‘เจ้าทนได้นานกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก’
เขายังคงคุกเข่าอยู่บนพื้นในห้อง ซ่งอิ้งเทียนยืนหันข้างอยู่ด้านหน้านอกประตูห้องเหมือนเช่นเมื่อหลายเดือนก่อน
เขาเงยหน้าขึ้นมา มองคนตรงหน้าอย่างยากจะปกปิดความตระหนกในใจ
‘เจ้าอยากรู้ว่าเหตุใดข้าจึงสามารถปลดอาคมคุมขังบนร่างเจ้าได้สินะ’ ซ่งอิ้งเทียนมองเขา เอ่ยด้วยรอยยิ้มอย่างขออภัย ‘ข้าไม่ได้ทำหรอก ข้าเพียงใช้อุบายเท่านั้น เจาะโพรงเหนืออาคมคุมขัง เปิดโพรงเล็กๆ ก็ทนได้เพียงหนึ่งเค่อ* เท่านั้น หลังจากนั้นเจ้าก็จะจำอะไรไม่ได้อยู่ดี วิธีของกลอุบายนี้ใช้ได้เพียงครั้งเดียว หลังจากนั้นก็จะถูกอาคมผนึกไว้เอง ข้าทำเช่นนี้เพียงแค่อยากยืนยันกับเจ้าให้แน่ใจว่าเจ้ายินดีช่วยข้าจริงๆ ยอมตกลงเงื่อนไขที่ข้าบอกก่อนหน้านี้หรือไม่’
ก่อนจะมาที่นี่เขาไม่คิดที่จะสนใจบุรุษผู้นี้เลย แต่เขาไม่มีทางอื่นแล้ว การมาหาซ่งอิ้งเทียนที่เกาะปีศาจเป็นวิธีสุดท้ายของเขา
เขาดื่มสุราอึกเดียวที่เหลืออยู่ลงไป บุกเข้าไปยังเกาะปีศาจในชั่วขณะสุดท้ายก่อนที่ความทรงจำจะหายไป
เมื่อเขาร่วงหล่นลงมาก็ล้วนจำอะไรไม่ได้ทั้งสิ้นแล้ว
ก่อนบุรุษผู้นี้จะมาถึงตรงหน้า เขากลับลืมอดีตไปนานแล้ว ทว่าสตรีชุดดำผู้นั้นช่วยเขาไว้
นางให้ข้าวเขากิน ให้น้ำเขาดื่ม
บุรุษผู้นั้นเรียกนางว่าอาหลิง
อาถ่าซ่ากู่ หลิง
นั่นคือชื่อแซ่ของนาง เป็นแซ่และชื่อที่สลักลึกอยู่ในใจเขามาหลายพันปี หลายปีมานี้ซ่งอิ้งเทียนเรียกนางว่าอาหลิงๆ เขายังนึกว่าแค่พ้องเสียงกันเท่านั้น ไม่คิดว่าจะต้องถามอีกฝ่ายว่าชื่อนั้นเขียนอย่างไร ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คาดไม่ถึงจริงๆ ว่าคนที่ตนเองเหาะข้ามพันภูเขาหมื่นลำธาร ท่องไปสุดขอบฟ้าปลายมหาสมุทร คิดหาพันวิธีร้อยแผนการเพื่อตามหาจะอยู่แค่นี้ อยู่กับบุรุษแซ่ซ่งนี่เอง
‘เหตุที่เจ้าก่อย่อมได้ผลนั้น’
วาจาเมื่อนานแสนนานมาแล้วดังก้องอยู่ในหู บีบเค้นหัวใจของเขา
บุรุษตรงหน้าหลุบตามองเขาแล้วอมยิ้ม
‘หากนี่ไม่ใช่การเข้าใจผิดและเจ้าก็มิใช่คนที่บังเอิญผ่านทางมา เช่นนั้นข้าขอเพียงเรื่องเดียว…’ ชายหนุ่มมองเขาเขม็งแล้วเอ่ยขอร้อง ‘หากอาหลิงอยู่บนโลกนี้หนึ่งวัน เจ้าต้องปกป้องนางหนึ่งวัน หากนางอยู่บนโลกนี้หนึ่งชั่วยาม เจ้าก็ต้องปกป้องนางหนึ่งชั่วยาม’
เขาสามารถมองเห็นตนเองที่อยู่ในนัยน์ตากระจ่างใสของชายหนุ่มขณะได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยถาม
‘เจ้ายินดีหรือไม่’
เขาสบตาอีกฝ่ายตรงๆ ม่านมืดเป็นชั้นๆ ผุดขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะถูกลบความทรงจำ เสียงแหบพร่าก็เอ่ยประโยคแรกกับบุรุษผู้นี้จากใจจริง และก็เป็นประโยคสุดท้ายด้วยเช่นกัน
‘ข้ายินดี’
ติดตามตอนต่อไปวันที่ 4 มี.ค. 69