เฮ่อฮั่นจู่กลับมาเมืองเทียนเร็วขนาดนี้ เมื่อวานหวังเซี่ยวคุนเพิ่งลาออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ วันนี้เขาก็กลับมาหาเธอที่นี่แล้ว
ความรู้สึกเหน็ดเหนื่อยของเธออันตรธานไปหมดสิ้น
บันทึกการปฏิบัติหน้าที่เวร…เยอะขนาดนี้คงทำไม่ไหวหรอก
ซูเสวี่ยจื้อหันหลังพุ่งตัวออกนอกห้อง แต่ไปถึงหน้าประตูก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้ เธอรีบถอดเสื้อกาวน์ออก คว้าเสื้อโค้ตของตนเองมาสวมอย่างฉับไว ค่อยวิ่งเร็วรี่ออกจากทางประตูเล็กไปยืนอยู่ตรงหน้าเขา
ทั้งหมดนี้ใช้เวลาไม่ถึงสามนาที
เธอรู้ว่าพยาบาลสาวน้อยยังแอบดูอยู่หลังหน้าต่างเป็นแน่ จึงพยายามสะกดอารมณ์ตื่นเต้นในใจไว้สุดกำลัง กระซิบถามว่า “คุณกลับมาแล้วหรือคะ”
ถึงเป็นคำทักทายสั้นๆ ง่ายๆ ประโยคเดียว เธอกลับรู้สึกว่าใบหูของตนเองเริ่มร้อนวูบวาบแล้ว
เขาจากไปตอนวันที่เจ็ดเดือนหนึ่ง วันนี้เป็นปลายเดือนสองแล้ว
หลังจากแยกจากเขาเกือบสองเดือนนี้เธอถึงรู้ว่าตนเองคิดถึงเขามากเพียงใด
เมื่อสัปดาห์ก่อนที่ได้พบหน้าเขาประเดี๋ยวเดียว จริงๆ แล้วสู้ไม่เจอกันยังดีกว่า มีแต่ทำให้เธอยิ่งห่วงหาอาวรณ์เขาจับจิตจับใจ
หญิงสาวเห็นเขาเพ่งมองเธอพลางตอบ “ใช่ ผมกลับมาแล้ว”
“คุณรอนานขนาดไหนแล้วคะ ทำไมถึงไม่เข้าไป” เธอถามต่อเสียงเบาๆ
“ผมเห็นคุณยุ่งอยู่ตลอด กลัวจะรบกวนคุณ…”
“คุณก็เลยอยู่ตรงนี้ รอจนถึงตอนนี้เลยหรือ” ซูเสวี่ยจื้อแปลกใจ เธอขึ้นเสียงใส่เขาอย่างสุดระงับ
เขายิ้มบางๆ “ไม่เป็นไร คืนนี้ผมว่าง”
แต่ตอนกลางคืนมันหนาวนะ! อีกอย่างอากาศเย็นอาจส่งผลให้หายใจไม่สะดวกได้…
ทำไมโลกนี้ถึงมีคนทึ่มๆ แบบนี้นะ!
ซูเสวี่ยจื้อปวดใจสุดจะกล่าว เธอบอกทันที “ฉันไปได้แล้วค่ะ”
ชายหนุ่มพยักหน้า แขนซ้ายในเสื้อโค้ตห้อยอยู่ข้างลำตัวนิ่งๆ เขายกแขนขวาชี้ไปข้างหน้า “รถอยู่ทางนั้น ผมจะส่งคุณกลับไปที่วิทยาลัยก่อน”
ซูเสวี่ยจื้อพลันรู้สึกคลับคล้ายว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ แต่ก็บอกไม่ถูกในชั่วขณะว่าเป็นตรงไหน
เธอยังฉงนใจอยู่ตงิดๆ เห็นเขาหมุนตัวเดินไปข้างหน้าหลายก้าวแล้วคงสังเกตว่าเธอไม่ได้ตามไป เขาหยุดฝีเท้าเหลียวหน้ามามอง
เธอดึงความคิดคืนมาแล้วเร่งรีบสาวเท้าตามไป
ตอนเดินไปถึงข้างรถที่จอดไกลออกไปหลายสิบเมตรของเขาคันนั้นแล้วเห็นติงชุนซานลงจากรถเปิดประตูให้คนทั้งคู่ ความรู้สึกชอบกลในใจเธอเมื่อครู่นี้ก็ทวีความรุนแรงขึ้น
“ขึ้นมาสิ” เขายังคงใช้มือขวาจับประตูรถให้ เบือนหน้ามาเห็นเธอยืนอยู่ที่เดิมไม่ขึ้นรถก็เปล่งเสียงบอก
ความจริงด้วยตำแหน่งของเขาแล้ว ตามธรรมดาเวลาออกมาข้างนอกมีนายทหารติดตามหรือผู้คุ้มกันมาด้วยต่างหากถึงเป็นเรื่องปกติ
เพียงแต่ว่าเมื่อก่อนดูเหมือนเขาชอบไปไหนมาไหนตามลำพัง ด้วยเหตุนี้จึงมักมาพบเธอเองคนเดียวบ่อยๆ
เขาเคยถูกลอบฆ่าไม่ใช่แค่ครั้งเดียว หนำซ้ำทางเมืองหลวงในเวลานี้ก็เกิดเหตุวุ่นวายขึ้น หวังเซี่ยวคุนลงจากอำนาจ เพื่อรอบคอบไว้ก่อน เวลาเขาออกมาข้างนอกจะให้ติงชุนซานตามมาด้วยก็สมเหตุสมผลดี
ซูเสวี่ยจื้อครุ่นคิดในใจพลางก้มตัวเข้าไปนั่ง
เขาขึ้นรถตามมา
ติงชุนซานปิดประตูรถเรียบร้อยก็ขับรถไปตามถนนเส้นเดิมที่ตัดผ่านสุสานร้างไปทางวิทยาลัย
บนรถนอกจากเธอกับเขาแล้วยังมีติงชุนซานอีกคน ย่อมพูดจากันไม่สะดวก
เธอลอบชำเลืองมองเฮ่อฮั่นจู่ที่นั่งอยู่ข้างตัวเป็นระยะ เห็นเขามองดูสุสานร้างมืดมิดทางนอกหน้าต่างด้วยแววตานิ่งสนิทอยู่ตลอดราวกับคิดความในใจอะไรอยู่
ผ่านไปชั่วครู่เขาเบือนหน้ากลับมาส่งยิ้มให้เหมือนรับรู้ได้ว่าเธอมองเขาอยู่ในที่สุด
“เธอนั่งเอนหลังนอนพักสักครู่สิ พอถึงแล้วฉันจะเรียกเธอเอง”
ภายในรถมืดสลัวเลือนราง แต่หญิงสาวเห็นได้ชัดถนัดตาว่าบนใบหน้าของเขาฉายแววอ่อนโยนมาก
ความรู้สึกหวานล้ำละมุนละไมแกมอบอุ่นกำซาบไปทั้งหัวใจ เธอทำเสียงตอบในลำคอแล้วหลับตา เอนหัวพิงพนักเบาะนั่ง
วิทยาลัยอยู่ห่างจากโรงพยาบาลไม่ไกล ชั่วครู่เดียวก็ถึงแล้ว
ติงชุนซานเปิดประตูรถให้ทั้งคู่ดังเก่า