บทที่ 364
ระหว่างรถม้าด้วยกันมีความแตกต่างกันจริงๆ
เป็นต้นว่ารถม้าของขบวนพ่อค้าใช้เพื่อขนส่งสินค้า หากหนักเกินไปม้าย่อมจะลากไม่ไหว ยามเจอฝนตกก็จะติดหล่มได้ง่าย เจอเรื่องด่วนหน่อยก็จะวิ่งได้ไม่เร็ว มิใช่การกระทำที่ชาญฉลาด
ทว่ารถม้าของชนชั้นสูงขุนนางใหญ่นั้นต่างออกไป โดยเฉพาะรถม้าของสตรีชั้นสูงนั้นข้อแรกคือต้องมั่นคง
ไม่เห็นยามฮ่องเต้เดินทางหรือไร ราชรถนั้นดูราวกับเป็นศาลาหลบร้อนเคลื่อนที่เลยทีเดียว
รถม้าของชนชั้นสูงสามารถวิ่งช้าๆ ได้ ถึงอย่างไรวันๆ หนึ่งพวกเขากินอิ่มแล้วก็ไม่มีการมีงานทำต่อ เคลื่อนตัวไปช้าๆ ยังได้อวดรวยนานขึ้น ทั้งสามารถแบกของหนักได้ ถึงอย่างไรก็ซื้อม้าไหว หากหนึ่งตัวลากไม่ไหว แปดตัวเรียงกันมิใช่ดูน่าเกรงขามหรือไร
อีกทั้งไม่อาจไม่มั่นคง…
มิเช่นนั้นเกิดรถม้าสั่นสะเทือนขึ้นมาแป้งน้ำบนหน้าสตรีชั้นสูงก็คงร่วงกราวลงมาเหมือนกับฝัดข้าวแล้ว เครื่องประดับอัญมณีที่ปักอยู่บนศีรษะก็จะกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง กว่าจะถึงที่หมาย…ให้ตายสิ พอลงมาก็คงเหมือนถูกคนปล้นมาอย่างไรอย่างนั้น จะให้เป็นเช่นนั้นมิได้เด็ดขาด
“รถม้านี้ของจวีเอ๋อทั้งใหญ่ทั้งมั่นคง แต่กลับวิ่งได้ไม่เร็ว เจวี๋ยขุยเป็นแม่ทัพมากฝีมือ เขาตั้งมั่นรักษาชายแดนมาตลอดหลายปี ทำศึกน้อยใหญ่มาไม่รู้ตั้งเท่าไร มีหรือจะไม่กระจ่างในหลักการที่ว่าอย่าไล่ตามข้าศึกที่หมดทางสู้ พวกเขาหน้าเนื้อใจเสือ คดในข้องอในกระดูก ทว่าจากการแสดงออกของพวกเราในคืนนี้ เจวี๋ยขุยจะต้องรู้แน่นอนว่าพวกเรามิใช่พวกไม่มีสมอง ด้วยเหตุนี้จึงเป็นไปได้มากว่าได้วางกับดักไว้ระหว่างทางแล้ว มิหนำซ้ำพวกเราจับตัวจวีเอ๋อมาก็ไม่ต่างจากที่พวกเขาจับตัวท่านไป การฆ่าคนหนึ่งคนง่ายดายเหลือเกิน ทว่าเป่ยฉีฆ่าท่านกับพวกเราฆ่าจวีเอ๋อนั้นล้วนมีผลเสียมากกว่าผลดี”
นี่ก็คือสาเหตุที่ไม่ว่าฉินเจ่าเอ๋อร์หรือเฉินวั่งซูจะสะท้อนใจต่อเรื่องที่องค์ชายสี่ถูกจับตัวไปว่าภายหน้าเขาคงแทบจะไร้วาสนากับตำแหน่งใหญ่ เกรงว่าคงต้องลำบากอย่างมากเพียงใด แต่ในใจกลับมั่นคงหนักแน่น ไม่หวั่นกลัว เรื่องนี้เว้นแต่องค์ชายสี่จะรนหาที่ตายเอง มิเช่นนั้นเขาย่อมไม่มีทางตายแน่นอน
“เนื้อราคาแพงปานนี้ คนเลี้ยงหมูที่ใดจะตัดใจฆ่าทิ้งได้ง่ายๆ เล่า แน่นอนว่าต้องขายให้ได้ราคาดีกว่านี้ เพื่อนำเงินมาซื้อเสบียงอาหารกินกันทั้งบ้านตลอดฤดูหนาว แม้คำพูดนี้ของหม่อมฉันออกจะหยาบคายไปเสียหน่อย แต่ผู้ที่ดูแลบ้านเป็นล้วนใช้ชีวิตกันเยี่ยงนี้ เจวี๋ยขุยอาจลังเล แต่เจาซวี่นั้นไม่ลังเลแน่ เจาซวี่จะต้องไล่ตามมาแน่นอน จะอย่างไรก่อนหน้านี้เขาก็จับตัวท่านสร้างความดีความชอบได้แล้ว บัดนี้ท่านหนีมาไม่พอ ยังลักพาตัวประกันมาด้วย ทางพวกเราเองยังป่วนจนชายแดนเป่ยฉีโกลาหลอลหม่าน ยามนี้ความดีความชอบกลายเป็นความผิด เจาซวี่จะต้องบุกมาด้วยตนเองแน่นอน”
องค์ชายสี่ฟังแล้วก็กุมศีรษะตนเองไว้ ผ่านไปเนิ่นนานเขาถึงได้กล่าวว่า “เทียบกับท่านแล้วหัวสมองนี้ของข้าเหมือนทำมาจากก้อนหินก็มิปาน”
เฉินวั่งซูหัวเราะ “ท่านไม่ต้องน้อยเนื้อต่ำใจไป เนื่องจากหม่อมฉันทอดสายตามองดูแล้ว ทั่วทั้งโลกล้วนมีแต่มนุษย์หิน เฮ้อ คนฉลาดล้วนเงียบเหงาวังเวงแล้ว”
“ยอดดวงใจ เช่นนั้นข้าก็เป็นมนุษย์หินเช่นกันหรือ”
เฉินวั่งซูตบบ่าเหยียนเจวี๋ย กะพริบตาใส่เขา “ท่านย่อมจะเป็นมนุษย์หินที่งดงามที่สุด”
องค์ชายสี่ได้ยินกลับร้องไห้ขึ้นมา เริ่มจากสะอื้นเบาๆ ต่อมาก็เริ่มร้องไห้คร่ำครวญ