“สวัสดีพลอย สวัสดีไมค์”
เธอว่าพลางตั้งท่าจะหันไปเปิดตู้เสื้อผ้า แต่แล้วก็ได้ให้ชะงักเมื่อเหลือบไปเห็นเตียงยับยู่ยี่ราวกรำศึกหนักของตน จดจ้องจนแน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาดหรือพานคิดไปเอง ก่อนจะเบือนหน้ามาสลับมองหนุ่มสาวทั้งสองแล้วอดเอ่ยถามเป็นภาษาอังกฤษขึ้นไม่ได้
“เมื่อเช้าเราว่าเราเก็บที่นอนดีแล้วนะ ทำไมถึงยับได้ล่ะ”
ไมค์หลุกหลิกสายตาไปยังแฟนสาว เห็นได้ชัดว่าที่มาลารินไม่พูดภาษาไทยเพราะต้องการให้เขารับรู้ด้วย ขณะที่คนถูกถามเพียงจัดแจงเผ้าผมให้เรียบร้อยพร้อมสีหน้าไม่รู้สึกรู้สาอันแยบยล
“ไม่รู้สิ ลีลืมเก็บรึเปล่า” หล่อนเอ่ยขณะกวักมือเรียกคนรักกลับขึ้นเตียงดังเดิม “อ้อ คืนนี้ไมค์จะมานอนที่นี่นะ”
“ในห้องนี้เหรอ”
มาลารินกะพริบตาปริบทันทีด้วยไม่รู้จะโกรธหรือตกใจก่อนเป็นอันดับแรก เพราะแม้จะได้ชื่อว่าเป็นรูมเมตกันทว่าเธอกลับไม่ได้มีความสนิทสนมกับอีกฝ่ายเท่าใดนัก ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมาลารินและพลอยถือว่าฉาบฉวยอย่างยิ่งด้วยไม่ค่อยมีสิ่งใดให้เห็นพ้องต้องกัน การพูดคุยก็มีแค่คำทักทายสั้นๆ ยามเช้ากับราตรีสวัสดิ์ก่อนนอน กล่าวได้ว่าแรงจูงใจในการแชร์ห้องหาใช่มิตรภาพ หากแต่เป็นราคาจ่ายที่สามารถตกลงกันได้ต่างหาก
กระทั่งเรื่องนี้ก็เช่นกัน…การพาคนรักมาหลับนอนในห้องซึ่งยังต้องแบ่งใช้กับรูมเมตดูจะมากเกินไปสักหน่อยกระมังในความคิดของมาลาริน
“อื้อ แต่จะไม่ไปรบกวนอะไรฝั่งเตียงของลีหรอก เราเห็นฝนตกหนักเลยไม่อยากให้เค้าตากฝนกลับ”
…แต่ที่เตียงเธอยับขนาดนี้ก็เพราะเพิ่งสังเวยให้กับกิจกรรมของทั้งสองคนไม่ใช่เรอะ! ความรู้สึกถูกเอาเปรียบซ้ำแล้วซ้ำเล่าของวันทำให้หญิงสาวค่อยๆ ระบายลมหายใจอย่างสะกดกลั้น
“พลอย ถึงอย่างนั้นเราก็เป็นผู้หญิงนะ อีกอย่างเราจ่ายค่าห้องมาเพื่อแชร์สำหรับสองคน…”
“ทำไมลีเห็นแก่ตัวแบบนี้อะ”
มือที่กำลังจะวางกระเป๋าชะงักค้าง ถ้อยคำของคนที่ยังนอนไม่รู้สึกรู้สาบนเตียงเรียกให้มาลารินหันกลับไปเอ่ยถามทันที “พลอยว่าไงนะ”
“ความจริงห้องนี้เราก็เป็นคนไซน์ เราจะทำอะไรก็ได้ไม่ใช่เหรอ ลีนั่นแหละที่มาแบ่งเช่าเอง”
หญิงสาวผู้ ‘ไซน์ห้อง’ อธิบายอย่างไม่ยี่หระ ไม่สนใจด้วยว่าบรรยากาศอึมครึมบางอย่างจะเลือนรอยยิ้มฝืนเฝื่อนของมาลารินให้ค่อยๆ จางลงเงียบเชียบ จริงอยู่ที่การไซน์ห้องหรือการเซ็นสัญญาเช่าเท่ากับว่าห้องนี้เป็นของผู้ลงนามนั้น มาลารินเป็นเพียงคนเข้ามาแชร์จ่าย แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อกล่าวถึงด้านปฏิบัติก็เท่ากับทั้งสองหารเงินกัน ใช่ว่าขออยู่ฟรีเสียที่ไหน
การถูกเอารัดเอาเปรียบหลายต่อหลายเรื่องกลายเป็นตะกอนที่ถูกตีขุ่น ผสมปนเปตามมูลเหตุทับถม สะเปะสะปะอยู่ในคำถามที่ว่าทำไมนะ ทำไม เหตุใดเรื่องเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นกับเธอ แล้วเหตุใดจะต้องจำยอม…เพราะไม่มีเงินหรือเพราะตนไม่เคยทักท้วงอะไรกันแน่
มาลารินหันไปเปิดตู้ คว้าเสื้อผ้าใส่กระเป๋า แล้วเหลือบมองชายหนุ่มอีกคนก่อนตอบเสียงเรียบ
“งั้นก็แล้วแต่พลอยเถอะ คืนนี้เราไปนอนที่อื่นเอง”
ร่างระหงเดินออกจากห้องพร้อมความรู้สึกไม่ยินยอมซึ่งเอาแต่จะขุ่นข้องข้างใน กระนั้นฝนด้านนอกก็ยังใจดีกับเธอพอที่จะเหลือเพียงละอองน้ำโรยผ่านกับฟ้าร้องกระหึ่มอยู่ไกลๆ ยามก้าวพ้นอพาร์ตเมนต์…สู่เขตเมืองที่ผู้คนยังคงตามหามุมเงาเงียบงันเพื่อให้เสียงหัวใจของตนสะท้อนก้องดัง มาลารินกางร่ม เงยหน้ามองตึกสูงรายรอบกับวิบวับจากดาวกระจ้อยร่อยซึ่งหลงเหลือให้เห็นผ่านแสงไฟของเมืองเบื้องล่างแต่เพียงดวงเดียว
ระยิบระยับเลือนราง แล้วค่อยๆ เคลื่อนคว้างเดียวดาย…
ติดตามตอนต่อไปวันที่ 12 พ.ย. 64 เวลา 12.00 น.