พี่ปิ่นเริ่มหันรีหันขวางแสดงอาการปริวิตกชัดเจน…การฟ้องร้องในออสเตรเลียถือเป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับร้านอาหาร เพราะนอกจากจะต้องเสียเงินมหาศาลแล้วในทางเลวร้ายที่สุดคือถูกสั่งปิดร้านไปเลย ด้วยความร้อนใจอันไร้ทางระบายนี้ หล่อนจึงหันมาปล่อยโทสะใส่ลูกน้องของตนแทน
“ลีไม่ได้บอกในครัวเหรอว่าลูกค้าแพ้กุ้ง”
“ลูกค้าไม่ได้บอกอะไรลีนี่คะ”
มาลารินทบทวนความทรงจำว่าไม่มีใครเอ่ยถึงเรื่องนี้กับเธอแน่ๆ ยืนยันได้อย่างหนักแน่นเสียด้วยซ้ำ ทว่าก่อนจะได้อธิบายเพิ่มเติม เกวราก็กล่าวแทรกขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือ
“ฉันสั่งผัดไทยธรรมดา ใครจะไปรู้ว่าร้านคุณใส่กุ้งแห้งลงไปด้วย”
เพียงเท่านั้น มาลารินก็อ้าปากหวอ เกือบอุทานด้วยซ้ำ เป็นห่วงอีกฝ่ายอย่างจริงใจส่วนหนึ่ง แต่ก็ไม่คาดคิดด้วยเช่นกัน แม่เจ้าประคุณไม่รู้จริงๆ หรือว่าใครๆ ก็ใส่กุ้งแห้งในผัดไทยกันทั้งนั้น หนำซ้ำกุ้งที่ว่าก็โรยอยู่ข้างบนอย่างเห็นได้ชัดเจน เธอลอบมองเจ้านายผู้วนเวียนอยู่ในบ่วงแร้วของการตื่นตูมอย่างเสียเปล่าก่อนเบนไปประสานสายตากับเด็กหนุ่มร่างสูงโดยบังเอิญ เสี้ยววินาทีแรกหญิงสาวคิดว่าเขาอาจพอช่วยเป็นพยานให้เธอได้ ทว่าดวงตาสีเทาคู่นั้นกลับไร้ประกายเห็นใจใดๆ และมีแต่จะเหยียดยิ้มหยันอย่างไม่ปรานี
“ร้านแบบนี้ถูกสั่งปิดไปซะก็ดี”
“ว้าย! ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ ค่อยๆ คุยกันก่อน ทางเรายินดีรับผิดชอบทุกอย่างค่ะ อย่าให้เป็นเรื่องใหญ่เลยนะคะพี่ขอ” พี่ปิ่นเหงื่อแตกพลั่ก กระวนกระวายราวหนูติดจั่นยิ่งกว่าเดิม
รอยเหยียดหยันฉายวาบเสี้ยวสั้นๆ คล้ายว่าเขากำลังดูละครฉากหนึ่งซึ่งไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับตนสักนิด
“งั้นคุณจะลงโทษกับความสะเพร่าของพนักงานยังไง…”
คนไม่ผิดจะให้รับโทษอย่างไร หญิงสาวไม่อาจยอมรับความอยุติธรรมนี้ได้
“เดี๋ยวก่อนนะคะ ฉันสะเพร่าตรงไหน…”
“ลี! เงียบไปเลยนะ”
มาลารินแทบอ้าปากค้างกับการถูกตะคอกขัดทันที เธอสลับมองทั้งลูกค้าและเจ้านายที่หันมาเล่นงานตนพร้อมระลอกโทสะซึ่งค่อยๆ กระทบขึ้นในใจ
“แต่ลีก็มีสิทธิ์ปกป้องตัวเองนี่คะ ลีสะเพร่าตรงไหนในเมื่อลูกค้าไม่ได้บอกเรื่องแพ้กุ้งไว้เลย ลีไม่ได้มีพลังวิเศษนะคะ จะได้ไปอ่านใจใครต่อใครหรือบอกได้ว่าคนไหนแพ้อะไรบ้าง…”
“โอ๊ย! เงียบไปเลย อย่าไปเถียงลูกค้านะ” เจ้าของร้านชั่งใจชั่วครู่ก่อนผุดยิ้มมุมปากออกมาแวบสั้นๆ “งั้นเอาอย่างนี้ พี่จะลงโทษด้วยการหักเงินลีเหลือวันละสี่สิบดอลล์เป็นเวลาสองเดือนแล้วกัน”
มาลารินชะงัก ผุดฟองเดือดพล่านในห้วงอารมณ์โทสะอย่างที่ไม่อาจข่มลงได้อีก…พี่ปิ่นรู้ดีว่าเธอไม่อาจถามหาความยุติธรรมกับใครได้ มาลารินทำงานร้านอาหารเกินเวลาที่วีซ่านักเรียนกำหนดจึงรับเพียงเงินสดและไม่มีการใส่ชื่อลงระบบเป็นลายลักษณ์อักษร…ใช่ สิ่งที่เธอกำลังทำถือเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ไม่สามารถเรียกร้องใดๆ นอกจากก้มหน้ารับการตัดสินใจนี้หากยังอยากประคองวีซ่าของตนจนเรียนจบ!