เด็กชายพยักหน้าแล้วก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวจนหมด เมื่อกินคำสุดท้ายเสร็จก็เรออย่างสบายอกสบายใจแล้วลุกขึ้นไปล้างชาม หลังจากนั้นค่อยกลับไปซักรองเท้าผ้าใบที่ระเบียง ก่อนจะถอดเสื้อผ้าที่สกปรกทั้งตัวและถุงเท้าออก นำกางเกงเปื้อนที่จูจูถอดไว้เมื่อคืนโยนใส่เข้าไปในเครื่องซักผ้าพร้อมกันทั้งหมด เติมผงซักฟอก กดปุ่มเครื่องซักผ้า จากนั้นถึงได้วิ่งล่อนจ้อนเข้าไปล้างทำความสะอาดตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้าในห้องน้ำ
หลังจากอาบน้ำเสร็จเขาก็มาส่องกระจก ทายาที่แผลบนใบหน้าตัวเอง โชคดีที่มีกระเป๋าเป้ปกป้องเขาไว้ โชคดีที่เขากะโหลกแข็ง โชคดีที่นอกจากรอยช้ำบนแขนขาแล้วบนใบหน้าก็เป็นแผลถลอกที่ถูกเตะตรงหน้าผากค่อนข้างใหญ่ แต่ใช้ผมปรกไว้สักหน่อย จูจูที่ปกติยุ่งจนปวดเศียรเวียนเกล้าก็น่าจะมองเห็นไม่ชัดแล้ว
เขามองเจ้าอ้วนที่อยู่ในกระจกก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปจัดผมสีดำให้เป็นทรงแบบกุมารเทพจินถงแล้วก็ยกมุมปากขึ้นเลียนแบบรอยยิ้มที่ดูสว่างสดใสนั่น
ชั่ววินาทีนั้นเขารู้สึกจริงๆ ว่าอันที่จริงตัวเองก็ดูดีทีเดียว เพียงตัวกลมไปหน่อยเท่านั้น แต่แบบนี้คืออุดมสมบูรณ์ใช่ไหม น่ารักเหมือนพระโพธิสัตว์เมตไตรย์ไงล่ะ จากนั้นวินาทีต่อมาเขาก็เห็นเลือดที่แห้งกรังใต้รูจมูก ช่างทำลายภาพพจน์เสียจริง ทำให้อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
เฮ้อ พอยิ้มขึ้นมาก็ยิ่งเหมือนพระโพธิสัตว์เมตไตรย์ น่ารักเหลือเกิน
เขาเอาผ้าชุบน้ำถูเลือดกำเดาที่แห้งกรังใต้รูจมูก บิดจมูกครู่หนึ่ง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีเลือดกำเดาไหลออกมาอีกและไม่รู้สึกเจ็บถึงได้ปิดฝาตลับยา สวมเสื้อผ้าแล้วไปตากผ้าที่ระเบียง จากนั้นก็กลับมาฟุบโต๊ะหนังสือทำการบ้านที่ห้อง
ค่ำคืนอันเงียบสงัดในฤดูใบไม้ผลิ ลมยามค่ำพัดโชย
เด็กชายตัวอ้วนทำการบ้านภายใต้แสงโคมไฟ เขียนไปเขียนมาก็สัปหงกโดยไม่รู้ตัว หลายครั้งที่ศีรษะกระแทกโต๊ะหนังสือ เขาใช้กำลังทั้งหมดที่มีอยู่ ไม่ง่ายเลยกว่าจะพยายามฝืนทนทำการบ้านของวันนี้จนเสร็จ ก่อนจะลากร่างที่อ้วนตุ๊ต๊ะของตนกลับไปที่เตียง ล้มตัวลงก็หลับทันที
ฟ้าสว่างแล้ว แสงอาทิตย์ส่องเข้ามาทางหน้าต่าง
เจ้าอ้วนน้อยถูกแสงแดดแยงตาปลุกให้ตื่น แต่ยังคงรู้สึกเหนื่อยจนแค่อยากพลิกตัวแล้วหลับต่อ ทว่าเสียงเคลื่อนไหวของจูจูดังมาจากนอกประตู เขาบังคับตัวเองให้ลุกขึ้นจากเตียง หรี่ตากึ่งหนึ่งพลางหาวหวอด เดินไปล้างหน้าแปรงฟันที่ห้องน้ำด้านนอก
เมื่อเขาล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ จูจูก็ออกไปข้างนอกแล้ว แต่เธอต้มโจ๊กไว้หม้อใหญ่ ผัดไข่กับผักกาด ทั้งยังหั่นผลไม้ไว้ให้เขากล่องหนึ่งอีกด้วย เขากินจนหมด ล้างจานชามเสร็จเรียบร้อยแล้วถึงได้สะพายกระเป๋าเป้ที่เก็บมา ตัดเชือกพลาสติกใส่เข้าไปเส้นหนึ่งแล้วหยิบถุงขยะใบใหญ่มาใบหนึ่ง จากนั้นก็สวมรองเท้ากันฝน สวมถุงมือที่ล้างทำความสะอาดแล้ว หยิบกุญแจออกจากบ้านไป
ข้างนอกฝนไม่ตกแล้ว แต่รองเท้าผ้าใบของเขายังไม่แห้ง รองเท้ากันฝนก็พอสวมถูไถไปได้
หลังออกจากบ้านเขายังหาวติดต่อกัน แต่เดินไปเดินมาสติก็เชื่องช้าลง ลัดเลาะไปตามถนนใหญ่ตรอกเล็กมองซ้ายมองขวา ตลอดทางไม่เห็นของที่เขาต้องการหาเลย แต่ในตอนที่เดินมาถึงป้ายรถประจำทางซึ่งเป็นละแวกที่มีร้านค้าค่อนข้างเยอะนี้เอง เขาก็เห็นกระป๋องเครื่องดื่มเปล่าๆ ที่ถูกคนโยนทิ้งไว้ตรงซอกมุมจำนวนหนึ่งอย่างที่คิด ขอแค่เขาเห็นก็จะเก็บมันขึ้นมา อันที่จริงตอนกลางวันแสกๆ น้อยมากที่จะมีคนทิ้งขยะมั่วซั่ว แต่กลางดึกไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะเวลากลางคืนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์มักจะมีคนทิ้งกระป๋องเปล่าที่ดื่มเสร็จแล้วเนื่องจากเมาหรือไม่ก็มักง่ายชั่วขณะ
ปกติหลังจากเข้างานร้านค้าก็จะเก็บกวาดสถานที่ให้สะอาด บนถนนก็มีพนักงานทำความสะอาดมากวาดเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงวิ่งแจ้นมาเก็บกระป๋องเปล่าพวกนี้แต่เช้า เพราะหากสายแล้วก็จะหาไม่เจอ ข้างป้ายรถประจำทาง ในสวนสาธารณะ ใกล้ๆ ร้านค้า ใต้สะพานริมแม่น้ำจะมีทั่วทุกที่ แม้ปริมาณไม่ได้มาก แต่ค่อยๆ เก็บแบบนี้สะสมไว้ก็ไม่น้อยเหมือนกัน
เจ้าอ้วนน้อยเก็บกระป๋องเปล่าอย่างทะมัดทะแมง หยิบพวกมันไปล้างทำความสะอาดที่อ่างล้างมือของสวนสาธารณะ จากนั้นก็อัดพวกมันทีละใบๆ ใส่ไว้ในถุง ถือไปที่ร้านรับซื้อขยะรีไซเคิลแถวๆ นี้ คุณป้าใจดีที่นั่นก็จะแลกเป็นเงินไม่กี่หยวนให้เขา
เป็นเงินนี่นา แม้จะไม่ได้มากมาย แต่ครั้งแรกตอนพบว่าที่แท้ขยะพวกนี้ก็สามารถแลกเป็นเงินได้ เขาก็รู้สึกเซอร์ไพรส์สุดๆ ต่อมาเขาก็ใช้เวลาในวันหยุดไปกับการหากระป๋องเปล่า แม้มีครั้งหนึ่งที่ถูกเพื่อนเห็นเข้า ทำให้เขาถูกตั้งฉายาว่าเจ้าอ้วนขยะนับแต่นั้น ทว่าเขาก็ยังคงยืนหยัดทำเรื่องนี้ต่อไปอยู่ดี