เวินติ้งฟางจอดจักรยานไว้ใต้ร่มไม้ หิ้วอาหารเต็มสองมือ หลบคุณลุงภารโรงที่กำลังสัปหงกอยู่ในห้องควบคุมก่อนจะปีนขึ้นบันไดไป
เมื่อผู้หญิงคนนั้นไม่ได้บอกว่าเธออยู่ที่ไหน ปกติก็จะให้เขาไปหาที่โรงเรียน เวลามีคาบเรียนก็ขึ้นไปบนดาดฟ้า เวลาไม่มีคาบเรียนก็จะอยู่ในห้องเรียน
เขาขึ้นไปยังห้องที่ตัวเองเรียนที่ชั้นสี่ก็เห็นผู้หญิงที่สวยเหมือนนางฟ้า แต่น่ากลัวสุดๆ คนนั้นอย่างที่คิด เธอสวมเสื้อแขนสั้นสีดำกับกางเกงขาสั้นสีขาวอย่างไม่กลัวหนาวเลยสักนิด นั่งขัดสมาธิอยู่บนโต๊ะของเขาด้วยสีหน้าเย็นชา ในมือถือกล้องส่องทางไกลที่ไม่รู้เอามาจากไหนวางอยู่บนใบหน้าที่เรียวเหมือนเมล็ดแตงของเธอ กำลังมองไปยังจุดใดจุดหนึ่งที่อยู่ไกลๆ
กระทั่งเขาเดินไปยังข้างกายเธอถึงได้หยุดยืนแล้วหอบหายใจ แต่ถ้าไม่ได้รับการอนุญาตจากเธอ เขายังไม่กล้าวางไก่ทอด พิซซ่า และเค้กที่อยู่ในมืออยู่ดี
อาหลิงก็ไม่ได้หันหน้ากลับมา จ้องมองอยู่สักพักกว่าจะวางกล้องส่องทางไกลลงแล้วหันศีรษะมา
“นายยืนบื้ออยู่ทำไม วางของลงสิ”
เธอขมวดคิ้วเรียวพลางกล่าวอย่างเย็นชา
พอเขาได้ยินจึงวางอาหารลงบนโต๊ะของเพื่อนที่อยู่ด้านข้าง
เธอไม่ได้ลงจากโต๊ะ เพียงเปิดพิซซ่ากล่องใหญ่นั่นแล้วเริ่มกินอย่างตะกละตะกลาม เห็นท่าทางของเธอที่ราวกับผีหิวโหยกลับชาติมาเกิด เขาก็รีบเปิดไก่ทอดถังนั้นทันที
มือหนึ่งของเธอคว้าน่องไก่ขึ้นมากัดคำโต ตามด้วยพิซซ่าคำหนึ่ง ไม่กี่นาทีไก่ทอดกับพิซซ่าที่เขาซื้อมาก็ถูกเธอกินหมดไปแล้วกว่าครึ่ง จากนั้นความเร็วของเธอจึงค่อยๆ ช้าลง
พูดจริงๆ นะ ถึงเขาเองจะกินจุเหมือนกัน แต่เทียบกับเธอแล้ว…เหนือฟ้ายังมีฟ้าจริงๆ
อาหลิงกินไปได้ราวๆ หนึ่งในสามส่วนถึงได้เงยหน้าขึ้นมามองเขาแวบหนึ่งแล้วเอ่ยอย่างเย็นชา “นายกินมาแล้ว?”
เขาพยักหน้า “เพิ่งกินมาจากบ้านอาจารย์ ลาซานญ่าอบน่ะ”
เธอได้ยินดังนั้นก็เพียงถามว่า “อร่อยไหม”
“อร่อย” เขาพยักหน้าอีกครั้ง เพิ่งคิดได้ว่าเธออยากกินหรือเปล่า จึงอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองเธอแวบหนึ่งแล้วพูดเสริม “แต่ฉันเอามาด้วยไม่ได้หรอกนะ”
เธอช้อนดวงตาสวยขึ้นมาแล้วจ้องเขาอย่างเย็นเยือก
“นั่นเป็นของที่บ้านอาจารย์ไม่ใช่…ของที่ซื้อมาจากร้าน…ฮ่าๆ…” ภายใต้สายตาจับจ้องอันเยือกเย็นของเธอ เวินติ้งฟางยิ่งพูดเสียงยิ่งเบาลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายยังคงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะแห้งๆ สองที จากนั้นก็ได้แต่พูดเสริมภายใต้การกดดันของเธอ “ถ้าเธออยากกินคราวหน้าฉันทำให้เธอกินได้นะ อาจารย์ย่าสอนฉันแล้วล่ะว่าทำยังไง”
อาหลิงได้ยินดังนั้นถึงค่อยเคลื่อนดวงตาที่ทั้งสวยและน่ากลัวคู่นั้นกลับไปยังน่องไก่ในมือ กัดอย่างแรงอีกคำหนึ่งแล้วหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมา มองตรวจสอบไปยังที่ไกลๆ แห่งหนึ่งต่อไป
เวินติ้งฟางไม่กล้าพูดมากอีก เพียงยืนอย่างเชื่องๆ แม้จะสงสัยเป็นอย่างมากว่าเธอกำลังมองอะไรอยู่กันแน่ แต่สองปีมานี้เขาไม่เคยเข้าใจเลยว่าผู้หญิงคนนี้ไม่เพียงแอบมองอยู่ตรงห้องเรียนของเขาทางนี้เท่านั้น แต่ยังทำอะไรแบบนี้ในที่อื่นๆ อีก และเวลาก็ไม่แน่ไม่นอนอีกด้วย มีหลายครั้งเวลาที่เธอผละจากไป เขาหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาแอบดูก็ไม่แน่ใจจริงๆ ว่าเป้าหมายของเธอคือตรงไหน
จากที่นั่งของเขามองออกไปเป็นสนามกีฬา สันเขื่อน จากนั้นก็เป็นเมืองของฝั่งตรงข้าม เพราะฝั่งหนึ่งของโรงเรียนแม้จะติดแม่น้ำ แต่อีกฝั่งหนึ่งกลับติดภูเขา ทำเลตรงนี้ค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงสามารถมองเห็นได้แทบจะครึ่งเมือง
ทอดสายตามองไปก็จะเห็นตั้งแต่บ้านชั้นเดียว ทาวน์โฮม อพาร์ตเมนต์ ไปจนถึงอาคารสูงใหญ่และตึกระฟ้าที่สร้างใหม่ล้วนมีทั้งสิ้น นับดูผ่านๆ ก็น่าจะเจอมากกว่าพันช่องหน้าต่าง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนที่มาออกกำลังกายและเดินอยู่บนสันเขื่อนหรือบนถนน
และในขณะนี้เองโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง เวินติ้งฟางรีบหยิบออกมาดู