คนขับรถอาวุโสร่างกายกำยำคนนั้นกลับขึ้นไปบนรถอีกครั้ง ขับรถยนต์แบรนด์หรูคันนั้นพาคุณชายน้อยจากไปแล้ว
จะบอกว่าเขาไม่อิจฉาเด็กชายคนนั้นก็โกหกแล้ว แต่แม้จะเพิ่งอยู่ชั้นประถมปีที่ห้า ทว่าเขายอมรับความจริงได้นานแล้ว
เข้าใจสัจธรรมที่ว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรมมาแต่แรกอยู่แล้ว ถึงเขาเองก็อยากจะมีรูปร่างหน้าตาทั้งหล่อและน่ารักเหมือนกับคุณชายน้อยคนนั้น อยากให้ครอบครัวมีเงินทองกองเป็นภูเขามาก แต่ก็อย่างที่จูจูว่า ชีวิตคนเราเทียบกับคนที่สูงกว่าก็ขาดแคลน เทียบกับคนที่ต่ำกว่าก็เหลือกินเหลือใช้
เขาผละจากผนังซึ่งเต็มไปด้วยราเพราะชื้นมาเป็นเวลานาน หันไปเปิดประตูเหล็กของบ้านตน ถอดรองเท้ากันฝนตรงระเบียง เอารองเท้าผ้าใบวางไว้ข้างๆ แล้วปลดกระเป๋าสะพายด้านหลังลง จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องรับแขกเก่าๆ ทะลุผ่านทางเดินมายังห้องครัวที่มีอาหารแห้งทุกประเภทกองอยู่เต็มแล้วเปิดถังข้าวสาร เริ่มซาวข้าวเพื่อหุงข้าว
แทนที่จะไปอิจฉาคนอื่น เติมท้องตัวเองให้อิ่มก่อนแล้วค่อยว่ากันดีกว่า
เจ้าอ้วนน้อยยืนบนม้านั่ง เอาข้าวสารที่ซาวน้ำเสร็จเรียบร้อยใส่เข้าไปในหม้อไฟฟ้า ฉวยโอกาสตอนข้าวกำลังหุงวิ่งไปหามบันไดมาเก็บเสื้อผ้าที่ตากไว้ตรงระเบียงด้านหลังแล้วโยนไว้บนเตียงก่อน จากนั้นก็กลับไปที่ห้องครัว หยิบเนื้อรมควันออกมาจากตู้เย็น ล้างและหั่นกระเทียมกับกะหล่ำปลี หยิบกระทะกับตะหลิวมาผัดกะหล่ำปลีใส่เนื้อรมควันหนึ่งกระทะใหญ่อย่างรวดเร็ว
ท้องฟ้านอกหน้าต่างมืดแล้ว เขาถ่วงเวลาไปจนถึงที่สุดกว่าจะเปิดไฟ หม้อหุงข้าวไฟฟ้าเด้งขึ้นมาแทบจะในเวลาเดียวกันนี้เอง
เพราะกลัวว่าตัวเองจะกินกะหล่ำปลีผัดเนื้อรมควันหมดทั้งจาน เขาจึงแบ่งกะหล่ำปลีออกเป็นสองชุดเสียก่อน ชุดหนึ่งใส่ลงกล่องถนอมอาหารเก็บไว้ให้จูจูกินหลังเลิกงาน ส่วนอีกชุดใส่จานวางไว้บนโต๊ะแล้วค่อยวิ่งไปหยิบชามใส่ข้าว
เจ้าอ้วนน้อยต่อสู้กับตัวเองครู่หนึ่ง เขาไม่ควรกินเยอะเกินไปจริงๆ ควรหยิบชามเล็กก็พอ เขาเองก็เข้าใจดีว่าสาเหตุหนึ่งในนั้นที่เขาถูกรังแกที่โรงเรียนก็เพราะว่าอ้วนเกินไป แต่…แต่ว่าเขาหิวมากจริงๆ นะ…
บ้าจริง ไม่สนแล้ว
เขาลังเลต่อสู้กับตัวเองสามวินาที ท้ายที่สุดยังคงหยิบชามใบใหญ่ที่ใช้ใส่อาหารเป็นประจำมาอยู่ดี เติมข้าวชามใหญ่อย่างเกรี้ยวกราด
คนเรามีชีวิตอยู่ไม่ใช่เพื่อกินหรือไง
เขาประคองข้าวสวยชามใหญ่กลับมาที่ห้องรับแขก กินคู่กับกะหล่ำปลีผัดเนื้อรมควันที่ร้อนกรุ่น นั่งกินคำใหญ่อยู่ใต้แสงไฟสลัว
เดิมทีหลอดไฟในห้องรับแขกมีอยู่ห้าดวง เสียไปสามดวงยังเหลือสองดวงที่สว่างอยู่ แม้จะมืดลงไปมาก แต่อย่างไรเสียก็ใช่ว่าจะมองไม่เห็น สว่างแค่สองดวงก็ประหยัดไฟดีเหมือนกัน
เจ้าอ้วนน้อยรู้ว่าตัวเองควรบอกจูจู แต่เขาเข้าใจว่าจูจูยุ่งมาก เลิกงานตอนเที่ยงคืนทุกวัน อีกอย่างเขาเองก็ไม่สบายใจที่จะให้เธอปีนสูงอย่างนั้น
หรือเราต้องเปลี่ยนเอาเอง?
เขามองหลอดไฟสองดวงสุดท้ายเหนือศีรษะที่พักนี้มืดลงไปนิดหน่อย กินไปพลางคิดไปพลาง
เราเองก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว อายุสิบเอ็ดแล้ว เปลี่ยนหลอดไฟน่าจะพอได้มั้ง เขาเคยเห็นจูจูเปลี่ยน ดูเหมือนก็ไม่ได้ยากมาก
เจ้าอ้วนน้อยกินพลางแหงนหน้ามอง ศึกษาอยู่ครู่หนึ่ง
ดีล่ะ รอพรุ่งนี้ตอนกลางวันว่างๆ ค่อยมาเปลี่ยนก็แล้วกัน
ตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว ถ้าเปลี่ยนไม่ดี นั่นก็มองอะไรไม่เห็นแล้ว เขาไม่ได้โง่สักหน่อย