โชคดีที่เจ้าหมอนั่นไม่ได้ตามมาขวางเขา แต่เมื่อรถเก๋งสีดำคันนั้นแล่นผ่านประตูหลัง เขายังคงอดไม่ได้ที่จะเดินอ้อมอยู่ดี หลบได้ไกลแค่ไหนก็หลบให้ไกลเท่านั้น
ทุกอย่างล้วนเป็นภาพลวงตา เป็นภาพลวงตา
เจ้าอ้วนน้อยวิ่งไปหอบไป หอบไปวิ่งไป พยายามล้างสมองตนเองไปพลาง
ฮู่ๆๆ ฮู่ๆๆ…
เพราะฉันคิด มันจึงมีตัวตน ถ้าฉันไม่คิด มันก็จะไม่มีตัวตน
ฮู่ๆๆ ฮู่ๆๆๆ…ฮู่ๆ…
บ้าชะมัด เขาเหนื่อยแล้ว
เจ้าอ้วนน้อยวิ่งไปยังไม่ถึงร้อยเมตรก็วิ่งไม่ไหวแล้ว ได้แต่หยุดอยู่ริมถนนแล้วค้ำกำแพงหอบหายใจ แม้แต่หัวมุมเลี้ยวของโรงเรียนก็ยังวิ่งไปไม่ถึง
“เพื่อน นายไม่เป็นไรนะ”
พอได้ยินประโยคนี้เจ้าอ้วนน้อยก็ตกใจจนสำลักไปหลายที เงยหน้าก็เห็นรถเก๋งสีดำคันนั้นไม่รู้ว่ามาถึงข้างกายเขาตั้งแต่เมื่อไรจอดอยู่ริมข้างทาง แล้วกุมารเทพจินถงคนนั้นก็เปิดประตูรถก่อนจะเดินมาทางเขา
เจ้าอ้วนน้อยเบิกตากว้าง สำลักอีกรอบหนึ่ง
“นายอยากไปโรงพยาบาลไหม” กุมารเทพจินถงหยุดอยู่ข้างกายแล้วตบหลังเขาด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ต้องๆ…” เจ้าอ้วนน้อยไอพลางส่ายหน้า ไม่ง่ายเลยกว่าจะกลับมาหายใจทัน
“ฉันกับลุงหวังไปส่งนายกลับบ้านดีกว่าไหม” กุมารเทพจินถงกล่าวอีกครั้ง
เจ้าอ้วนน้อยมองคนตรงหน้าที่สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วง เหมือนกับว่ากลัวเขาจะตายอยู่ตรงนี้ เขาจึงหัวเราะแห้งๆ สองที
“ไม่…ไม่ต้องหรอก เนื้อตัวฉันสกปรกจะตาย…”
“สกปรกแค่เช็ดนิดหน่อยก็โอเคแล้ว” กุมารเทพจินถงยิ้มยิงฟัน
เจ้าอ้วนน้อยนิ่งงัน ไม่อาจโต้แย้งได้ชั่วขณะ
สกปรกแค่เช็ดนิดหน่อยก็โอเคแล้วจริงๆ
เขาลังเลครู่หนึ่ง แต่ในเมื่อคนเขายังไม่ถือสา แล้วเขายังจะถือสาทำบ้าอะไร แม้ในใจจะยังมีความตื่นกลัวนิดหน่อย แต่คุณชายน้อยคนนี้ดูท่าทางไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรจริงๆ และตอนนี้พอย้อนนึกขึ้นมา พูดอย่างจริงจังก็คืออันที่จริงหมอนี่เพิ่งช่วยชีวิตเขาไว้นี่นา
เจ้าอ้วนน้อยลังเลครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ยังคงผงกศีรษะอยู่ดี “เอ่อ งั้นก็…รบกวนนายแล้ว…”
เขาเหนื่อยแล้วจริงๆ ย่นระยะทางเดินไปได้สักระยะแน่นอนว่าดีที่สุด
กุมารเทพจินถงยิ้มแล้วหมุนตัวเดินไปที่รถเก๋งโดยมีเจ้าอ้วนน้อยเดินตามไปอย่างตุปัดตุเป๋ อีกฝ่ายเดินไปไม่กี่ก้าวก็พบว่าตนเองเดินเร็วเกินไปจึงผ่อนฝีเท้าให้ช้าลงเพื่อรอเขา
คนขับรถของบ้านคุณชายน้อยลงมาจากรถรออยู่ตรงนั้นนานแล้ว ก่อนจะเปิดประตูรถให้เด็กชายทั้งสองคน
“ขอบคุณครับลุงหวัง” คุณชายน้อยกล่าวขอบคุณคนขับรถอย่างมีมารยาทก่อนจะขึ้นรถไปอย่างสบายๆ
เนื้อตัวของเขาสกปรกเกินไปจริงๆ เจ้าอ้วนน้อยถอดชุดกันฝนที่ขาดรุ่ยออกทำให้ตนเองสะอาดขึ้นมาหน่อยอย่างพอถูไถ ถึงได้พาตนเองขึ้นไปอย่างยากลำบากและเหนื่อยหอบพลางพยักหน้ากล่าวขอบคุณคนขับรถที่ดูร่างกายกำยำแต่ค่อนข้างมีอายุคนนั้นตาม
“เอ่อ…ขอบคุณครับ…”
“ไม่ต้องเกรงใจครับ” คนขับรถผมขาวพยักหน้าให้เล็กน้อย เมื่อเจ้าอ้วนน้อยนั่งเรียบร้อยแล้วถึงได้ปิดประตูรถ กลับไปนั่งบนเบาะคนขับด้านหน้าแล้วก็สตาร์ตเครื่องยนต์อีกครั้ง
เมื่อรถแล่นออกจากประตูหลังของโรงเรียน เจ้าอ้วนน้อยยังคงอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองอีกแวบหนึ่งอยู่ดี เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครตามมาถึงได้สบายใจ
เด็กชายผู้เปล่งประกายและเลื่องชื่อลือนามไปทั่วโรงเรียนคนนั้นส่งผ้าขนหนูสะอาดผืนใหญ่ให้เขาผืนหนึ่ง
“นี่ ให้นาย เช็ดหน้าก่อนสิ”
“ขอบคุณ…” เขารับมาเช็ดหน้าอย่างระมัดระวัง
“ต่อไปหลังเลิกเรียนนายกลับพร้อมกับทุกคนจะดีกว่านะ อยู่ตัวคนเดียวยิ่งถูกทำร้ายได้ง่าย”
เจ้าอ้วนน้อยตะลึงงัน ช้อนตามองจึงเห็นเพียงอีกฝ่ายหันมาทางเขาและเผยรอยยิ้มเจิดจ้าสุดๆ