บทที่ 3
ฟ้าสว่างแล้ว
แสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องเหมือนอย่างเคยมาสิบห้าปี
เด็กหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงหาวทีหนึ่งแล้วลืมตาทั้งสองข้างขึ้นมาด้วยความอ่อนล้า แม้อยากจะหลับต่อสุดๆ แต่เขายังคงลงจากเตียงอย่างยอมรับในชะตากรรม เขาเปิดเพลงทำให้ภายในห้องเต็มไปด้วยจังหวะร็อกแอนด์โรลกระตุ้นให้กระปรี้กระเปร่า
เขาฮัมเพลงพลางลุกขึ้นไปอาบน้ำที่ห้องน้ำนอกห้อง ถือโอกาสล้างหน้าแปรงฟันไปด้วย
เพื่อให้ตนเองสามารถตื่นเต็มตาได้เร็วขึ้นหน่อย ไม่กี่เดือนก่อนเขาบ่มเพาะความเคยชินอย่างการอาบน้ำตอนเช้า ช่วงนี้ใบหน้ามีเม็ดสิวผุดขึ้นง่ายมาก วันนี้ตอนเช้าตรงจมูกก็มีสิวขนาดใหญ่เม็ดใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกเม็ด บางครั้งแผ่นหลังก็จะมีสิวผุดขึ้นมาเหมือนกัน น่าหงุดหงิดจริงๆ
การอาบน้ำตอนเช้าทำให้เขารู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว น้ำที่ไหลออกมาจากฝักบัวในตอนแรกจึงเย็นเฉียบทำให้เขาหนาวจนร้องโหยหวน ตื่นเต็มตาในทันใด
เวินติ้งฟางเริ่มอาบน้ำถูสบู่พลางร้องเพลงเก่าอมตะเพลงนั้นพร้อมกับเสียงดนตรีจังหวะหนักๆ อย่างตั้งใจมากยิ่งขึ้น
“ผมรักคุณ ทุ่มเทความจริงใจให้กับคุณ จะไม่มีทางเลื่อนลอย…คุณต้องคิดเผื่อผมอีกสักที ผมตัดสินใจจะรักคุณไปหมื่นปี…ผมจะรักคุณไปหมื่นปี ผมจะรักคุณไปหมื่นปี…ผมจะรักคุณไปหมื่นปี ผมจะรักคุณไปหมื่นปี…รัก~~ คุณ~~ รัก~~ คุณ~~~ โว้โว~~~~ รักคุณ~~~ โวโว้โว~~~~ ผมตัดสินใจจะรักคุณไปหมื่นปี!”
เขาอาบน้ำพลางโยกศีรษะหวีดร้องเสียงหลงไปจนจบเพลง สุดท้ายยังหยิบแปรงสีฟันมาเคาะอ่างล้างมือต่างไม้กลองอีกด้วย เก๊กท่าที่คิดเอาเองว่าหล่ออยู่หน้ากระจกแล้วก็ทำท่าจบ จากนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างบ้าคลั่งพักหนึ่ง
แหกปากร้องเพลงปลุกสมองแต่เช้าแบบนี้สิถึงจะมีความสุข!
เขาล้างหน้าแปรงฟันเสร็จเรียบร้อยอย่างอารมณ์ดี แขวนผ้าขนหนูไว้ที่ราวแล้วถึงได้สวมเสื้อยืดกางเกงยีน สวมถุงเท้าและรองเท้าผ้าใบ สะพายกระเป๋าเป้ใบเก่าๆ เช็กข้อความที่เถ้าแก่ส่งมาในโทรศัพท์มือถือแล้วไปเติมน้ำใส่กาที่ห้องครัว หยิบหมั่นโถวที่จูจูนึ่งไว้ในหม้อไฟฟ้าก่อนไปทำงาน ถึงได้แบกจักรยานที่วางไว้ตรงระเบียงลงไปชั้นล่าง
แม้ข้างนอกจะมีแสงแดด แต่เมื่อลมพัดมากลับหนาวเยือกจนทำให้เขาสั่นระริก แต่ในเมื่อต้องออกจากบ้านก็ต้องออกจากบ้านอยู่ดี
วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ แม้จะไม่ต้องเรียนหนังสือ แต่เขายังคงต้องไปทำงาน
ตลอดทางตอนเขาขี่จักรยานผ่านถนนใหญ่ ตรอกเล็ก และผ่านโรงเรียนก็เห็นพวกนักเลงที่เคยรังแกเขาเมื่อก่อนกลุ่มนั้นรวมตัวกันอยู่ไกลๆ
เพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยาก เขาตั้งใจเลี้ยวหนีก่อน อ้อมพวกที่ชอบก่อเรื่องกลุ่มนั้นไป
หลังจากเขาขึ้นมัธยมต้นได้เจอกับเถ้าแก่ผู้ทรงเกียรติ ได้วิธีหาเงินใหม่ก็ไม่ต้องเก็บขยะอีกต่อไปแล้ว อย่างน้อยก็โชคดีมากที่ไม่ได้เรียนโรงเรียนเดียวกับคนพวกนั้น แต่ลดเรื่องยุ่งยากลงไปสักเรื่องก็ยิ่งดี หากเลี่ยงได้แน่นอนว่าก็ต้องเลี่ยง
หลังออกจากตรอกเขาเลี้ยวจักรยานขึ้นไปบนสันเขื่อน ข้ามสะพาน ทะลุผ่านเขตถนนหลายบล็อก จากนั้นก็ขี่เลาะขึ้นเนินที่ได้รับการขนานนามว่ากระดูกสันหลังมารร้ายนั้นต่อไป ตอนที่เพิ่งเริ่มขี่ผ่านเส้นทางระยะนี้เขาขี่ไปได้ไม่กี่เมตรก็ต้องลงมาจูงจักรยานเดิน ผ่านไปหลายเดือนกว่าจะมีวิธีขี่ไปจนตลอดรอดฝั่งได้ ครั้งนั้นตอนที่ขี่รอดเป็นครั้งแรก แต่เขาก็ล้มตัวนอนลงข้างทางทันที แถมยังมีคนที่ผ่านทางมานึกว่าเขาเป็นลม เกือบช่วยเรียกรถพยาบาลให้แล้ว
แม้ตอนที่ขี่ไปได้ครึ่งทางเขาจะรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองจวนจะระเบิดอยู่รอมร่อ แต่เมื่อขี่ไปจนถึงยอดเนินแล้วก็รู้สึกทั้งสาแก่ใจและรู้สึกถึงความสำเร็จมากจริงๆ
ระหว่างขี่ไปจนถึงเนินลาดชัน เขาเปลี่ยนมาเป็นยืนขี่ แบบนี้ค่อนข้างทุ่นแรง แต่เมื่อขึ้นถึงยอดก็ยังหอบหายใจจนหน้าดำหน้าแดงอยู่ดี ถึงขั้นอดไม่ได้ที่จะยกมือสองข้างขึ้นมา ทำท่าทางคว้าชัยชนะเมื่อแตะถึงเส้นชัย จากนั้นก็หัวเราะออกมาเสียงดังด้วยความดีใจ ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางต่อไป
จริงๆ แล้วเขาจะโดยสารรถสาธารณะก็ได้ แต่ขี่จักรยานไม่กี่กิโลเมตรนี้ทุกวันก็สามารถประหยัดเงินค่าตั๋วรถสาธารณะได้ ทั้งยังช่วยให้เขาลดความอ้วนได้ด้วย ช่วยได้ไม่มากก็น้อยแหละนะ
หลังจากอ้อมไปอ้อมมาเขาก็เลี้ยวเข้าไปในเขตชุมชนเก่าแห่งหนึ่ง แม้จะเป็นเขตชุมชนเก่า แต่ที่นี่ไม่ได้มีอพาร์ตเมนต์ซอมซ่อและก็ไม่ได้มีตึกสูงอาคารใหญ่ด้วย มีเพียงบ้านชั้นเดียวลานเดียวประตูเดียว แต่ละครัวเรือนของที่นี่ล้วนมีลานไม่หน้าบ้านก็หลังบ้าน ลานกว้างแบบนั้นสามารถปลูกต้นไม้ได้ ข้างในไม่เพียงแต่ปลูกต้นไม้เท่านั้น ยังปลูกดอกไม้นานาพันธุ์อีกด้วย และทุกครัวเรือนล้วนจัดการเก็บกวาดกันอย่างสะอาดสะอ้าน
ตอนมาที่นี่ครั้งแรกเขาก็รู้แล้วว่าคนที่นี่นั้นรวยมาก ต่างจากพวกคนรวยที่พักอาศัยในตึกใหญ่หรูหราในเมืองพวกนั้น คนของเขตนี้แม้จะมีเงิน แต่กลับถ่อมตัวกันมาก ไม่วางอำนาจบาตรใหญ่
เขาขี่จักรยานไปจนสุดถนน หยุดตรงหน้าบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่งแล้วโบกมือให้กล้องที่อยู่เหนือประตูใหญ่
ประตูใหญ่เปิดอัตโนมัติ เขาขี่จักรยานเข้าประตูไปจอดไว้ข้างนอกโรงรถ จากนั้นก็เปิดประตูห้องเก็บอุปกรณ์ หยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดออกมาแล้วเริ่มกวาดใบไม้ที่ร่วงอยู่ในลานบ้าน เขาเพิ่งกวาดเสร็จก็มีเสียงข้อความดังติ๊งทีหนึ่งมาจากโทรศัพท์มือถือ เตือนเรื่องสถานที่ทำงานถัดไป