บนตั่งหญิงงามในห้องนอน เด็กสาววัยกำดัดสวมเพียงเสื้อคลุมโปร่งบางสีเหลืองอ่อนขนห่านทับเสื้อตัวในสีขาวน้ำนม ใต้แพรเนื้อบางเบาราวม่านหมอกคือลาดไหล่และลำคอนวลเนียน ทรวงอกตูมเต่ง เส้นโค้งเว้าบนเรือนร่างมีเนื้อมีหนังชวนมอง
เหนือขึ้นไปคือเรือนผมดำขลับเป็นมันเงาดุจเส้นไหม ดวงหน้ารูปไข่ขาวผ่องเกลี้ยงเกลาประหนึ่งหยก เรียวคิ้วดำเข้ม กลีบปากสีแดงชาด งดงามราวกับเทพธิดาแห่งแดนสวรรค์ ประหนึ่งภาพวาดอย่างไรอย่างนั้น
กู่อวี่มองอย่างตะลึงลานจนฝีเท้าลนลานไปหมด นางรีบเดินไปที่ข้างตั่ง แล้วประคองถ้วยชาส่งให้อย่างไม่คล่องแคล่วนัก “ท่านหญิง เชิญดื่มชาเจ้าค่ะ”
กำไลต้นแขนกระทบกันเสียงดังกรุ๊งกริ๊งกังวานใส มือเรียวยาวทว่ามีน้ำมีนวลข้างหนึ่งยกขึ้นรับถ้วยชาอย่างเกียจคร้าน
กู่อวี่แอบเหลือบตาขึ้นมองตามข้อมือขาวผ่องราวกับหิมะข้างนั้น
คนบนตั่งหลุบเนตรงามดุจเมล็ดซิ่งของตนลงต่ำ ใบหน้าดูอิดโรย หลังบ้วนปากเสร็จก็ยกมือขึ้นกุมขมับอีกครั้ง ท่าทางเนือยชาเกียจคร้านขณะให้สาวใช้ที่อยู่ข้างหลังหวีผม ท่าทางเหมือนมีเหตุให้ไม่สบอารมณ์
เทพธิดาก็มีเรื่องรำคาญใจเหมือนกันหรือนี่
กู่อวี่รับจานรองถ้วยชากลับมาพลางคิดอย่างฉงนใจ ชั่วขณะที่เผลอใจลอย ถ้วยชาก็พลิกหกไปทางตั่ง
นางสูดลมหายใจเฮือก ยังไม่ทันได้ขอรับโทษก็ได้ยินเสียงร้องซี้ด…
พอหันไปมองก็เห็นสาวใช้ผู้ทำหน้าที่สางผมถือหวีซี่ถี่คุกเข่าลงกับพื้น “บะ…บ่าวซุ่มซ่าม…ทำหวีดึงผมท่านหญิงเข้า ท่านหญิงโปรดอภัยด้วยเจ้าค่ะ!”
สาวใช้ทั้งห้องตัวแข็งทื่ออยู่กับที่อย่างพร้อมเพรียงกัน ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ได้แต่เหลือบมองกันไปมา สุดท้ายก็ทิ้งตัวลงคุกเข่าคนแล้วคนเล่าเรียงกัน “ท่านหญิงโปรดอภัยด้วยเจ้าค่ะ!”
เจียงจื้ออีมุ่นหัวคิ้วพลางร้องซี้ดเบาๆ ขณะใช้ส่วนบนของฝ่ามือกดกระหม่อมที่เจ็บแปลบ แพขนตาดกดำหลุบลงช้าๆ แล้วหลับตาถอนหายใจเมื่อเห็นคราบน้ำบนชายกระโปรง
ไม่รู้เพราะเหตุใดนางถึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีสาวใช้คล่องงานให้เรียกใช้แม้แต่คนเดียวเช่นนี้ได้
พูดไปพูดมาก็ต้องโทษหนังสือเรื่องเล่าเล่มนั้นนั่นล่ะ
อากาศในฤดูเหมันต์ทั้งหนาวและแห้ง เจียงจื้ออีไม่ชอบออกไปตากลมข้างนอก ช่วงก่อนหน้านี้นางรู้สึกเบื่อหน่ายที่อยู่ว่างๆ เมื่อเห็นหีบหนังสือที่ร้านหนังสือซันอวี๋ส่งมาเอาใจมี ‘ตำนานอีอี’ ซึ่งนางเอกของเรื่องชื่อออกเสียงแบบเดียวกับนาง ดูท่าจะดวงสมพงศ์กัน นางจึงหยิบมาอ่านอย่างไม่คิดมาก
อันที่จริงเนื้อเรื่องไม่นับว่าแปลกใหม่ เพราะเป็นเรื่องราวความรักของหญิงสาวในเมืองหลวงผู้หนึ่งที่ต้องมาอาศัยชายคาญาติตนเอง
เปิดฉากมาก็บรรยายว่าหญิงสาวผู้นั้นสูญเสียบุพการีทั้งคู่ เคว้งคว้างไร้ที่พึ่งพิง ต้องมาอาศัยอยู่กับญาติ เป็นเหตุให้ได้พบกับชายหนุ่มรูปงามในเรือนหลังใหญ่ แล้วรักเขาอย่างหมดใจตั้งแต่แรกเห็น…
ความจริงเจียงจื้ออีเบื่อหน่ายเรื่องราวความรักระหว่างลูกพี่ลูกน้องเช่นนี้เสียเต็มประดาแล้ว
เพราะตัวนางเองก็อยู่ในฐานะญาติ สูญเสียทั้งบิดาและมารดาไปตั้งแต่อายุได้เจ็ดขวบ จากนั้นผู้เป็นลุงก็รับตัวมาเลี้ยงดูในจวนหย่งเอินโหว