With Love
ทดลองอ่าน กลับมารักกันอีกครั้ง บทที่ 4
เซี่ยงหยวนรีบร้อนลงจากรถแล้ววิ่งไล่กวดตามเขาไป พอสวีเยี่ยนสือได้ยินเสียงปิดประตูรถที่ดังมาจากข้างหลังก็กดล็อกรถโดยไม่ได้เหลียวหลังกลับไปมอง จากนั้นสาวเท้าก้าวพรวดๆ มุ่งตรงไปยังตึกที่ตั้งอยู่ข้างหน้า
เดิมทีเซี่ยงหยวนตั้งใจจะพูดว่าไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้ เธอไม่ได้คิดจะเยาะเย้ยเขาสักหน่อย แต่ที่พูดไปแบบนั้นเพราะความหวังดีต่างหาก เธอวิ่ง ‘ตึกๆๆ’ ไล่ตามไปคิดจะอธิบายให้เขาฟัง ก่อนที่เขาจะเข้าไปในตึกหญิงสาวก็ยื่นลำแขนเรียวยาวขวางเขาไว้ตรงประตูเหล็กเก่าซอมซ่อสีดำทึบอันหนักอึ้ง แล้วเรียกชื่อเขาด้วยสีหน้าระรื่น
“สวีเยี่ยนสือ?”
ชายหนุ่มทำหน้ามึนตึง ก้มหน้าเหลือบมองเธอ
จู่ๆ เซี่ยงหยวนก็นึกครึ้มอกครึ้มใจอยากจะเย้าแหย่เขาเล่น จึงหยิบอมยิ้มสองแท่งออกจากกระเป๋าเสื้อแล้วถามขึ้น
“นายดูสิว่าฉันเอาอะไรจากทางตะวันตกเฉียงเหนือมาให้นาย”
สวีเยี่ยนสือเหมือนกำลังดูเธอเล่นละครลิง ทำสีหน้าเหมือนชาตินี้ไม่เคยเห็นอมยิ้มมาก่อน ให้ความร่วมมืออย่างสุดความสามารถโดยการเลิกคิ้ว ท่าทางคล้ายกำลังถามว่า ‘นี่มันของจากทางตะวันตกเฉียงเหนือซะที่ไหนเล่า ของบนดวงจันทร์เธอยังนำกลับมาได้ด้วยเหรอเนี่ย’
เธอเพิ่งพูดจบประตูเหล็กสีดำที่อยู่ข้างหลังก็ปิดลงด้วยเสียงดัง ‘เอี๊ยด’ อันหนักทุ้ม ไฟอัตโนมัติที่อยู่ข้างหลังก็ดับลงด้วย รอบด้านมืดลงทันที เหลือเพียงไฟริมทางเก่าๆ ดวงเดียวที่ส่องสว่างอยู่หน้าประตู สีเหลืองสลัวทั้งยังไม่ค่อยสว่างนักส่องไปยังผู้ชายร่างสูงที่อยู่ตรงหน้า โครงหน้าของเขาเริ่มพร่ามัว แต่ดวงตากลับสว่างสุกใสดุจจันทร์เสี้ยวโค้งงอนที่อยู่ข้างหลัง
ทันใดนั้นก็มีเสียงหญิงสาวที่สดใสกังวานดังขึ้นมาจากข้างหลังเธอ “สวีเยี่ยนสือ?”
ทั้งสองคนชะงักไปพร้อมกัน สวีเยี่ยนสือเอี้ยวตัวไปมอง ขณะที่เซี่ยงหยวนก็หันกลับไปมองเช่นกัน เห็นเพียงหน้าบันไดตึกมีหญิงสาวหุ่นเซ็กซี่คนหนึ่งกำลังยืนอยู่ ผมของเธอถูกรวบไว้ที่ต้นคออย่างง่ายๆ เธอสวมเสื้อไหมพรมพอดีตัวคอต่ำและกางเกงทรงสกินนี่ เสื้อโค้ตขนแกะสีน้ำตาลอ่อนถูกพาดไว้ที่แขน ท่าทางเหมือนเพิ่งลงจากรถ ดูอ่อนเพลียแต่ก็ดูทะมัดทะแมงยิ่ง
เซี่ยงหยวนไม่เคยเห็นหน้าเธอมาก่อนจึงนึกว่าเธอเป็นลูกบ้านของที่นี่ ไม่นึกว่าหญิงสาวผู้นั้นจะเดินนวยนาดด้วยรองเท้าส้นสูงมาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขา เธอชำเลืองมองเซี่ยงหยวนเหมือนมีนัยแอบแฝง จากนั้นก็จ้องมองตรงๆ ด้วยสายตาเนือยๆ แล้วเตือนด้วย ‘ความหวังดี’
“น้องสาว ฉันจะบอกให้นะ ผู้ชายคนนี้เคยหย่ามาแล้ว แถมมีลูกติดอายุเจ็ดแปดขวบซะด้วย ทั้งๆ ที่อายุใกล้จะสามสิบแล้ว จนป่านนี้ก็ยังอุดอู้อยู่ในตึกเก่าๆ แบบนี้ ฉันพูดจริงๆ นะ เขาไม่มีเงินหรอก ถ้าเธอหวังในตัวเขา ฉันว่าเธอไปหาลุงหลี่ที่เป็น รปภ. ดีกว่านะ ลุงเขามีบ้านสองหลังอยู่ในตัวเมืองด้วย”
เซี่ยงหยวนงงเป็นไก่ตาแตก นี่มันเรื่องอะไรกัน สวีเยี่ยนสือเคยหย่ามาแล้วเหรอ เด็กอายุเจ็ดแปดขวบ? คงไม่ได้หมายถึงสวีเฉิงหลี่หรอกนะ
เธอเตรียมจะแย้งกลับไปว่าเด็กน้อยคนนั้นเป็นน้องชายของเขา ทันใดนั้นก็มีความคิดหนึ่งวาบผ่านเข้ามาในสมอง คนบางคนอาจบอกคนอื่นว่าลูกชายตัวเองเป็นน้องชายเพื่อให้เอื้อต่อการหาแฟนใหม่ได้ง่ายก็เป็นได้
เซี่ยงหยวนปรายตามองสวีเยี่ยนสืออย่างไม่แน่ใจ รู้สึกเห็นใจและหดหู่อย่างบอกไม่ถูก คนดีๆ แบบนี้ทำไมบทจะหย่าก็หย่าง่ายๆ แบบนี้นะ
แต่กลับถูกสวีเยี่ยนสือเหลือบมองด้วยสายตาเย็นชา “เธอโง่หรือเปล่า”
“หา?”
“เฉินซู รองผู้จัดการแผนกธุรกิจสินค้าติดตั้งจากโรงงาน”
การแนะนำของสวีเยี่ยนสือเรียบง่ายมาก เขาพยักพเยิดคางไปที่เซี่ยงหยวนพลางบอกเฉินซู “เซี่ยงหยวน”
แม้แต่แผนกยังขี้เกียจแนะนำ แต่เห็นได้ชัดว่าเฉินซูรู้จักเธอ จึงยื่นมือออกมาด้วยท่าทีเปิดเผยแล้วยิ้มให้เธอบางๆ
“ที่แท้ก็เป็นเธอเองเหรอ พอดีช่วงก่อนฉันไปทำงานอยู่ที่ปักกิ่ง เพิ่งกลับมาวันนี้ ฉันได้ยินพวกเขาพูดถึงเธออยู่ ว่าแต่น้องเก่งใช้ได้เลยนะ เพิ่งมาถึงก็กำราบผู้ชายพวกนี้จนอยู่หมัด”
“ก็ถือว่าพอไหวค่ะ” เซี่ยงหยวนยื่นมือออกไปอย่างถ่อมตัว ทั้งสองมีส่วนสูงพอๆ กัน เพียงแต่เฉินซูดูสูงกว่าเธอเล็กน้อยเนื่องจากสวมรองเท้าส้นสูง แต่มาดของเซี่ยงหยวนไม่ได้ด้อยไปกว่าอีกฝ่ายเลย เธอยิ้มทักทายเฉินซูต่อไป “พี่ก็สวยมากเหมือนกัน”
ทั้งสามคนเดินขึ้นตึกไปพร้อมกัน
เฉินซูกับสวีเยี่ยนสือเดินอยู่ข้างหน้า เซี่ยงหยวนตามมาข้างหลังคอยฟังพวกเขาพูดคุยกัน สวีเยี่ยนสือไม่ได้วางท่าทีสูงส่งเย็นชาขณะคุยกับเฉินซู ทั้งสองดูเหมือนจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
เสียงรองเท้าส้นสูงของเฉินซูกระทบพื้นเป็นเสียงตึกๆ ดังอยู่ตรงทางเดิน เรื่องที่เธอพูดกับสวีเยี่ยนสือล้วนเป็นเรื่องจิปาถะในชีวิตประจำวันที่เซี่ยงหยวนไม่เคยได้ยินมาก่อน
“คอนโดฯ รอบเมืองจะเปิดขายสิ้นปีนี้ มีลิฟต์ในตัวด้วย ฉันมีคนรู้จักที่นั่น จะให้ฉันขอราคาพิเศษให้นายไหม”
“ไว้ค่อยว่ากันทีหลัง” สวีเยี่ยนสือเอามือข้างหนึ่งสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงพลางเดินขึ้นไปข้างบน
นี่ก็เป็นการใช้เส้นสายเหมือนกัน ทำไมพอฉันเป็นคนพูดขึ้นมาถึงเหมือนเหยียบโดนกับระเบิดล่ะ สวีเยี่ยนสือ นายเป็นหมาหรือเปล่า
เฉินซูพยักหน้าแล้วเดินตามไป “อะไรกัน ยังคิดจะกลับปักกิ่งอยู่เหรอ แต่ฉันช่วยถามให้นายแล้วนะ เฉินซานบอกว่าอย่างช้าที่สุดปีหน้าจะต้องจัดการย้ายนายกลับไปให้ได้ อีกอย่างฉันดูท่าทีของทางสำนักงานใหญ่แล้ว ยังไงทางนี้ก็คงอยู่ไม่ถึงสิ้นปีหน้า พอบริษัทลูกปิดตัวลงเฉินซานต้องหาเหตุผลย้ายนายกลับไปแน่ แต่ฉันคิดว่าต่อให้นายไปอยู่ที่สำนักงานใหญ่ก็คงไม่ดีไปกว่าตอนนี้สักเท่าไรหรอก ฉันได้ยินข่าวมาว่า…”
พอพูดถึงตรงนี้สวีเยี่ยนสือก็เหลือบมองเซี่ยงหยวนแวบหนึ่ง จู่ๆ ก็ถามเฉินซูขึ้นมาอย่างใส่ใจ “เธอหิวน้ำหรือเปล่า”
เซี่ยงหยวนแอบด่าในใจอยู่ข้างหลัง ทำไมนายถึงไม่ถามฉันบ้างล่ะว่าหิวน้ำไหม
แต่เฉินซูกลับเข้าใจนัยที่ส่งผ่านมาทางแววตาของเขา สวีเยี่ยนสือเหมือนกำลังเตือนเธอว่า ‘อยู่ต่อหน้าเซี่ยงหยวนอย่าพูดมากเกินไป’ เพราะเซี่ยงหยวนเป็นพนักงานใหม่ที่มีกำลังใจเต็มเปี่ยมและมุ่งมั่นที่จะมาทำงาน
เฉินซูกระแอมทีหนึ่งแล้วพูด “ก็หิวนิดหน่อยนะ ช่างเถอะ ขึ้นไปก่อนค่อยว่ากัน”
พอเข้าไปในห้องแล้วเซี่ยงหยวนกลับถูกเกาเหลิ่งที่โผเข้ามาทำเอาตกใจเสียยกใหญ่ เพราะเขาตะโกนด้วยพลังปอดเต็มสูบว่า…
“ที่รักจ๋า เธอกลับมาแล้วเหรอ”
เซี่ยงหยวนนิ่งไป สวีเยี่ยนสือถือของอยู่ในมือ เมื่อเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะแล้วเดินเยื้องย่างผ่านหลังเธอไป จู่ๆ ก็คล้ายนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“อ้อ ลืมบอกไปว่าเฉินซูเป็นแฟนเกาเหลิ่ง”
เซี่ยงหยวนร้อง “อ้อ” เสียงเรียบ คิดในใจว่า แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันเล่า
เกาเหลิ่งตื่นเต้น เกาะอยู่บนตัวเฉินซูเหมือนสุนัขโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ตัวใหญ่ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมปล่อยมือ เฉินซูถูกเขารัดเสียจนแทบจะหายใจไม่ออก จึงตบป้าบไปที่หน้าผากเขาอย่างแรง
“นายคิดจะรัดคอฉันให้ตายจะได้เปลี่ยนแฟนใหม่ใช่ไหม ฉันนึกแล้วเชียวว่านายคิดไม่ซื่อกับอิ้งอินอินมานานแล้ว”
เกาเหลิ่งเบ้ปากมองเธออย่างน้อยเนื้อต่ำใจ “เธอเป็นปีศาจหรือไง ถ้าฉันชอบอิ้งอินอิน ขอให้ฉันโดนฟ้าผ่าตาย แล้วอีกอย่างคืนนี้อิ้งอินอินก็ไปเปิดห้องกับหลี่ฉือแล้ว…ฉันจะไปกินของเหลือเดนจากเขาได้เหรอ”
“พูดอย่างกับว่านายไม่เคยกินของเหลือเดนจากคนอื่น” เฉินซูมองค้อนปะหลับปะเหลือก “แล้วนางฟ้า Ashers ของนายล่ะ”
เกาเหลิ่งพูด “Ashers เป็นชื่อหมาต่างหาก”
เซี่ยงหยวนหมดคำพูด พวกผู้ชายนี่มันเฮงซวยกันหมดทุกคนจริงๆ
เฉินซูไม่สนใจเขา เธอหรี่ตาถาม “ว่าแต่หลี่ฉือไปเปิดห้องกับอิ้งอินอินจริงๆ เหรอ”
“ไม่งั้นงานเลี้ยงคืนนี้จะขาดเขาไปได้ไง ขนาดเราบอกเขาว่าลูกพี่จะเข้าครัวเอง เขายังปฏิเสธเสียงหนักแน่นว่าไม่มาเลย”
“ดูท่าฉันจะพลาดชอตเด็ดไปเยอะเลย” เฉินซูเพิ่งพูดจบก็เห็นโหยวจื้อกับเพื่อนร่วมงานสองสามคนกลับมาจากสูบบุหรี่ที่ระเบียง พอพวกเขาเห็นเธอกลับมาแล้วเส้นประสาทบนใบหน้าก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที หยิบมือถือขึ้นมาแล้วนั่งเรียงแถวบนโซฟา ดวงตาหลายคู่ซึ่งเปล่งประกายความกระหายจับจ้องไปที่เฉินซูพร้อมกัน
“พี่ซู มาเล่น RoV กันสักตาเถอะ”
แรงก์* ของเฉินซูใน RoV สูงมาก ฮีโร่แปดสิบดาว บรรดาผู้ชายในแผนกเทคโนโลยีนอกจากโหยวจื้อกับหลี่ฉือที่พอแข่งกับเธอได้แล้ว คนที่เหลือมีแต่จะถูกบดขยี้เท่านั้น
ส่วนสวีเยี่ยนสือยังเป็นปริศนาเพราะไม่เคยเห็นเขาเล่นเกมเลย