พูดจริงๆ นะ เขาเองก็ใช่ว่าไม่เคยคิดจะเลิกเรียนพร้อมกับทุกคน แต่อันธพาลพวกนั้นแม้จะไม่กล้าอวดเบ่งต่อหน้าครู แต่มักจะดักเขาที่ถนนนอกประตูโรงเรียน ถ้าโชคไม่ดีอาจจะมีเด็กบางคนตามมาเข้าคิวแกล้งเขาเพิ่มอีก แต่ละวันของเขาล้วนทำได้แค่เสี่ยงดวงเท่านั้น
เขามองรอยยิ้มของลูกรักพระเจ้าคนนี้แล้วหัวเราะแห้งๆ อีกครั้ง ได้แต่ผงกศีรษะพลางตอบรับ เช็ดศีรษะอย่างสงบเสงี่ยม
“อืมๆ ขอบคุณ…ครั้งหน้าฉันจะจำไว้…”
รถวิ่งผ่านเมืองซึ่งถูกแสงสายัณห์อาบย้อมจนกลายเป็นสีเหลืองทอง สิ่งปลูกสร้างและร้านรวงหลากรูปแบบไหลผ่านไปนอกหน้าต่างรถ
ไม่นานนักรถหรูสีดำคันนี้ก็มาหยุดอยู่ตรงปากตรอกอันเงียบสงบแห่งหนึ่ง
เจ้าอ้วนน้อยคืนผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนไปแล้วให้เด็กชายรูปงามคนนั้น ขณะเตรียมเปิดประตูจะลงจากรถ อีกฝ่ายก็เอ่ยปาก
“นี่ ท่านผู้เฒ่าของฉันซื้อเกมรุ่นใหม่ล่าสุดมาให้ วันหยุดพรุ่งนี้นายจะมาดูสักหน่อยไหม”
“ท่านผู้เฒ่าของนาย?”
“คุณปู่ของแม่ฉันน่ะ อันที่จริงจะเรียกว่าคุณตาทวดก็ได้ แต่เพราะพ่อฉันแต่งเข้ามา เพราะงั้นน่าจะนับว่าเป็นคุณทวดของฉันก็ไม่ต้องเติมคำว่าตาก็ได้ แต่ท่านบอกว่าไม่ว่าจะเป็นคุณตาทวดหรือคุณทวดต่างก็แสดงว่าท่านแก่มากๆ ดังนั้นจึงให้พวกเราทุกคนเรียกท่านว่าท่านผู้เฒ่าก็พอ”
“อ๋อ” เจ้าอ้วนน้อยได้ยินก็มึนงง ทว่าในใจกลับอดคิดไม่ได้ว่าท่านผู้เฒ่าก็ไม่รู้สึกว่าแก่เหมือนกันหรอกเหรอ
“แล้วพรุ่งนี้นายจะมาเล่นเกมด้วยกันไหม”
“เอ่อ…” เจ้าอ้วนน้อยนิ่งงัน มองอีกฝ่าย ในที่สุดก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากว่า “นายไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้ ไม่ต้องคบฉันเป็นเพื่อนก็ได้ ฉันจะไม่พูดเรื่องของนายออกไปหรอก”
คุณชายน้อยได้ยินดังนั้นก็งุนงงอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นถึงได้เข้าใจ หุบยิ้มแล้วมองเขาอย่างจริงจัง
“ฉันไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกับนายเพราะเรื่องนี้หรอก”
เจ้าอ้วนน้อยหัวเราะแห้งๆ สองที เพียงมองอีกฝ่ายพลางเอ่ยว่า “ต่อให้ฉันพูดไปก็ไม่มีใครเชื่อฉันหรอก”
คุณชายน้อยมุ่นหัวคิ้ว เม้มริมฝีปาก ไม่กล่าวคำ
“ฉันจะไม่พูดออกไปหรอก” เขาย้ำอีกครั้ง จากนั้นก็เปิดประตูรถ ย้ายร่างอันหนักอึ้งลงจากรถแล้วปิดประตู เร่งฝีเท้าเดินเข้าไปในอพาร์ตเมนต์เก่าแก่โทรมๆ หลังนั้นที่อยู่ในตรอก
เมื่อเขาผลักประตูอพาร์ตเมนต์และขึ้นไปยังชั้นสองก็ยังคงอดไม่ได้ที่จะแอบมองไปข้างนอกแวบหนึ่งจากหน้าต่างของโถงบันได
ไม่รู้ว่าเด็กชายที่ทั้งหน้าตาดีและร่ำรวยคนนั้นลงจากรถมาตั้งแต่เมื่อไร ในมือถือผ้าขนหนูสกปรกผืนนั้น ตอนแรกเจ้าอ้วนน้อยนึกว่าอีกฝ่ายจะทิ้งผ้าขนหนู อย่างไรเสียบ้านเจ้าหมอนั่นก็มีเงินพอที่จะซื้อผ้าขนหนูผืนใหญ่ใหม่ๆ ได้อีกเป็นหมื่นผืน แต่อีกฝ่ายเพียงพับผ้าขนหนูให้เรียบร้อยขณะที่คนขับรถลงรถมาพูดกับเขา ก่อนจะหันหน้ากลับไปนั่งบนรถพลางพกผ้าขนหนูผืนนั้นไปด้วย