อิ้งเทียน
ราชวงศ์ถัง ณ ทะเลสาบไท่หู
พอตื่นเช้าขึ้นมา ขณะยังหลับตาอยู่นั้นชายหนุ่มก็รู้สึกได้ว่าผ้าห่มด้านข้างล้วนเย็นเฉียบ ทำให้เขารู้ว่าคนข้างหมอนตื่นได้สักพักแล้ว
เขาลุกขึ้นอย่างไม่รีบร้อน รู้ดีว่าแม้จะผ่านการพักฟื้นมาหลายวัน แต่ตนยังคงอ่อนแออยู่ อ่อนแอกระทั่งว่านางลุกขึ้นลงจากเตียงแล้วเขายังไม่รู้สึกตัว อ่อนแอกระทั่งว่านางออกไปจากผ้าห่มแล้ว เขาอาศัยเพียงตนเองก็ยังไม่สามารถอุ่นอยู่ใต้ผ้าห่มได้
อันที่จริงอากาศภายในเรือนอบอุ่นกว่าข้างนอกมาก ก่อนหญิงสาวจะออกไปยังตั้งใจเติมฟืนใส่ในเตาดินเผาเล็กๆ ข้างเตียง แต่เขาซุกตัวอยู่ในผ้าห่มที่ควรจะอุ่นมากกว่าเดิม ทว่ากลับยังคงรู้สึกหนาว หนาวจนกัดฟันแน่นโดยไม่รู้ตัว
ชายหนุ่มยกมุมปาก กำลังหลับตา เขาได้ยินเสียงนางเคลื่อนไหวอยู่นอกเรือน คุยกับเจ้าอ้วน สั่งให้อาเฟิงไปทำธุระ และบัญชาการซูเรีย
เสียงเดิน เสียงพูดคุย เสียงผ่าฟืน เสียงวางหม้อวางจาน เสียงฟืนไหม้ปะทุ…
เขาฟังเสียงที่ทำให้รู้สึกสงบใจเหล่านั้นแล้วเคลื่อนมือมาแตะบนหัวใจ หายใจเข้าออกช้าๆ ค่อยๆ ลูบหัวใจที่อยู่ใต้ผ้าห่มไปมาแล้วค่อยถูสองมือกับแขนขาและข้อต่อที่เริ่มเย็นลงเล็กน้อย กระทั่งพวกมันค่อยๆ อุ่นขึ้น ทำให้หัวใจซึ่งเดิมทีอ่อนแรงจนแทบจะหยุดเต้นกลับมาดีขึ้น
เขานอนอยู่บนเตียงแล้วสูดอากาศอีกครั้ง ปรับลมหายใจ ตามด้วยค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาแล้วลุกขึ้นอย่างช้าๆ ราวกับคนชรา
นอกผ้าห่มเย็นยิ่ง ทว่าเตาดินเผาเล็กๆ ข้างเตียงพอจะช่วยให้ความอบอุ่นได้บ้าง เขาพาดเท้าที่สวมถุงเท้าไว้ด้านบนเพื่อผิงไฟ ทางหนึ่งสวมอาภรณ์ที่พาดอยู่บนเก้าอี้ด้านข้าง
แม้จะเป็นการเคลื่อนไหวง่ายๆ อย่างการสวมอาภรณ์เช่นนี้ แต่เขาก็เปลืองเวลาไปไม่น้อย ระหว่างนี้ยังไอโขลกอยู่หลายทีอย่างทนไม่ไหว
สวมไปได้ครึ่งเดียวก็มีคนเปิดประตูเดินเข้ามา
เขาช้อนตาขึ้นก็มองเห็นสตรีนางนั้น
นางเห็นเขาตื่นนอนแล้วจึงรีบเดินมายังข้างเตียง รับหน้าที่ผูกสายอาภรณ์ต่อจากเขา
ชายหนุ่มไม่ได้ต่อต้าน สายผูกอาภรณ์เหล่านั้นยุ่งยากอยู่บ้างจริงๆ ดังนั้นเขาจึงเพียงแค่มองดูนางแล้วยกมุมปาก “สุขสวัสดิ์ยามเช้า”
นางฟังแล้วก็ไม่ได้ช้อนตาขึ้นมา ผูกสายอาภรณ์ของเขาต่อ เพียงตอบรับเบาๆ คำหนึ่ง “สุขสวัสดิ์ยามเช้า” พูดพลางหยิบเสื้อชั้นนอกมาช่วยสวมให้เขาแล้วก็ผูกสายคาดเอว
สตรีเบื้องหน้าหลุบตาขณะปรนนิบัติเขา ผิวพรรณนางเกลี้ยงเกลา ริมฝีปากราวกลีบบุปผา ท่าทางอ่อนโยนบนใบหน้าทำให้เขามองแล้วอารมณ์ดีอย่างประหลาด