คิดถึงตรงนี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกอยากลุกขึ้นแล้วเผ่นหนีไปซะ แต่สองเท้าที่ไม่ได้การของเขากลับยังอ่อนปวกเปียกอยู่ดี ทำได้แค่ลุกขึ้นยืนอย่างโซเซ
ลุงยามของโรงเรียนมาถึงตรงหน้า มองดูสภาพเละเทะด้วยสีหน้าตื่นตกใจ
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามประโยคนี้เจ้าอ้วนน้อยพลันเป็นใบ้ไปชั่วขณะ และในขณะที่เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี นักเรียนตัวอย่างอย่างกุมารเทพจินถงนั่นก็ถึงกับเอ่ยปากพูดโดยที่ตาไม่กะพริบ
“พวกเราก็ไม่รู้เหมือนกันครับ เมื่อกี้ตอนที่พวกเราเพิ่งเดินมา ทางนี้ก็เป็นแบบนี้แล้ว วันนี้พวกเราเป็นเวรรับผิดชอบเก็บอุปกรณ์การเรียน ผมให้ลุงหวังจอดรถรอผมที่ประตูหลัง เมื่อกี้พวกเรากำลังจะเดินไปขึ้นรถที่ประตูหลัง เจ้าอ้วนน้อยก็เหยียบน้ำเหม็นๆ แอ่งนี้แล้วลื่นล้มไป” เด็กชายรูปงามที่เนื้อตัวสะอาดสะอ้านคนนั้นกล่าว ทั้งยังหันหน้ามามองเขา ถามด้วยรอยยิ้มว่า “ใช่ไหม เจ้าอ้วนน้อย”
เจ้าอ้วนน้อยมึนงง คางแทบจะหลุดลงไปบนพื้นอีกแล้ว
เพราะเขาไม่ได้ตอบในทันที ลุงยามจึงหันมามองเขา
“เจ้าอ้วนน้อย?” กุมารเทพจินถงเลิกคิ้วใส่เขา
สายลมอ่อนๆ ระลอกหนึ่งพัดโชยมา เจ้าอ้วนน้อยพลันตกตะลึง เห็นกุมารเทพจินถงยิ้มเจิดจ้าอย่างนี้ ดวงตาดำขลับคู่หนึ่งเปล่งประกายราวกับดวงดาวก็รีบพยักหน้าหงึกหงักอย่างไร้ประโยชน์ราวกับโขลกกระเทียม
“อื้มๆๆ ใช่ๆๆ แค่กๆๆ”
คนอย่างเจ้าอ้วนน้อย เขาเข้าเรียนมาหลายปี สิ่งที่เรียนรู้ได้ดีที่สุดก็คือการดูสีหน้าคน
หนึ่งเขาสู้ไม่ได้ สองเขาวิ่งไม่ไหว ไหนเลยจะกล้าขัดขืนกุมารเทพจินถงผู้เจริญวัยที่มีพลังเหนือธรรมชาติและต่อสู้จนปีศาจหนีเตลิดทั่วท้องฟ้าผู้นี้ แถมยังรู้จักหน้ากันดีด้วย
ท่าทางพยักหน้าราวกับโขลกกระเทียมของเขาในตอนนี้ทำให้ลุงยามไม่ได้คิดอะไรมาก บวกกับเด็กอ้วนคนนี้แม้เขาจะจำไม่ได้ แต่เด็กที่หน้าตาดีคนนั้นเขาจำได้มาแต่ไกล ดังนั้นเขาเพียงแค่ถอนหายใจแล้วขมวดคิ้ว โบกมือพลางกล่าว
“เอาล่ะ ในเมื่อไม่เป็นไรพวกเธอก็รีบกลับบ้านกันเร็วๆ หน่อย อย่ามัวแต่เตร็ดเตร่อยู่ที่นี่”
ลุงยามพูด ไม่รอให้พวกเขาตอบก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา มองดูสภาพเละเทะเกลื่อนพื้นแล้วบ่นกระปอดกระแปดพลางโทรหาภารโรงให้มาจัดการสนามหญ้า
คุณชายน้อยเห็นแล้วก็หันหน้ามามองเจ้าอ้วนน้อย ยิ้มแล้วถามคำถามในตอนแรกซ้ำอีกครั้ง “นายยังโอเคไหม”
“โอเค โอเคมาก” ช่างตรงกันข้ามกับการโอดครวญและเสียสติเมื่อครู่นี้โดยสิ้นเชิง หลังจากเจ้าอ้วนน้อยสงบสติได้ คราวนี้จึงเปลี่ยนคำพูด รีบเช็ดโคลนบนหน้าออกแล้วดึงชุดกันฝนซอมซ่อบนตัว “ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วงและความช่วยเหลือของนาย ที่บ้านฉันยังมีธุระ ฉันขอตัวกลับก่อนล่ะ บ๊ายบาย…”
พูดยังไม่จบเขาก็คว้ารองเท้าผ้าใบของตนเองขึ้นมาแล้วหมุนตัวชักเท้าเผ่นหนี แม้เขาจะวิ่งขึ้นมาจริงๆ ก็วิ่งไม่ได้เร็ว วิ่งไปนิดหน่อยไม่ได้จับรองเท้าผ้าใบไว้ให้ดี มันก็กลิ้งไปไกล เขาพุ่งไปคว้ารองเท้าผ้าใบขึ้นมามือไม้เป็นพัลวัน จากนั้นก็ยกเท้าอ้วนๆ ก้าวออกไปอีกครั้งโดยไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับไป เดินออกประตูหลังอย่างกระหืดกระหอบ