“ขอบใจนะ”
เวินติ้งฟางได้ยินดังนั้นก็ส่งยิ้มให้เธอ “ไม่เป็นไร จริงสิ เธอชื่ออะไรเหรอ”
“เฝิงเสี่ยวเสี่ยว” เธอสูดจมูก ตอบด้วยเสียงแหบพร่า ก้มหน้ามองช็อกโกแลตในมืออย่างนิ่งงัน
“เสี่ยวที่มาจากคำว่าเล็กน่ะเหรอ”
“ไม่ใช่” เธอส่ายหน้า ยังไม่ทันได้เอ่ยปากก็ได้ยินเฟิงเยี่ยกล่าว
“เสี่ยวที่มาจากคำว่ารุ่งอรุณเหรอ”
เฝิงเสี่ยวเสี่ยวตะลึงงัน เงยหน้ามองเฟิงเยี่ยด้วยความประหลาดใจ แต่พอเห็นใบหน้าที่งดงามเกินไปของเขาก็รีบละสายตาออกอย่างรวดเร็ว เพียงพยักหน้าอย่างรีบร้อน ตอบเสียงเบาว่า “อื้ม เสี่ยวที่มาจากคำว่ารุ่งอรุณ”
“เฮ้อ คนฉลาดพอเอ่ยปากก็ต่างออกไปเลยจริงๆ” เจ้าอ้วนน้อยหัวเราะแหะแล้วกล่าวว่า “อย่างฉันก็คิดได้แค่เสี่ยวที่มาจากขนาด ฮ่าๆๆ”
เฝิงเสี่ยวเสี่ยวอดไม่ได้ที่จะหัวเราะตาม “เสี่ยวที่มาจากขนาดก็ดีมากนะ จำนวนขีดน้อย เวลาเขียนชื่อจะได้เขียนขีดน้อยๆ ไงล่ะ”
“จริงด้วย ฉันคิดไม่ถึงเลยนะเนี่ย ฮ่าๆๆๆ…”
เจ้าอ้วนน้อยฟังแล้วก็หัวเราะอีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวเดินไปข้างหน้าต่อ
เธอย่างเท้าไปข้างหน้าตาม เดินไปทางประตูโรงเรียนภายใต้แสงสายัณห์
เฝิงเสี่ยวเสี่ยวกำช็อกโกแลตในมือไว้แน่น แม้จะยังคงรู้สึกเครียดนิดหน่อย แต่นักเรียนชายสองคนนี้ก็ขนาบข้างซ้ายขวาเธออย่างนี้ทำให้อารมณ์เธอผ่อนคลายลงบ้าง
ถูกบรรดานักเรียนชายเรียงแถวต้อนรับด้วยจุดประสงค์ร้าย สำหรับเธอแล้วการมาเรียนทุกวันในช่วงนี้ล้วนเป็นความทุกข์ทรมาน ใครจะรู้ว่าถึงกับมีจุดเปลี่ยนแบบนี้ปรากฏขึ้นมา
เธอสูดลมหายใจลึกๆ แอบมองเฟิงเยี่ยที่เดินอยู่ข้างๆ แวบหนึ่ง ก่อนจะเคลื่อนสายตากลับมาอย่างรีบร้อน
หมอนี่คิดจริงๆ เหรอว่าฉันจะไปหาเขาให้มาเข้าเรียนเลิกเรียนเป็นเพื่อนทุกวันน่ะ
ฉันไม่ได้บ้าสักหน่อย
ขืนไปหาเขาให้มาเป็นเพื่อนเข้าเรียนเลิกเรียนทุกวันจริงๆ คนที่รังแกเธอพวกนั้นเกรงว่าคงเปลี่ยนจากนักเรียนชายโง่เง่ากลุ่มนั้นไปเป็นนักเรียนหญิงบ้าผู้ชายทั้งโรงเรียนแทนทันทีน่ะสิ นั่นมันไม่ใช่การออกจากปากเสือแล้วเข้าฝูงหมาป่าหรอกหรือไง
ความคิดนี้ทำให้เฝิงเสี่ยวเสี่ยวหัวเราะแกนๆ ในใจ
แต่ในเมื่อเป็นอย่างนี้ มีคนยินดียืนอยู่ข้างเธอ อีกทั้งเป็นคนที่ทำให้เธอมีความสุขและเป็นคนฉลาด มันยอดเยี่ยมมากจริงๆ เมื่อก่อนเวลาเธอแนะนำชื่อของตัวเองจะมีแต่คนคิดถึงเสี่ยวที่มาจากคำว่ารับรู้ หรือไม่ก็เสี่ยวที่มาจากคำว่าอธิบาย ไม่เคยมีใครคิดว่าสามารถใช้เสี่ยวที่มาจากคำว่ารุ่งอรุณได้ ใช้คำว่ารุ่งอรุณนี้ฟังดูแล้วไพเราะมากจริงๆ
จะว่าไปการที่หน้าตาหล่อก็ไม่ใช่ความผิดของเขาสักหน่อย
แม้จะคิดอย่างนี้เธอก็ยังคงอดไม่ได้ที่จะแอบถอยห่างจากเขานิดหน่อยและเดินเข้าไปใกล้เจ้าอ้วนน้อยมากขึ้นในระหว่างที่เดิน
ชีวิตช่างยากเหลือเกิน
ภายใต้แสงสายัณห์ เสียงพูดคุยหัวเราะของเจ้าอ้วนน้อยดังขึ้นมาอีกครั้ง เธอตอบรับเป็นครั้งคราว เพื่อนนักเรียนที่ทั้งสูงทั้งหล่อข้างๆ คนนั้นนานๆ ทีก็รับคำประโยคสองประโยค
ไม่ว่าอย่างไรพรุ่งนี้จะต้องเป็นวันใหม่แน่นอน
เฝิงเสี่ยวเสี่ยวสูดลมหายใจลึกๆ และบอกกับตัวเอง
กองทัพมาขุนพลต้าน น้ำบ่ามาเขื่อนดินกั้น* ก็แล้วกัน…
ติดตามตอนต่อไปวันที่ 31 ม.ค. 69