน้อยที่สุดก็เลยยืนอยู่ริมสุด แต่ปรากฏว่ากลับดูเด่นกว่าคอสเซอร์ตำแหน่งเซ็นเตอร์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดอยู่เล็กน้อย

แฟนๆ ข้างล่างตรงด้านหนึ่งส่งเสียงกรี๊ดพร้อมกับถ่ายรูปเป็นบ้าเป็นหลัง ส่วนอีกด้านหนึ่งก็เอ่ยถาม “คนที่คอสคุราปิก้านั่นใครน่ะ”

“เหมือนต้นฉบับเป๊ะเลย!”

“พูดเบาๆ หน่อย ฉันว่าเขาหล่อสุดในแถวแล้ว ถึงขั้นกลบอาจารย์โม่ได้เลย”

อาจารย์โม่ถือว่าเป็นคนที่หน้าตาดีอันดับต้นๆ ในวงการ…อย่างน้อยแฟนๆ ก็พูดแบบนั้น

แต่ตัวจริงกับรูปถ่ายก็ยังมีความแตกต่างอยู่บ้าง

“อาจารย์โม่ก็ยังหล่อมากอยู่นะ แต่คุราปิก้าคนนั้นเป็นหน้าใหม่หรือเปล่า พวกหน้าใหม่ตอนนี้สุดยอดไปเลย เขาชื่ออะไรนะ”

“จอข้างหลังมีชื่อขึ้นอยู่ไม่ใช่เหรอ คอสเซอร์…ข่าข่า?”

วงการนี้เล็กมาก ไม่ว่าจะมีข่าวอะไรคนก็รู้กันหมด

“ข่าข่า? ไม่ใช่คนนั้นเหรอ…ที่สอบเกาเข่าได้เจ็ดร้อยกว่าคะแนนน่ะ เด็กเรียนมหา’ลัย T?”

เฉิงอวี้กังวลอยู่ตลอดว่าจะมีแฟนคลับสมองเพี้ยนโผล่มาสร้างเรื่องหรือเปล่า พอเห็นมีคนเข้ามาขอถ่ายรูปกับเซวียโย่วข่า เขาก็กังวลขึ้นมานิดๆ กลัวอีกฝ่ายจะหยิบขวดน้ำกรดออกมาจากกระเป๋า…

แต่ส่วนใหญ่แล้วก็สุภาพมาก ไม่ว่าจะมาขอถ่ายรูปหรือขอลายเซ็น เซวียโย่วข่าก็ทำให้หมด แถมยังมีบางคนตั้งใจมาตามเขาโดยเฉพาะ แถมถือรูปเขามาด้วย

“ชอบรูปที่คอสนิค ไวลด์มากเลย!”

เซวียโย่วข่าเซ็นชื่อข่าข่าลงไปแล้วกล่าวขอบคุณ

“ข่าข่า หวังว่าเรื่องเมื่อเช้าจะไม่ทำให้ใจเสียนะ อย่าหมดหวังกับวงการคอสเพลย์เลย คนอย่างจือสั่วเป็นส่วนน้อยจริงๆ แฟนๆ ธรรมดาอย่างเราชอบนายมากเลยนะ”

เซวียโย่วข่ายิ้มพลางพยักหน้า “ขอบคุณครับ”

“ไม่เป็นไร นายต้องสู้ต่อไปนะ นายจะดังแน่ๆ สู้ ๆ! เราเชียร์นายอยู่!”

เด็กผู้หญิงกลุ่มนี้ดูเหมือนจะยังอยู่แค่ชั้นมัธยมต้นหรือมัธยมปลาย ความชอบของพวกเธอทั้งใสสะอาดและบริสุทธิ์ พวกเธอรักในโลกสองมิติและชื่นชอบเขาจากใจจริงๆ

ความอึดอัดในใจของเซวียโย่วข่าหายไปหมดแล้ว

งานจบเร็วมาก นอกจากนี้ยังมีแฟนคลับคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นแฟนคลับของจือสั่ว แฟนคลับคนนั้นมองเขาด้วยความตกตะลึง คล้ายกับไม่เชื่อว่าตัวจริงจะไม่ได้หน้าตาขี้เหร่เลยสักนิด จากนั้นก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแบบละครน้ำเน่า “ทำไมกัน”

เซวียโย่วข่าไม่เข้าใจ แต่ก็ยิ้มสุภาพ “สวัสดีครับ”

แล้วแฟนคลับคนนั้นก็วิ่งหนีไปเลย

เขาไม่ได้พกตากล้องมาด้วย แต่พอลงจากเวทีก็มีตากล้องที่ไม่รู้จักจำนวนมากมารุมถ่ายรูปเขา บางคนก็ขอวีแชต โดยบอกว่าจะส่งรูปให้เขาหลังจากแต่งรูปแล้ว

ยังมีคนที่บอกว่าตัวเองเป็นทีมกลยุทธ์จากเกมมือถือฝันแห่งเปี้ยนจิงมาขอเพิ่มเพื่อนวีแชตเขา พร้อมกับบอกว่าในอนาคตอาจจะได้ร่วมงานกัน

หลังงานจบเขารีบถอดคอนแทกเลนส์ออกเป็นอย่างแรก เฉิงอวี้เห็นเขาใช้นิ้วฝืนดึงเลนส์บางเฉียบออกมาจนน้ำตาไหลพรากก็รู้สึกสงสารขึ้นมานิดๆ และเผลอไปลูบศีรษะเขา

แต่เนื่องจากใส่วิกอยู่ เซวียโย่วข่าเลยสัมผัสไม่ค่อยได้ นึกว่าศีรษะตัวเองมีอะไรติดอยู่

 

พอกลับโรงแรม ฝ่ายจัดงานก็ส่งข้อความมาบอกว่าได้จัดกิจกรรมเที่ยวเซี่ยงไฮ้และมีงานเลี้ยงด้วย พร้อมทั้งถามว่าเขาจะไปไหม

ปกติเซวียโย่วข่าชอบไปกินฟรีดื่มฟรี แต่ตอนนี้กลับไม่ค่อยอยากไปแล้ว เลยบอกว่าจะลดน้ำหนัก ไม่กินมื้อเย็น

การที่เขามาทำงานพาร์ตไทม์แต่งคอสเพลย์แบบนี้ เดิมทีก็เพราะความชอบ การได้ใส่ชุดของตัวละครโปรดและแสดงบทบาทมันทำให้เขาสนุก ทั้งยังสามารถหารายได้เสริมได้ด้วย แถมยังได้เที่ยว ได้ไปชมนิทรรศการ และซื้อของที่ชอบอีกต่างหาก

เขาซื้อฟิกเกอร์ที่ซุนเหวินเฮ่าชอบให้อีกฝ่ายและซื้อกล่องสุ่มให้เถียนอ้าย แต่พอคิดได้ว่าต้องไปงานเทศกาลดนตรีต่อก็ตัดสินใจซื้อกล่องสุ่มไปให้ทุกคนด้วยเลย

มีของเฉิงอวี้กล่องหนึ่งด้วย

“นี่อะไร นายซื้อมาเยอะขนาดนี้เลยเหรอ”

“กล่องสุ่มไงครับ ก่อนแกะจะไม่มีใครรู้ว่าข้างในมีเซอร์ไพรส์อะไรอยู่ ผมจะไปงานเทศกาลดนตรีกับพี่ไม่ใช่เหรอ ผมก็เลยซื้อไปให้พวกพี่เม่าคนละกล่องเลย”

เฉิงอวี้หยิบกล่องสุ่มขึ้นมา ตั้งใจว่าอีกเดี๋ยวตอนที่เซวียโย่วข่าไปอาบน้ำถึงค่อยแกะ “ทำไมนายเรียกเขาว่าพี่เม่าล่ะ”

“ไม่งั้นจะเรียกอะไรล่ะ” หลินสือเม่าดูเป็นคนเป็นกันเองและเข้าถึงง่ายมาก แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกว่ายังมีระยะห่างอยู่ เซวียโย่วข่าเลยไม่กล้าเรียกว่าอาเม่า เพราะถ้าเรียกแบบนี้แล้วดูเหมือนจะไม่สุภาพ

เฉิงอวี้ไม่สบอารมณ์ “แล้วทำไมนายไม่เรียกฉันแบบนั้นบ้าง”

“ผมเรียกได้เหรอ” เซวียโย่วข่าก้มลงหยิบคลีนซิ่งออยล์จากกระเป๋าเดินทางแล้วเริ่มเช็ดใบหน้าทั้งแห้งๆ อย่างชำนาญ “พี่อยากให้เรียกว่าอะไรล่ะ พี่เทอร์โบ พี่เฉิงอวี้ หรืออย่างอื่น”

ตอนเซวียโย่วข่าล้างเครื่องสำอางออกนั้นดูค่อนข้างแปลก บนหน้ามีสีดำๆ แดงๆ เหลืองๆ เต็มไปหมด แถมยังมันแผล็บ เจ้าตัวจ้องมองเขาพร้อมหัวเราะหึๆ เหมือนเด็กโง่ แต่เฉิงอวี้กลับไม่รู้สึกว่ามันดูแปลกเลยสักนิด แถมมุมปากยังยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ด้วย

“ฉันไม่ได้บังคับให้นายเรียกซะหน่อย”

เซวียโย่วข่าหัวเราะฮ่าๆ “อยากได้ยินผมเรียกก็พูดมาตรงๆ เถอะ”

“ฉันเปล่า” เฉิงอวี้ทำหน้าเข้ม

เซวียโย่วข่าเดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้า “แล้วงานเทศกาลดนตรีมีพรุ่งนี้ วันนี้ไม่ต้องซ้อมเหรอครับ”

“ซ้อมอะไรล่ะ แค่ไม่กี่เพลงยังจะต้องซ้อมอีกเหรอ” การแสดงสดของพวกเขาไม่เคยพัง นักดนตรีทุกคนต่างก็เก่งที่สุดอยู่แล้ว นักร้องนำอย่างหลินสือเม่ามักจะแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้สวยงามอยู่เสมอ ถ้าวัดกันที่การแสดงสดแล้ว วงเกือบทั้งหมดในที่แห่งนี้คงโดนพวกเขาฆ่าเรียบ เมื่อรวมกับที่วงแนวบริตป็อปมีน้อย ท่ามกลางวงดนตรีสายเมทัลกับพั้งก์ พวกเขาเลยกลายเป็นกระแสสดใหม่สุดอินเทรนด์ไปเลย

“แล้วคืนนี้พี่จะไปกินข้าวกับพวกพี่เม่าไหม”

“ไม่”

หลินสือเม่าชวนแล้ว แต่เฉิงอวี้ปฏิเสธไป

“งั้นผมเลี้ยงพี่เอง วันนี้ผู้จัดงานเพิ่งโอนเงินมาให้ ตั้งหกพันแน่ะ!”

เมื่อผู้จัดเห็นว่าเขาดังขึ้นหลังจากโดนแฉแล้วออกมาชี้แจง เลยเป็นฝ่ายเสนอว่างานคอมมิกครั้งหน้าจะเพิ่มค่าตัวให้แน่นอน

เซวียโย่วข่ายังไม่ได้คิดว่าจะรับดีไหม เพราะเขาคงแต่งคอสเพลย์ได้ไม่นานนัก แค่เล่นๆ ก็น่าจะพอใจแล้ว ถึงยังไงการไปทำงานเป็นที่ปรึกษาทางการเงินหรือสร้างกิจการของตัวเองก็ยังเป็นสิ่งที่เขาจำเป็นต้องคิด

ตอนที่เซวียโย่วข่าเข้าไปอาบน้ำ เฉิงอวี้ก็แกะกล่องสุ่มออกมาดู

มันเป็นตุ๊กตาการ์ตูนใส่ชุดกระโปรงสีชมพู แถมมีหูกระต่ายน่ารักๆ อีกคู่

นี่มันอะไรเนี่ย…

เฉิงอวี้ชั่งใจอยู่สักพัก ก่อนจะยัดกลับเข้าไป จากนั้นก็แกะกล่องอื่น

สุดท้ายก็เจอว่าหนึ่งในนั้นเป็นตุ๊กตาที่ทำเป็นรูปคิวปิด ดูน่าสนใจกว่ากล่องอื่น ทั้งยังกำลังทำท่ายิงหัวใจพอดีด้วย

คิวปิดตัวนี้เป็นของเขาแล้ว

ส่วนเจ้าหูกระต่ายคืออันที่น่าเกลียดที่สุด เขาเลยทำสัญลักษณ์เล็กๆ ไว้บนกล่อง กะว่าเซวียโย่วข่าหยิบออกมาเมื่อไรจะยกให้หลินสือเม่า

 

เช้าวันถัดมา ณ ศูนย์กีฬาชายหาดเซี่ยงไฮ้ งานเทศกาลดนตรีแมงโก้

ตอนเฉิงอวี้พาเซวียโย่วข่าไป เขาได้บอกคนอื่นไว้ล่วงหน้าแล้ว

ดังนั้นพอทุกคนเห็นทั้งคู่มาด้วยกันก็ไม่แปลกใจนัก แต่ก็นึกสงสัยอยู่บ้างว่าเทอร์โบกับรุ่นน้องคนนี้สนิทกันได้ยังไง ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่เดือน

เซวียโย่วข่าพกไปแค่มือถือกับกล้อง ส่วนของอย่างทิ้งอื่นไว้ที่โรงแรม รวมถึงกล่องสุ่มที่จะให้พวกเขาด้วย

เหล่าเคบอกว่า “เทอร์โบ กลองของนายเพิ่งถูกขนเข้าไป นายไปดูหน่อยสิ ถ้าโอเคแล้วก็ให้สตาฟฟ์ยกไปหลังเวทีได้เลย”

“เดี๋ยวนี้เทศกาลดนตรีให้ศิลปินเอาชุดกลองมาเองเหรอ” เครื่องดนตรีอย่างอื่นน่ะช่างมันเถอะ แต่ทำไมถึงให้เอาเครื่องดนตรีอย่างกลองมาเองนะ

“ไม่ใช่แบบนั้น” เหล่าเคกระซิบ “เทอร์โบยอมแตะแค่กลองของตัวเองเท่านั้น ของที่คนอื่นเคยจับเขาไม่เอา แถมไม่อยากให้ใครไปโดนกลองเขาด้วย เวลาสตาฟฟ์ยกกลองเขาเป็นต้องทำหน้าดุ ใครจับต้องต้องใส่ถุงมือ เพราะงั้นถึงบอกไงว่าเขาแต่งงานกับกลองไปแล้ว อยู่ห่างกันไม่ได้หรอก”

เซวียโย่วข่าหมดคำจะพูด “พวกพี่ก็ห้ามแตะด้วยเหรอครับ”

“ห้ามแตะสิ!”

เฉิงอวี้ปรายตามองเหล่าเคทีหนึ่งเพื่อให้เขาหุบปาก

กลองของเขาไม่ใช่ชุดมาตรฐานห้าใบ แต่เป็นชุดคัสตอมตามความคุ้นชินส่วนตัว แม้แต่กระเดื่องก็เป็นระดับท็อปของโลก ทั้งนี้เป็นเพราะไม่ชอบใช้กลองคนอื่น เวลาได้รับเชิญไปทำการแสดง เขาเลยมักจะขี้เกียจไป

ตามที่หลินสือเม่าพูดไว้ครั้งก่อน เฉิงอวี้ถึงเริ่มคิดได้ว่าบางทีเพื่อนร่วมวงคงต้องการเวที ไม่ใช่ทุกคนจะอยู่เล่นกับเขาไปได้เรื่อยๆ

ทั้งคู่ติดบัตรเข้างานแล้วตามสตาฟฟ์เข้าไปหลังเวที

ไลน์อัพของเทศกาลดนตรีครั้งนี้ยิ่งใหญ่มาก โดยได้เชิญศิลปินเจ้าของผลงานจากไต้หวันมาหลายคน รวมๆ แล้วมีวงที่ได้รับเชิญทั้งสิ้นสี่สิบวง

เซวียโย่วข่าไล่ดูรายชื่อ “เฮ้! ผมรู้จักคนนี้”

เขาคือนักร้องชาวไต้หวันที่ดังมาก เซวียโย่วข่าบอกว่าเป็นเพลงที่ตัวเองชอบร้องตอนไปคาราโอเกะ

“พวกพี่รู้จักเขาไหม”

เฉิงอวี้เฉยเมย “ไม่รู้จัก”

หลินสือเม่ายิ้ม “ถ้านายชอบ เดี๋ยวฉันไปขอลายเซ็นให้”

“ไม่ต้องครับๆ ผมแค่พูดเฉย ผมฟังเพลงเขา แต่ไม่ได้เป็นแฟนคลับอะไรหรอก”

แขกรับเชิญสี่สิบวงแบ่งเล่นกันสี่เวทีในเวลาสองวัน วันนี้มากันยี่สิบวง วงส่วนใหญ่เป็นวงเล็กๆ ที่มาเล่นประปราย ถึงวงสกอร์ปิโอจะไม่ค่อยออกงาน แต่เพลงของพวกเขาก็ดังมากในอินเตอร์เน็ตและมีคนชอบมากมาย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหน้าตาดีอย่างเทอร์โบที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมือกลองที่หล่อสุดในวงการ ส่วนหลินสือเม่าก็เรียกได้ว่าเป็นหนุ่มสุดฮอตขวัญใจมหาชน มีสาวๆ ตามกรี๊ดมากกว่าเทอร์โบเสียอีก

จู่ๆ ก็มีคนห้าคนเดินเข้ามาพร้อมกัน มองเผินๆ แต่ละคนต่างก็หล่อมาก ออร่าจัดเต็ม มีแค่เหล่าเคคนเดียวที่สะพายเบสคล้ายผู้ช่วยถือสัมภาระ

ทันใดนั้นสายตาของทุกคนที่อยู่หลังเวทีก็หันมามอง ก่อนที่ชายหนุ่มตัวผอมมัดผมทรงดังโงะคนหนึ่งจะชี้มาทางสกอร์ปิโอแล้วหัวเราะเสียงดัง

“เทอร์โบโผล่มาแล้ว แถมขนกลอง DW คัสตอมราคาหลักล้านของเขามาด้วย!”

“วูล์ฟตัดผมแล้วโว้ย!”

ดูท่าจะเป็นคนคุ้นเคยกัน

หลินสือเม่าเป็นเหมือนทูตประจำวง เรื่องเข้าสังคมยกให้เขาจัดการ เสิ่นไหวหลินเห็นเซวียโย่วข่าก็ทัก “พวกนายรับน้องใหม่เข้าวงเหรอ”

“ไม่ใช่” หลินสือเม่าอธิบาย “เขาเป็นคนของเทอร์โบ” ตอนที่พูดก็มีหนุ่มผมขาวคนหนึ่งเดินผ่านด้านข้างไปพร้อมกับกลอกตาใส่อยู่หลายครั้ง

ที่นี่วงสกอร์ปิโอเป็นที่ต้อนรับมาก ปกติวงร็อกไม่ค่อยชอบทักทายกัน แต่วันนี้ต่างแห่มาทักทายกันยกใหญ่ ทว่าก็มีเรื่องน่าประหลาดใจอยู่อย่างสองอย่าง

อย่างเช่นไอ้คนที่กลอกตาใส่วูล์ฟนั่นแหละ

เขาคือต่งเกิง อดีตมือคีย์บอร์ดของวงสกอร์ปิโอที่อยู่กับวงได้ไม่นานเพราะหายซ้อมไปหลายวัน แถมพาคนนอกมาแล้วเผลอไปแตะกลองของเทอร์โบ เลยโดนหลินสือเม่าเชิญออก

หลังเตะต่งเกิงออกจากวงไป เพื่อนก็แนะนำวูล์ฟให้หลินสือเม่า ‘มือคีย์บอร์ดคนนี้เป็นคนซีอาน สกิลโคตรเทพ นายลองดูสิ’

หลินสือเม่าดูคลิปของวูล์ฟแล้วถึงกับทึ่งเหมือนได้เห็นเทพ เลยโทรเรียกเขามาทดสอบทันที

วูล์ฟซื้อตั๋วบินมาปักกิ่งคืนนั้นเลย วันต่อมาก็มาทดสอบ เขาโซโล่ไปเล็กน้อยต่อหน้าหลินสือเม่า นิ้วมือบนคีย์บอร์ดเร็วจนแทบเป็นเงาซ้อน ท่วงทำนองราวกับเทพเจ้า พอเล่นไปไม่กี่นาทีเหงื่อก็ไหลท่วมตัว หลินสือเม่าจึงเอ่ยปากหยุดเขา ‘พอแล้ว’

‘ฉันเข้าได้ไหม’ วูล์ฟถาม ‘ถ้าไม่ได้ฉันจะได้ซื้อตั๋วกลับบ้านเลย’

หลินสือเม่าชอบฝีมือเขามาก แต่ยังไม่รู้จักอีกฝ่าย จะตั้งวงทั้งทีให้ดูกันแค่นี้ได้ยังไง

แต่เจ้าตัวยืนยันว่าจะกลับ หลินสือเม่าเลยได้แต่บอกว่า ‘งั้นนายอยู่ก่อนละกัน’ แล้วชมไปหนึ่งประโยค ‘เทคนิคอย่างแจ่ม’

วูล์ฟทำหน้านิ่งๆ แล้วพยักหน้า ไม่แม้แต่จะพูดขอบคุณ

นิสัยหยิ่งเหมือนกับเทอร์โบไม่มีผิด เขาคนเดียวต้องมาคอยรับใช้บรรพบุรุษสองคนนี้ หลินสือเม่าคิดแล้วก็แทบจะทนไม่ไหว

ต่อมาก็พบว่าวูล์ฟกับเทอร์โบจริงๆ เป็นคนละแบบกันเลย

งานจิปาถะต่างๆ ในวงวูล์ฟทำคนเดียวแป๊บเดียวก็เสร็จหมดแล้ว พอถามว่าทำทำไม เขาก็บอกว่าเบื่อ แถมยังทำอาหารก็โคตรอร่อย

ต่งเกิงคงยังเคืองอยู่บ้าง ตอนจ้องวูล์ฟเจ้าตัวก็รับรู้ได้ แต่พอหันไปมองแล้วพบว่าเป็นคนไม่รู้จักก็ละสายตาไปอย่างเย็นชา

หลินสือเม่ารู้สึกไม่ค่อยสบายใจจึงพาทั้งวงเข้าไปในห้องพักส่วนตัว

กลองของเทอร์โบวางอยู่ข้างใน รอถึงคิวพวกเขาตอนค่ำก็จะยกขึ้นเวที

เมื่อครู่เซวียโย่วข่าได้ยินคนพูดว่า ‘ชุดกลองคัสตอมราคาหลักล้าน’ อะไรนี่แหละ

หลักล้านเชียวเหรอ

เปียโนแพงๆ เขายังเข้าใจได้ว่าทำไม แต่นี่กลองนะ ทำไมถึงแพงขนาดนั้น

เซวียโย่วข่ายังไม่เคยได้ดูใกล้ๆ วันนี้มีโอกาสอย่างหาได้ยากเลยก้มหน้าไปศึกษาดูว่ากลองหลักล้านหน้าตาเป็นยังไง

เขาเห็นกลองตัวหนึ่งเป็นสีทองวิบวับสุดๆ

เอ๊ะ…นี่คงไม่ใช่ทองจริงๆ หรอกนะ

เซวียโย่วข่าอยากรู้อยากเห็นมากจึงแอบยื่นมือน้อยๆ ออกไปก่ออาชญากรรมอย่างเงียบๆ

“เซวียหมี่หมี่”

แต่ปรากฏว่าโดนจับได้คาหนังคาเขา

เซวียโย่วข่ารีบชักมือกลับ ท่าทางเวลาทำผิดแล้วถูกจับได้ดูตื่นตระหนกมาก “ขะ…ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะแตะกลองของพี่หรอกนะ…” เขาคิดว่าด้วยนิสัยเสียๆ ของเฉิงอวี้ ยังไงก็ต้องโกรธแน่ๆ เลยไม่กล้าหายใจแรงด้วยซ้ำ

“แตะสิ”

“ฮะ?” เซวียโย่วข่างงเป็นไก่ตาแตก

“กับนายไม่เป็นไร”

 

* จูนิเบียว หมายถึงผู้ที่ชอบทำตัวเด่น เพ้อเจ้อ คิดว่าตนเองเจ๋งหรือคิดว่าตนเองมีพลังพิเศษ

หน้าที่แล้ว1 of 2

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in everY

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 1-2

บทที่ 1 ภายใต้การปกครองของต้าฉีตลอดร้อยปีที่ผ่านมา อำเภอเฟ่ยเซี่ยนนับเป็นเขตเมืองที่ค่อนข้างเจริญรุ่งเรืองเมืองหนึ่ง พื้...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ภวังค์รักในเรือนแสนหวาน บทนำ

บทนำ พระเอกไม่อยู่แล้ว มีธุระใดให้จุดธูปถาม วันที่สิบเดือนสาม ด้านในจวนอัครมหาเสนาบดีเต็มไปด้วยผู้คนสวมชุดไว้ทุกข์ เสียง...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 3-4

บทที่ 3 เช่นนั้นแล้วแม้ตอนนี้ชุยเสียวเสี่ยวจะมุ่งมั่นขยันอ่านตำรา แต่ก็เป็นเพียงยามจวนตัวค่อยกอดบาทพระ ไม่มีประโยชน์โพดผ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ภวังค์รักในเรือนแสนหวาน บทที่ 1

บทที่ 1 ผู้น้อยแซ่หลี่ มีนามว่าโก่วตั้น ห่างจากเมืองหลวงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้สองร้อยหลี่ ยามเช้าในสำนักศึกษาชิงหงอาบย้...

community.jamsai.com