ทดลองอ่าน ชาตินี้ข้าจะรักท่านให้มาก บทที่ 134-135 – หน้า 2 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ชาตินี้ข้าจะรักท่านให้มาก

ทดลองอ่าน ชาตินี้ข้าจะรักท่านให้มาก บทที่ 134-135

วัดหงฝู

เมื่อวานอู๋รุ่นให้คนแจ้งกับทางวัดหงฝูก่อนล่วงหน้าแล้ว บอกว่าวันนี้พลบค่ำจ่างกงจู่จะมาพักค้างที่วัดหนึ่งคืนเพื่อรอจุดธูปเช้า ทางวัดหงฝูจัดเตรียมห้องพักรับรองไว้เป็นที่เรียบร้อย สาวใช้กับขันทีของจ่างกงจู่ทำหน้าที่เก็บกวาด ทางวัดไม่จำเป็นต้องขับไล่แขกที่มาจุดธูปคนอื่นๆ แค่ระวังไม่ให้คนที่มีที่ไปไม่ชัดแจ้งเข้ามาปะปนอยู่ในวัดเท่านั้นก็พอ

หลังบ่ายฝนตกหนัก แขกที่มาจุดธูปทั้งหลายต่างพากันวิ่งลงเขา ทิ้งไว้เพียงวัดที่เงียบสงัดท่ามกลางสายฝนโปรยปราย

ตอนหวาหยางมาถึง ควันกลุ่มแล้วกลุ่มเล่ากำลังลอยละล่องออกมาจากปล่องควันของโรงครัวภายในวัด

เพราะหวาหยางไม่ต้องการให้เอิกเกริกจนเกินไป ดังนั้นตอนรถม้าของจ่างกงจู่มาถึงจึงมีเพียงเจ้าอาวาสและพระสมณศักดิ์สูงเปี่ยมคุณธรรมบารมีอีกสองรูปเท่านั้นที่ออกมาต้อนรับ

ตอนอยู่ที่เขาอู่ตังนางเคยสนทนากับเหล่านักพรตเต๋ามาก่อน ยามนี้ให้พูดคุยกับพวกเขา นางจึงทำได้ไม่มีอันใดติดขัด

พระสมณศักดิ์สูงทั้งสามพานางไปพำนักยังเรือนรับรองที่จัดเตรียมไว้ก่อนจะขอตัวลา

หลังมองส่งพวกเขาจากไปไกล หวาหยางก็เดินตรงไปที่ห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า

“จ่างกงจู่ หากราชบุตรเขยเข้าใจว่าพระองค์ไม่เสด็จมาจึงไม่มาเช่นกัน พระองค์คิดจะลงโทษราชบุตรเขยเช่นไรหรือเพคะ”

เฉาอวิ๋นกับเฉาเยวี่ยที่ตามมาด้วยต่างกระหายใคร่รู้

“รอดูก่อน หากเขาไม่มาจริงๆ พวกเราค่อยว่ากันอีกที”

เฉาอวิ๋นแย้มยิ้มก่อนจะช่วยเฉาเยวี่ยหยิบเสื้อผ้าของจ่างกงจู่กับราชบุตรเขยออกมาจากในลังแล้วแขวนเข้าไปในตู้เสื้อผ้า

ฝนตกฟ้าครึ้ม ทำให้ฟ้าดูมืดค่ำเร็วขึ้นไปอีก หลังหวาหยางกินอาหารมังสวิรัติเสร็จ นางก็นั่งพิงอยู่ข้างหน้าต่าง อ่านพระคัมภีร์ที่ทางวัดส่งเข้ามาให้อยู่ภายใต้แสงตะเกียง

อ่านพระคัมภีร์จิตใจย่อมสงบ หวาหยางไม่ได้วิตกกังวลสักเท่าไรว่าเฉินจิ้งจงจะมาหรือไม่

 

วัดหงฝูตั้งอยู่บนไหล่เขาของเขาหลิงอู้ ขณะที่ความมืดปกคลุมตามสายฝนลงมาเร็วกว่าปกติ ม้าตัวหนึ่งก็ห้อตะบึงตามถนนหลวงมาถึงยังเชิงเขาอย่างรวดเร็ว

เฉินจิ้งจงดึงสายบังเหียน เงยหน้ามองดูไหล่เขา เห็นแสงตะเกียงสีเหลืองจุดหนึ่งเลาๆ

เขาเองก็ไม่รู้ว่าหวาหยางจะมาหรือไม่ เอาเป็นว่าเขาให้ฟู่กุ้ยกลับเข้าเมืองแล้ว หากหวาหยางไม่ได้มา ฟู่กุ้ยย่อมสามารถบอกนางได้ว่ายามนี้เขาอยู่ที่ใด ถึงตอนนั้นกลับไปเขาค่อยคิดบัญชีกับนางอีกที

ขึ้นเขามีแต่ต้องใช้บันไดหิน เฉินจิ้งจงผูกม้าไว้ใต้ต้นไม้ที่พอจะใช้หลบฝนได้ ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปอย่างช้าๆ แต่มั่นคง พอถึงนอกวัดหงฝูเขาก็พบกับโจวจี๋ที่ออกมาลาดตระเวนพอดี

โจวจี๋ถือโคมไฟไว้ในมือ พอเห็นคนที่อยู่ในเงามืดเดินเข้ามา เขาก็มือหนึ่งกุมด้ามดาบที่เหน็บอยู่บนเอว มืออีกข้างชูโคมไฟขึ้นสูง

เฉินจิ้งจงห่อคลุมร่างอยู่ใต้หมวกฟางกับเสื้อฟางกันฝน ใบหน้าถูกปกปิดไว้ครึ่งหนึ่ง สิ่งแรกที่โจวจี๋มองเห็นกลับเป็นฟันขาวเรียงเป็นแนวยาวที่โผล่ออกมายามอีกฝ่ายแย้มยิ้ม

โจวจี๋ “…”

สามารถให้จ่างกงจู่ฝ่าฝนเดินทางมายังวัดหงฝูตามนัดได้ ราชบุตรเขยสมควรดีใจ

โจวจี๋คลายมือออกจากด้ามดาบ ประสานมือแสดงคารวะอย่างนอบน้อม “ผู้น้อยคารวะราชบุตรเขย”

“อืม พวกเจ้ามาถึงเมื่อไร”

พวกเขาสองคนพูดคุยอย่างเรียบง่ายกันอยู่สองสามประโยค ครั้นมั่นใจว่าตลอดการเดินทางหวาหยางไม่พบเจออันตรายใดๆ เฉินจิ้งจงก็เดินตามขันทีน้อยเข้าไป ตรงไปยังเรือนรับรองของพวกเขาสองสามีภรรยา

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ชาตินี้ข้าจะรักท่านให้มาก

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 1-2

บทที่ 1 ภายใต้การปกครองของต้าฉีตลอดร้อยปีที่ผ่านมา อำเภอเฟ่ยเซี่ยนนับเป็นเขตเมืองที่ค่อนข้างเจริญรุ่งเรืองเมืองหนึ่ง พื้...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ภวังค์รักในเรือนแสนหวาน บทนำ

บทนำ พระเอกไม่อยู่แล้ว มีธุระใดให้จุดธูปถาม วันที่สิบเดือนสาม ด้านในจวนอัครมหาเสนาบดีเต็มไปด้วยผู้คนสวมชุดไว้ทุกข์ เสียง...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ภวังค์รักในเรือนแสนหวาน บทที่ 1

บทที่ 1 ผู้น้อยแซ่หลี่ มีนามว่าโก่วตั้น ห่างจากเมืองหลวงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้สองร้อยหลี่ ยามเช้าในสำนักศึกษาชิงหงอาบย้...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 3-4

บทที่ 3 เช่นนั้นแล้วแม้ตอนนี้ชุยเสียวเสี่ยวจะมุ่งมั่นขยันอ่านตำรา แต่ก็เป็นเพียงยามจวนตัวค่อยกอดบาทพระ ไม่มีประโยชน์โพดผ...

community.jamsai.com