เมื่อได้สติกลับมาเขาก็กุมมือนางไว้แล้ว
หญิงสาวตกตะลึง ช้อนตามองมาทางเขา เขาเห็นนางช้อนตาขึ้นมาจึงโน้มตัวเข้าไปใกล้
นางสะดุ้งทีหนึ่งแต่ก็ไม่ได้ถอยออกไป เพียงหน้าแดงอย่างหาได้ยาก ริมฝีปากอ่อนนุ่มนั้นอุ่นเล็กน้อย พ่นลมหายใจที่ทั้งหอมและอุ่นออกมา
เขามองนางด้วยรอยยิ้มแล้วกล่าวสองแง่สองง่าม “เฮ้อ หิวยิ่งนัก”
อาหลิงเหลือบมองเขาอย่างนึกรำคาญ ใบหน้าขึ้นสีแดงเรื่อยิ่งกว่าเดิม หากเป็นเมื่อก่อนสตรีนางนี้แปดส่วนคงอยากจะยื่นมือมาตีเขาแล้ว ทว่าหลายวันมานี้เขาร่างกายไม่แข็งแรง เขารู้ว่านางตีเขาไม่ลง
เป็นไปดังคาด นางเพียงรีบชักมือกลับแล้วหยิบเสื้อคลุมขนสัตว์ที่นุ่มฟูมาหุ้มเขาทั้งตัวราวกับหมียักษ์ ห่อไว้อย่างแน่นหนาพลางเอ่ยขึ้น
“เจ้าอ้วนทำอาหารเสร็จแล้ว วันนี้อากาศไม่เลว แดดออกแล้ว พวกเราไปนั่งกินข้างนอกกันเถอะ” อาหลิงกล่าวพลางสวมรองเท้าให้และประคองเขาลงจากเตียง
“อืม ดี” ชายหนุ่มตอบรับและอดยิ้มมุมปากไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ออกนอกหน้าจนหัวเราะออกเสียง
ความอดทนของสตรีนางนี้เองก็มีจำกัดยิ่ง เขารู้ ดังนั้นต่อมาจึงทำตามคำสั่งนางอย่างว่าง่าย นางอยากให้เขานั่ง เขาก็นั่ง นางอยากให้เขากิน เขาก็กิน หากนางอยากให้เขาดื่ม เขาก็ดื่มอย่างจริงจัง
อย่างไรเสียปกติเขาก็ไม่ต้องทำอะไรอยู่แล้ว ก็ถือเสียว่าเป็นนายท่านให้นางปรนนิบัติแล้วกัน
หลายวันมานี้สตรีนางนี้ล้วนทำเช่นนี้ ดูแลเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่มองอาหลิงกับทุกคนเก็บกวาดข้าวของด้วยกันราวกับเป็นนายท่าน
ฤดูใบไม้ผลิมาเยือน อากาศกลับมาอบอุ่นขึ้นบ้างแล้ว แสงแดดสาดส่องทั่วผืนดิน เขาล้วนได้กลิ่นบุปผาซึ่งไม่รู้ว่าโชยมาจากที่ใด
มีชั่วขณะหนึ่งเขางีบไป เมื่อตื่นขึ้นมาบนกายก็ถูกคลุมด้วยผ้าห่มบางๆ ผืนหนึ่ง ไม่รู้ว่าอาหลิงนั่งอยู่ข้างกายเขานานเท่าไรแล้ว กำลังถือพัดเฝ้าเตาช่วยต้มยาให้เขา
เมื่อป้อนยาที่เพิ่งต้มเสร็จให้เขาแล้ว นางกำลังจะไปล้างกาต้มยาเหมือนอย่างเคย แต่เขากลับกุมมือนางไว้
“ให้พวกเจ้าอ้วนจัดการเถอะ” เขาชำเลืองมองนางแล้วยิ้มบางๆ “วันนี้อากาศดีถึงเพียงนี้ พวกเราไปเดินเล่นที่ริมทะเลสาบกันเถอะ”
อาหลิงละล้าละลังครู่หนึ่ง เห็นสีหน้าเขาดีขึ้นแล้วจึงพยักหน้าตอบรับและกุมมือกลับ