บทที่ 70
ตั้งแต่อวี้ฉือเฟยเยี่ยนเตือนให้เขาระวังเติ้งไหวโหรวอาศัยเสบียงอาหารควบคุมชาวไหวหนาน เขาก็ส่งสายสืบออกไปสืบดูว่าคลังข้าวสารของเติ้งไหวโหรวกระจุกรวมอยู่ที่ใด รวมถึงเส้นทางขนส่งข้าวสารจากแคว้นอื่นทางใต้ส่งมาอย่างไรอีกด้วย
คิดต่อกรกับหมาป่าดุร้ายก็ต้องเล็งลำคอให้ดี โจมตีมันถึงแก่ชีวิตในครั้งเดียว มิหนำซ้ำหากสามารถตัดเส้นทางขนส่งข้าวสารทางใต้ของเติ้งไหวโหรวได้ นั่นถึงจะทำให้เติ้งไหวโหรวเข้าใจความทรมานถึงอาการท้องหิวของชาวไหวหนานด้วยตนเองเสียหน่อย
ในเมื่อตัดสินใจจะตัดเส้นทางขนส่งข้าวสารแล้ว ต่อมาก็ต้องวางแผนกลยุทธ์ เลือกใช้คนให้ถูก ตามหลักเซวียเฟิงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมมากที่สุด แต่การซ้อมรบกำลังใกล้เข้ามา อีกฝ่ายเป็นกำลังหลักตอนซ้อมรบ ไม่เหมาะสมจะมอบหมายงานอื่นให้เซวียเฟิงเสียสมาธิ ดังนั้นจึงส่งเซี่ยวชิงไปพร้อมกับเลือกทหารที่เก่งกาจ เตรียมจะพังหม้อข้าวของเติ้งไหวโหรว
ความคิดของเซียวอ๋องชัดเจนมาก ทำลายคลังข้าวสารของเติ้งไหวโหรวก่อนหน้าการซ้อมรบเพื่อปั่นป่วนจิตใจกองทัพ รอบๆ คลังข้าวสารของเติ้งไหวโหรวล้วนมีทหารรักษาการณ์แน่นหนา ในเวลาสั้นๆ นั้นไม่อาจเข้าใกล้
แต่คำพูดที่อวี้ฉือเฟยเยี่ยนเคยใช้ตบตาหนานลู่กงเมื่อครั้งงานเลี้ยงมัจฉาสารทได้มอบความคิดให้กับเขา เซี่ยวชิงอิงตามแผนที่ที่เซียวอ๋องวาดให้ นำทหารหาญเดินทางอ้อมแทรกซึมเข้าไป ขุดเปิดรูเขื่อนแม่น้ำแห่งหนึ่ง
ผ่านช่วงน้ำค้างแข็งไปแล้ว ถึงแม้ผิวแม่น้ำจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง แต่ว่าชั้นไม่ได้หนา น้ำที่อยู่ข้างใต้ยังไม่แข็งตัว เมื่อทางเซี่ยวชิงเจาะเขื่อน ใต้ผิวแม่น้ำที่จับตัวแข็งจะมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว แว่วเสียงน้ำแข็งแตกดังมาเป็นพักๆ ขณะเดียวกันทหารยังไปเจาะผิวน้ำแข็งที่อื่นจนทั่ว
วันที่สาม ภายใต้เสียงตวาดสั่งของเซี่ยวชิง เขื่อนช่วงสั้นๆ ถูกเจาะทะลุในที่สุด เสียงครืนดังขึ้น สายน้ำที่ถูกกักขังอยู่ในแม่น้ำตลอดช่วงนี้ทะลักออกจากรูของเขื่อน เปล่งเสียงคำรามเลื่อนลั่นกระแทกเข้าใส่ทุ่งราบริมฝั่งดั่งฝูงวัวตัวผู้คลุ้มคลั่ง
บนทุ่งราบก็คือคลังข้าวสารขัดเปลือก เป็นคลังข้าวที่สำคัญที่สุดของไหวหนาน องครักษ์บนกำแพงเมืองมองดูแม่น้ำที่ซัดสาดเข้าใส่ด้วยความตื่นกลัว ทว่าก็สายเกินกว่าจะปิดประตูเมืองทัน แม่น้ำไหลเชี่ยวพังประตูเมืองที่ปิดลงได้แค่ครึ่งหนึ่งอย่างแรง น้ำทะลักเข้าสู่ตัวเมือง ต่อให้ปิดประตูคลัง ข้าวสารกับหญ้าฟางก็ไม่อาจโชคดีรอดพ้น ผู้ดูแลคลังข้าวมองดูข้าวสารกับหญ้าฟางที่ถูกแช่อยู่ในน้ำในสภาพอยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา ต่อให้อีกสองสามวันน้ำจะลดลง เสบียงอาหารที่ถูกแช่น้ำก็จะขึ้นราอย่างรวดเร็ว ไม่อาจนำไปใช้ได้อีก
หลังจากเจาะเขื่อนสำเร็จ เซี่ยวชิงไม่มีอารมณ์อยากรับชมว่าผู้ดูแลคลังข้าวจะกอบกู้เสบียงอย่างไร เขานำกองทัพทหารหาญกองนี้พกระเบิดเดินทางลับในป่า ข้ามภูเขา มาถึงยังหุบเขากุ่ยโถวอย่างลับๆ หุบเขากุ่ยโถวมีเส้นทางคดเคี้ยวเลี้ยวลด อันตรายอย่างยิ่ง สองฟากทางเป็นหน้าผาสูงทอดยาวไกลหลายหลี่ แบ่งแยกระหว่างชนเผ่าป่าเถื่อนทางใต้กับไหวหนาน เพื่อขนส่งเสบียงจากชนเผ่าทางใต้มายังไหวหนาน หนานลู่กงรวบรวมกำลังชาวบ้านจำนวนมาก สิ้นเปลืองทรัพยากรนับไม่ถ้วน เสียเวลาอยู่นานถึงสร้างสะพานไม้ที่รองรับรถม้าได้แห่งหนึ่งตรงบริเวณที่แคบที่สุดของหุบเขากุ่ยโถว เสบียงของทางใต้หลั่งไหลเข้ามาในไหวหนานผ่านทางสะพานไม้นี้อย่างต่อเนื่อง
เพื่อป้องกันไม่ให้สะพานไม้ถูกคนทำลาย หนานลู่กงส่งทหารชุดใหญ่มาเฝ้ารักษาการณ์อยู่ที่ทั้งสองฟาก หลังจากเซี่ยวชิงมาถึงหุบเขากุ่ยโถว เขาเลือกทหารสิบกว่านายที่เคยทำงานเก็บสมุนไพรหาเลี้ยงชีพ ชำนาญการไต่หน้าผา ให้ตอนกลางคืนไต่จากก้นผาลักลอบขึ้นไปถึงบนสะพานไม้ แล้ววางระเบิดจำนวนมากไว้ตรงหลายจุดตายของสะพาน รอพรุ่งนี้เช้าฟ้าสว่างแล้วจะส่งมือธนูยิงธนูไฟจากที่ไกลๆ เพื่อจุดระเบิด ทำให้สะพานไม้ขาดลง
เซียวอ๋องสั่งการลับให้เซี่ยวชิงไปปั่นป่วนจิตใจกองทัพของหนานลู่กง ทางด้านเขาก็ต้องรักษาจิตใจกองทัพเอาไว้ให้ได้เหมือนกัน
วันที่สองหลังจากเซี่ยวชิงออกเดินทาง เซียวอ๋องก็พากลุ่มองครักษ์ของตนเองกับเสบียงชุดใหญ่ไปช่วยเหลือหมู่บ้านที่ถูกปล้นเพื่อปลอบขวัญกองทัพและราษฎร
เมื่อถึงตอนซ้อมรบ เขากับหนานลู่กงจะส่งแม่ทัพฝีมือดีออกไปบัญชาการการรบสู้กัน และเซวียเฟิงกับโต้วหย่งก็จดจำกลยุทธ์ที่เขาวางแผนอย่างถี่ถ้วนเอาไว้ขึ้นใจกันแล้ว เซียวอ๋องแค่ต้องรับชมอยู่บนที่นั่งร่วมกับทูตจากราชสำนักก็พอ
ดังนั้นตอนที่ออกเดินทาง เซียวอ๋องจงใจทิ้งเซวียเฟิงกับโต้วหย่งเอาไว้ กำชับให้พวกเขาฝึกซ้อมทหารใหม่ต่อไปดีๆ ในช่วงสามวันที่เหลือก่อนหน้าการซ้อมรบ เมื่อถึงเวลาจริงจะต้องข่มขวัญมุสิกขี้ขลาดของไหวหนานให้ได้
เพียงแต่เมื่อเป็นเช่นนี้ เตียงหลังใหญ่ที่เพิ่งซื้อมาก็ต้องชะลอการใช้งานลงแล้ว
เรื่องที่เซียวอ๋องคาดไม่ถึงคือตอนเช้าเขาเพิ่งออกจากค่ายทหาร ตอนย่ำค่ำก็มีทหารใหม่นายหนึ่งโยนผ้าผืนหนึ่งลงน้ำขณะกระโดดลงทะเลสาบข้างค่ายทหาร และผ้าผืนนี้ถูกนำไปวางอยู่บนโต๊ะของเติ้งไหวโหรวยามดึก
เติ้งไหวโหรวอ่านข้อความบนผ้าแล้วเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา “ถ้าเจ้าทำตัวเป็นเต่าหดหัวอยู่ในค่ายทหารไม่ออกมา ข้าย่อมทำอะไรเจ้าไม่ได้ แต่ในเมื่อเจ้าออกมา ‘หลุมพราง’ ที่วางไว้ล่วงหน้าก็จะได้ใช้งานแล้ว”