ว้าว คงไม่ใช่กำลังจับสตอล์กเกอร์อยู่หรอกนะ?
ผู้หญิงข้างหน้านั้นถูกจ้องเป็นเป้าแล้วสินะ!
เวินติ้งฟางตกใจมาก รีบยื่นมือไปรั้งอาหลิงไว้ กล่าวอย่างตึงเครียดด้วยเสียงแหบพร่า “นี่! หมอนั่นเป็นโรคจิตหรือไง ตามเขาแบบนี้อันตรายมากนะ เราควรแจ้งตำรวจโดยตรงหรือเปล่า”
อาหลิงมองเขาด้วยสีหน้าจนคำพูด ไม่ได้โมโหอย่างหาได้ยาก เพียงแค่เอ่ยปากถามว่า “ปีศาจกับโรคจิต นายคิดว่าอย่างไหนน่ากลัวกว่ากัน”
“เอ่อ…อ่า…” เวินติ้งฟางเหม่อไปชั่วขณะ ได้แต่หดมือมาลูบศีรษะแล้วหัวเราะแห้งๆ “ฮะๆ ฮ่าๆๆ แน่นอนว่าปีศาจน่ากลัวกว่าสิ แต่ว่าเดี๋ยวเดียวฉันก็ลืมแล้ว…ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้เธอเก่งกาจแค่ไหนก็เป็นผู้หญิง ระวังไว้หน่อยดีกว่า…”
อาหลิงนิ่งงันไปชั่วขณะก่อนจะถลึงตาใส่เขาพลางเอ่ยว่า “หมอนั่นไม่ใช่โรคจิต”
“ถ้าเขาไม่ใช่โรคจิต ทำไมต้องตามผู้หญิงคนนั้นด้วย” เขาชี้ประเด็นสำคัญออกมา
“ฉันเองก็ตามเขาเหมือนกันนะ นายคิดว่าฉันเป็นโรคจิตไหมล่ะ” เธอเลิกคิ้วกล่าว
“เอ่อ…” เด็กหนุ่มแข็งค้างไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เคลื่อนสายตาไปด้านข้าง
“ ‘เอ่อ’ นี่หมายความว่ายังไง” เธอเห็นดังนั้นก็เข้าไปใกล้เขาเป็นการกดดัน กล่าวอย่างดุร้าย “นายคิดว่าฉันเป็นโรคจิตเหรอ”
“เปล่าๆๆๆ…” เวินติ้งฟางส่ายศีรษะเป็นพัลวัน รีบกล่าวว่า “แน่นอนว่าไม่ใช่ ฉันจะคิดแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะ ฉันไม่มีทางคิดว่าเธอเป็นโรคจิตเพราะว่าเธอจ่ายเงินให้ฉันสะกดรอยตามผู้ชายที่สะกดรอยตามผู้หญิงแปลกหน้าหรอก คนตัวเล็กๆ อย่างฉันไม่มีทางคิดแบบนั้นเด็ดขาด!” เขาพูดไปพลางส่ายหน้าและถอยหลังไปพลาง เอ่ยถึงตอนสุดท้ายยังไม่ลืมยกมือทำท่าสาบานแล้วเน้นย้ำอีกครั้ง “ไม่เด็ดขาด!”
ชั่วพริบตาหางตาของอาหลิงก็ปรากฏแววยิ้มขึ้นอีกครั้ง และในตอนนี้เองหลังจากหญิงสาวเดินขึ้นอพาร์ตเมนต์ไป ผู้ชายที่อยู่ข้างหน้าคนนั้นก็ทอดมองไปยังห้องที่อยู่ชั้นสองอย่างเคลิบเคลิ้ม จากนั้นก็ละล้าละลังอยู่ที่เดิมสักพัก อาหลิงคงกลัวเจ้าหมอนั่นจะหันกลับมาเห็นพวกเขา เธอจึงคว้าเขาไว้แล้วลากเข้าไปอยู่ในเงามืดด้วยกันพลางมองผู้ชายคนนั้นอย่างตึงเครียด
ทั้งคู่แนบชิดกันเกินไปแล้ว มีจังหวะหนึ่งเวินติ้งฟางได้ยินเสียงหัวใจเต้นของตัวเอง อีกทั้งกลิ่นหอมอ่อนๆ บนตัวอาหลิงก็ทำให้เขาตื่นเต้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เขาอ้าปากคิดจะพูด ทว่าเธอกลับเหมือนมีตาหลัง หันกลับมาฟาดศีรษะเขาแล้วใช้นิ้วชี้แนบบนริมฝีปากเป็นการบอกเขาว่าห้ามส่งเสียง
เขาลูบศีรษะที่ถูกตี ร้องโอดโอยอย่างไร้เสียง เมื่อเห็นเธอตักเตือนก็หุบปากโดยดุษณี
อาหลิงหันกลับไปดูอีกครั้ง โชคดีที่ผู้ชายคนนั้นยังคงละล้าละลัง แต่ในที่สุดก็หันหลังก้าวเท้าเดินเข้าไปในร้านกาแฟ
เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าอาหลิงพรูลมหายใจเฮือกหนึ่ง อดไม่ได้ที่จะชะโงกศีรษะมองตามอย่างสนใจใคร่รู้ด้วยเช่นกัน
ร้านกาแฟที่อยู่ตรงท้ายตรอกร้านนั้น แม้จะตั้งอยู่ในเขตเมือง แต่ถึงกับมีลานกว้าง ในลานยังมีต้นไม้ขนาดใหญ่มากๆ อีกต้น ด้านล่างปลูกดอกไม้สีแดงสดไว้เต็มไปหมด ดอกเหล่านั้นดูประหลาดสุดๆ กลีบดอกบิดเบี้ยว อีกทั้งใต้ดอกไม้สีแดงมีเพียงก้านยาวสีเขียว ไม่มีใบไม้
ในค่ำคืนมืดมิด ในร้านกาแฟดูสว่างและอบอุ่นเป็นพิเศษ
มองเข้าไปจากหน้าต่างนอกจากเถ้าแก่ที่อยู่ในเคาน์เตอร์บาร์กับผู้ชายคนนั้นแล้วก็ไม่มีคนอื่นๆ อยู่ด้วย
เวินติ้งฟางไม่เข้าใจว่าตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไรกันแน่ แต่ผู้หญิงที่อยู่ด้านหน้าคว้าแขนเขาไว้และจับแน่นสุดๆ แน่นจนเล็บของเธอจิกเข้ามาที่เนื้อแขนของเขา เจ็บจนใบหน้าเหยเก แต่เขาสามารถมองเห็นได้ว่าบนใบหน้าเธอมีสีหน้าท่าทางที่บอกไม่ถูก นัยน์ตาสีดำขลับที่กำลังมองร้านกาแฟร้านนั้นก็มีแววเคลือบแคลงอยู่รางๆ เช่นกัน
ท่าทางนั้นบีบหัวใจของเขาอย่างบอกไม่ถูก ดังนั้นแม้มือของเธอจะจับแขนเขาไว้จนแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว เขาก็ยังไม่ส่งเสียงสักแอะ
ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือของเธอก็สั่นครืดขึ้นมา
อาหลิงได้สติกลับมา ปล่อยแขนเขาก่อนจะล้วงเอาโทรศัพท์มือถือที่ไม่ได้เชื่อมกับสายหูฟังออกมารับสาย เผยรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มออกมาในพริบตา
“ฮัลโหล ชิวสุ่ยเหรอ เธอถึงบ้านแล้ว? ฉันใกล้ถึงแล้ว กำลังซื้อไก่ทอด ซื้อเสร็จก็จะไป”
คนในสายพูดไม่กี่ประโยค เธอก็ตอบด้วยรอยยิ้ม
“ไม่เป็นไร เธอค่อยๆ อาบเถอะ ฉันยังต่อแถวอยู่เลย เธอยังอยากดื่มเครื่องดื่มอะไรไหม ไม่มีเหรอ โอเค เดี๋ยวเจอกันนะ”
พูดจบเธอก็วางสายแล้วหันไปมองร้านกาแฟที่แสงไฟแผ่กระจายออกมาอยู่ในความมืดร้านนั้น จากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดึงสายตากลับมามองเขาแล้วเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า
“นายช่วยไปซื้อไก่ทอดกับโคล่าให้ฉันสักสองชุด โอเคไหม”
พอมองเห็นความเหนื่อยล้าที่ยากจะปกปิดบนใบหน้าเธอ เวินติ้งฟางก็พยักหน้า หมุนตัววิ่งไปซื้อไก่ทอดกับโคล่าที่ถนนด้านหน้าอย่างไม่พูดพร่ำทำเพลง
เมื่อเขากลับมาก็เห็นอาหลิงนั่งอยู่ใต้ร่มดอกเฟื่องฟ้าริมกำแพงอย่างเงียบๆ เหมือนแมวตัวหนึ่ง ดวงตายังคงจับจ้องร้านกาแฟที่อยู่ตรงท้ายตรอกร้านนั้น สีหน้าซับซ้อนอยู่บ้าง
เธอไม่แม้แต่จะขยับ ถ้าเขาไม่รู้ว่าเธออยู่ตรงนั้นอาจจะผ่านตัวเธอไปจริงๆ