หมอกขาวสุดลูกหูลูกตา
เขาถูกขังอยู่ในคุกที่ปกคลุมด้วยหมอกขาวแห่งนี้ ไม่รู้ว่าวันเวลาผ่านไปนานเพียงใดแล้ว
มีอยู่วันหนึ่งบุรุษผู้นั้นก็ปรากฏตัวท่ามกลางหมอกขาวอย่างไม่มีเค้าลางและก็ยืนอยู่นอกประตูกรงขัง มองเขาโดยมีซี่กรงเหล็กดำกั้นกลาง
‘ข้าได้ยินอาจารย์ปู่บอกว่าที่นี่มีภูตที่ถูกลงทัณฑ์ตนหนึ่ง คิดไม่ถึงว่าจะเป็นความจริง’ คนคนนั้นยืนมองเขาอยู่นอกประตู สีหน้าเต็มไปด้วยความสนใจใคร่รู้
เขาไม่ได้พบเจอมนุษย์มานาน ครั้งล่าสุดน่าจะเป็นเมื่อหลายสิบปีก่อนแล้ว
ตอนนั้นคนคนนั้นก็ยิ้มเช่นนี้แล้วถามเขาหนึ่งคำถามว่า ‘นี่ หากข้าปล่อยเจ้าออกมา เจ้าจะยินดีช่วยข้าทำงานหรือไม่’
ยามนี้เขาไม่ได้เอ่ยปาก เพียงรออีกฝ่ายถามคำถามแบบเดียวกันกับตอนนั้น หลายพันปีที่ผ่านมาผู้คนที่ได้ยินตำนานเล่าขานแล้วมายังที่แห่งนี้ย่อมมีสิ่งร้องขอ
แต่ใครจะรู้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้ากลับไม่ได้ถามคำถามนั้น เพียงล้วงเอาขนมเปี๊ยะชิ้นหนึ่งที่ห่อไว้ในกระดาษน้ำมันออกมาจากอกเสื้อแล้วยัดเข้ามาในกรงขัง เอ่ยอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส
‘ข้าแซ่ซ่ง ชื่อว่าซ่งอิ้งเทียน ข้ามาครั้งนี้เพียงต้องการเสี่ยงโชค บนตัวไม่ได้พกของอย่างอื่นอันใดมากนัก มีแค่ขนมเปี๊ยะนี่ล่ะ เจ้ากินสักหน่อยเถอะ’
เขาหรี่ตา ไม่ได้ยื่นมือไปรับ แค่เหลือบมองบุรุษที่มีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าผู้นั้น
เห็นเขาไม่ขยับเขยื้อน ชายหนุ่มก็ไม่ได้โมโห วางขนมเปี๊ยะไว้บนพื้นตรงๆ จากนั้นก็ทำท่ามุทรา ร่ายคาถาที่ผนึกอยู่บนประตูกรงขังออกมาแล้วเริ่มศึกษามัน
ผู้ที่สามารถมาถึงที่นี่ได้ล้วนมิใช่มนุษย์ปกติ แต่บุรุษแซ่ซ่งลองหลายครั้งแล้วก็ไม่สำเร็จ
เขานึกว่าอีกฝ่ายจะเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา แต่บนใบหน้าของชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้มีร่องรอยของความท้อใจเลยสักนิด เพียงมองเขาที่ยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่ในกรงขังแล้วยิ้มก่อนจะเอ่ยขึ้น
‘ของสิ่งนี้ไม่ง่ายเลยทีเดียว’
เขาไม่ได้สนใจอีกฝ่าย เพียงหลับตาลง
คนด้านนอกกรงขังยุ่งง่วนอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็ไม่มีสุ้มเสียงใดดังขึ้นอีก
เมื่อเขาลืมตาขึ้นมา คนที่อยู่นอกกรงขังก็จากไปแล้ว หายไปในม่านหมอก
หมอกขาวสุดลูกหูลูกตาไร้ขอบเขต เขาสามารถได้กลิ่นของขนมเปี๊ยะชิ้นนั้น ละล้าละลังอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยื่นมือไปหยิบมา
นั่นคือขนมเปี๊ยะถั่วกวน แป้งกรอบพันชั้นห่อถั่วแดงกวนอัดแน่น หวานแต่ไม่เลี่ยน