การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นตลอดทาง สองสามวันต่อมา เรือแล่นไปถึงเมืองอวี๋ซึ่งเป็นเมืองสำคัญของแถบแม่น้ำตอนล่าง ซึ่งพวกเธอจะเปลี่ยนไปลงเรือกลไฟที่นี่
ยุคนี้มีเรือกลไฟลำเล็กลำใหญ่ที่มีปล่องไฟปล่อยควันสีดำโขมงทุกแบบแล่นกันคึกคักอยู่กลางแม่น้ำตามเมืองไม่ขาดสาย กระนั้นแถบแม่น้ำตอนบนตั้งแต่เมืองซวี่ลงไปเป็นระยะทางยาวเกือบสองพันหลี่ช่วงนี้ กลับมีกระแสน้ำปรวนแปรคาดเดาไม่ได้และภูมิประเทศอันตราย จึงกลายเป็นปราการใหญ่ขวางกั้นคนภายนอกที่จะเข้ามายัง ‘อาณาจักรโบราณ’ แห่งนี้
เนื่องจากเวลาที่เรือกลไฟทั่วไปแล่นทวนกระแสน้ำ ในบริเวณน้ำเชี่ยวจะไม่สามารถอาศัยคนลากเรือช่วยได้เหมือนเรือที่ใช้แรงงานคน ด้วยเหตุนี้หากเครื่องยนต์มีกำลังม้าไม่มากพอจะต้านกระแสน้ำ หรือเป็นช่วงน้ำแล้ง ก็จะไม่อาจแล่นผ่านได้ ฉะนั้นจวบจนบัดนี้ เรือกลไฟที่เปิดเส้นทางนี้จึงมีเที่ยวเรือน้อยยิ่ง
อย่างเดือนนี้ก็มีเรือฝูไหลแค่ลำเดียวที่จะออกจากเมืองอวี๋ไปที่เขตฮู่ ในวันที่ยี่สิบ
สกุลซูส่งโทรเลขไปถึงสาขาที่เมืองอวี๋บอกให้ผู้จัดการร้านซื้อตั๋วไว้ล่วงหน้าแล้ว ตอนแรกตั้งใจจะจองห้องเตียงเดี่ยวชั้นหนึ่งสองห้องให้นายน้อยทั้งสอง คิดไม่ถึงว่าห้องเตียงเดี่ยวชั้นหนึ่งบนชั้นดาดฟ้าเรือกลับถูกใครมาจากไหนก็ไม่รู้จับจองไว้หมดทั้งชั้น อีกทั้งคืนที่พวกเขาจองไว้ ห้องเตียงเดี่ยวธรรมดาชั้นกลางของเรือก็ไม่มีแล้ว เหลือแต่ห้องเตียงรวมชั้นล่าง โชคดีที่ผู้จัดการร้านรู้จักมักคุ้นกับคนในบริษัทเดินเรือ อาศัยเส้นสายจนได้ห้องเตียงเดี่ยวธรรมดาที่ชั้นกลางมาห้องหนึ่ง
ในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น ก็คงต้องให้นายน้อยทั้งสองท่านพักอยู่ด้วยกัน
ซูเสวี่ยจื้อไม่มีปัญหา ถึงอย่างไรตอนดึกเข้านอนก็ดึงม่านกั้นตรงกลาง สำหรับญาติผู้พี่คนนี้ คงเพราะสนิทกับเจ้าของร่างเดิมมาก เธอจึงรู้สึกคุ้นเคยกับเขาราวกับเป็นตนเองเลยทีเดียว
สำหรับเยี่ยเสียนฉียิ่งไม่เห็นเธอเป็นผู้หญิงแม้สักกระผีกเดียว ทั้งคู่จึงพักอยู่ห้องเดียวกัน แต่นึกไม่ถึงว่าแค่คืนแรกที่ลงเรือก็เกิดเรื่องคาดไม่ถึงขึ้นแล้ว
กลางดึกมีเสียงคนเล่นผีผ้าห่มลอยมาจากห้องติดกัน
ผนังกั้นห้องเตียงเดี่ยวธรรมดาที่ชั้นกลางจะกันเสียงอะไรได้ คนข้างนอกเดินผ่านหรือหายใจดังสักนิดก็ได้ยินแล้ว
ดวงตาของซูเสวี่ยจื้อจับจ้องรอยสนิมปื้นหนึ่งบนฝ้าเพดานห้อง ในหัวคิดทบทวนโครงสร้างอวัยวะภายในร่างกายกับภาพกายวิภาคของมนุษย์ สีหน้าของเธอไร้ความรู้สึกใดๆ
ทว่าคนเป็นญาติผู้พี่กลับเพิ่งตระหนักได้ว่าญาติผู้น้องเป็นผู้หญิง แบบนี้อาจจะทำให้เธอเสียเด็ก เขาโมโหโทโสยกใหญ่ วิ่งไปตบผนังห้องดังปังๆ สุดแรง
พอเสียงเงียบลง ผู้ชายห้องด้านข้างไม่ได้ปริปากสักแอะ แต่ฝ่ายหญิงกลับร้ายเอาเรื่อง เธอโต้กลับด้วยวิธีเดียวกัน ทุบผนังห้องไปด่าไปอย่างไม่ลดราวาศอก
“นี่! มีคนตายหรือ ค่ำมืดดึกดื่น อยู่ดีๆ อยากกินอึล่ะสินะ” สุ้มเสียงแหลมเล็กของหญิงวัยกลางคนพูดด้วยสำเนียงชาวเซี่ยงไฮ้อย่างชัดเจน
เยี่ยเสียนฉีอึ้งงันไป “แกสิกินอึ กินอึกันทั้งโคตรเหง้าวงศ์ตระกูล ออกลูกมาเป็นพ่อแกแม่แก!”
ผู้หญิงคนนั้นได้ยินเสียงเป็นชายหนุ่มกลับไม่โกรธ ทั้งยังส่งเสียงหัวเราะออกมา “อุ๊ย ที่แท้เป็นเด็กจอมซนนี่เอง เจ้าหนูเชิญแอบฟังตามสบายไปเลย อาฝู แกตายแล้วเหรอ มานี่เดี๋ยวนี้!”
เมื่อเจอกับความร้ายกาจดุดันของหญิงวัยกลางคน เยี่ยเสียนฉีพ่ายแพ้ราบคาบ เขาเต้นผางๆ อย่างเดือดดาล พอได้ยินเสียงคนข้างห้องทำต่อจริงๆ ส่วนห้องอื่นๆ ยังเงียบฉี่ คงจะแอบฟังกันหมด เขาก็กัดฟันกรอดๆ ถีบผนังห้องทีหนึ่งอย่างแค้นใจ จากนั้นบอกให้ซูเสวี่ยจื้อออกไปก่อน อีกประเดี๋ยวเขาไปเรียกเธอค่อยกลับมา
เธอออกจากห้องไปตามที่เขาสั่ง
ดึกสงัดแล้ว เรือหยุดจอดตรงริมชายฝั่งบริเวณกระแสน้ำอุ่นเพื่อจะได้ไม่ชนกับหินโสโครก
นอกจากทางหัวเรือที่จุดตะเกียงไว้ดวงหนึ่งแล้ว จุดอื่นๆ ล้วนมืดสนิทจนมองไม่เห็นเงาคน
คืนนี้อากาศดีมาก ท้องฟ้าเต็มไปด้วยหมู่ดาว ผิวน้ำกระเพื่อมไหวเบาๆ เห็นยอดเขาสูงๆ ต่ำๆ เป็นเพียงโครงร่างเลือนรางอยู่ใต้ท้องนภาสีดำอมน้ำเงิน
ผืนราตรีเวิ้งว้างไพศาลจรดกับพื้นน้ำไหลระริน
ชั่วขณะนี้หากคนที่ยืนอยู่ตรงดาดฟ้าเรือเป็นคนมีอารมณ์สุนทรีย์สักนิด คงจะรำพันพรรณนาความรู้สึกนึกคิดออกมาแล้ว
หรืออย่างน้อยๆ ก็ควรจะดื่มด่ำเพลิดเพลินไปกับการชมวิวทิวทัศน์