นางนับว่าเป็นคนกระมัง เขาคิด
แต่คนที่เขาสามารถสังเกตอาการและรักษาอย่างใกล้ชิดเหมือนนางได้ มีอยู่ไม่กี่คนจริงๆ
จะว่าไปหญิงผู้นี้ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกไม่แตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไปเลย เขาตรวจดูแล้ว นอกจากแขนที่ขาดไปข้างนั้น รวมถึงบาดแผลน่าสยดสยองทั่วตัว แม้แต่จำนวนฟันของนางก็เท่าคนปกติ เขี้ยวไม่ได้แหลมคมเป็นพิเศษ หูก็ปกติมาก
ก่อนหน้านี้ตอนเปลี่ยนเสื้อผ้าใส่ยาให้นาง เขาลอบตรวจดูเช่นกัน บริเวณหลังกับก้นของนางไม่มีสิ่งแปลกปลอม ทั้งยังไม่มีหาง…
ไม่รู้เหตุใดหญิงสาวในอ้อมอกจึงตัวแข็งเล็กน้อย
ซ่งอิ้งเทียนหลุบตามองนาง ลดความเร็วในการป้อนน้ำแกงลง กลัวนางจะสำลักแล้วไม่ยอมพูด
นางสูดหายใจลึก ปรับท่าเล็กน้อย ก่อนจะผ่อนคลายลงอีกครั้ง
เขาป้อนนางต่อ ความคิดหมุนวนอยู่ในหัว
เมื่อครู่คิดไปถึงที่ใดแล้วนะ ใช่ ข้าแน่ใจทีเดียวว่าก้นนางไม่มีหาง เว้นแต่จะถูกกินไป?
หญิงสาวแข็งทื่อไปอีกครั้ง แต่ผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็ว
จะว่าอย่างนั้นก็ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ เดิมทีแผ่นหลังนางยับเยินจนทนดูไม่ได้ เพียงแต่หลายวันมานี้บาดแผลสมานเข้าด้วยกันช้าๆ ไม่แน่หลังจากนี้หางอาจจะงอกออกมากระมัง
เขากับอาจิ้งเคยเข้าไปในโรงอาบน้ำด้วยกันหลายครั้ง ก็ไม่เห็นก้นของอีกฝ่ายจะมีสิ่งแปลกปลอมอะไร
เลือดของหญิงผู้นี้เป็นสีแดง เลือดของอาจิ้งก็เป็นสีแดง ล้วนเหมือนคนปกติทั่วไป
หากมิใช่เพราะบาดแผลหายเร็วเกินไป อาศัยแค่รูปลักษณ์ภายนอกย่อมยากจะแยกแยะจริงๆ
เขารู้ว่านางหาใช่มนุษย์ทั่วไป แต่ตกลงแล้วเป็นประเภทใดกันแน่ ในชั่วเวลาสั้นๆ เขายังมิอาจแยกแยะได้
เขาเคยอ่านตำราที่อาจารย์ปู่ทิ้งไว้เล่มนั้น แต่ไม่ได้อ่านอย่างละเอียด ตอนนี้ตำราเล่มนั้นน่าจะอยู่ที่อาจารย์อา แต่หญิงผู้นี้แค่ได้ยินคำว่าหยางโจวก็หน้าเปลี่ยนสี ก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่ตื่นมานางจะสำรวจท้องฟ้าแยกแยะทิศทางเสมอ เขาสงสัยว่าหากเขาพยายามมุ่งหน้าไปหยางโจว นางอาจจะทำเรื่องโง่ๆ ได้
ช้าก่อน ตอนนี้ข้ากำลังคิดอะไรอยู่ ข้าคิดจะพานางไปหยางโจวด้วยหรือ
แต่นางเคยปล้นข้านะ ถ้าข้าหลับไป แปดส่วนนางคงปล้นข้าจนเกลี้ยงอีกครั้งทันทีแน่