นับแต่วันนั้นเจียงจื้ออีไม่เคยได้หลับเต็มตื่นแม้แต่คืนเดียว หลับไปทีไรเป็นต้องฝันว่ามีคนย่องเข้าเรือนในยามวิกาลแล้วใช้กรรไกรตัดผมตนไป
ภาพฝันสมจริงเหลือคณา ทุกคราวคนที่ลงมือล้วนเป็นบ่าวรับใช้ใกล้ชิด ไม่แปลกที่เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วนางไม่อาจเรียกใช้ใครอย่างสบายใจได้เลย
นางไล่สาวใช้ประจำตัวที่มีอยู่แต่เดิมไปนอกเรือนทั้งหมด แล้วให้จิงเจ๋อไปสืบมาให้แจ้งว่าเส้นผมของนางตกอยู่ในมือบุรุษคนใดในจวนจริงหรือไม่
เพิ่งคิดมาถึงตรงนี้เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น จิงเจ๋อกลับมาแล้ว “ท่านหญิง ของที่ท่านหญิงต้องการส่งมาแล้วเจ้าค่ะ”
เจียงจื้ออีหยัดตัวตรง ก่อนจะโบกมือ
สาวใช้ที่คุกเข่าอยู่บนพื้นเป็นทิวแถวถอยออกจากห้องอย่างสงบเสงี่ยม
จิงเจ๋อหับประตูเข้าหากัน ไม่ทันได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้นก็รีบยื่นลูกตุ้มบรรจุเครื่องหอมลายบุปผาสกุณาสีทองอร่ามไปให้ “ลูกกำยานของคุณชายใหญ่เจ้าค่ะ”
เจียงจื้ออีปรายตามองของสิ่งนั้น แล้วหยิบแพรพกมาคลุมฝ่ามือ ก่อนจะรับของมา
หากไม่ใช่เพราะอยากตรวจดูให้รู้แจ้ง ไม่มีเสียหรอกที่นางจะยอมสัมผัสของที่ญาติผู้พี่ผู้นี้พกติดตัว
พี่ชายใหญ่ของนางเป็นบุตรชายภรรยาเอกเพียงหนึ่งเดียวในจวน ป่วยกระเสาะกระแสะมาตั้งแต่เด็ก ป้าสะใภ้เลี้ยงดูอย่างพะเน้าพะนอตามใจมาจนโต เคยไปเล่าเรียนหนังสืออยู่ไม่เท่าไร วันๆ หากไม่ขลุกอยู่ในบ่อนพนันก็ไปเตร็ดเตร่ดื่มสุราตามหอคณิกา ยังไม่ทันถึงวัยครอบเกี้ยว ก็เกลือกกลั้วอบายมุขมาทุกรูปแบบ
สองสามปีก่อนถึงขั้นมีหญิงคณิกานางหนึ่งบุกมาถึงจวน ร่ำไห้ฟูมฟายว่าตั้งครรภ์บุตรของพี่ชายใหญ่ เรียกร้องขอสถานะจนกลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต
แน่นอนว่าสุดท้ายหญิงคณิกาผู้นั้นหาได้แต่งเข้าจวนไม่ เพราะป้าสะใภ้เล็งเห็นข้อดีข้อเสีย รู้ว่าหากเก็บเด็กไว้ ยากยิ่งที่พี่ชายใหญ่จะได้แต่งงานกับสตรีจากตระกูลสูงศักดิ์ในภายภาคหน้า จึงบังคับให้หญิงคณิกาทำแท้งแล้วไล่ไปให้พ้นจากเมืองหลวง ตามล้างตามเช็ดปัญหาให้บุตรชายอย่างรวดเร็วฉับไว
พี่ชายใหญ่ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด เขาทำตัวสงบเสงี่ยมได้ไม่กี่วันก็ออกเที่ยวหอคณิกาดังเดิม
ต่อมามีอยู่ครั้งหนึ่งเจียงจื้ออีเจอพี่ชายใหญ่เข้าโดยบังเอิญ ได้ยินอีกฝ่ายคุยกับสหายกินเที่ยวของตนอย่างออกรสเรื่องยาดองสุราที่ดื่มแล้วมีความสุขราวกับขึ้นสวรรค์และรสชาติที่ทำให้คนอ่อนระทวยไปทั้งร่าง…
พอมองรูปโฉมของพี่ชายใหญ่ที่เบ้าตาลึกโหล ใต้ตาดำคล้ำดูสกปรก นับแต่นั้นมาแค่จะเหลือบมองอีกฝ่ายเจียงจื้ออียังกลัวสกปรกสายตาเลย
เมื่อวานจิงเจ๋อเล่าให้ฟังว่าระยะนี้คุณชายใหญ่พกลูกกำยานติดตัวตลอดเวลา นางยังรู้สึกว่าไม่น่าเป็นไปได้
หากไม่ฟั่นเฟือนไปเสียก่อนจนไม่รู้จักสำเหนียกตัว พี่ชายใหญ่จะกล้าใช้วิธีการเยี่ยงนี้กับนางได้อย่างไร
ขนาดทั้งเมืองหลวงมีบุรุษสูงศักดิ์เพียบพร้อมรอให้นางเลือกอยู่มากมายก็ยังไม่มีผู้ใดเข้าตานางแม้แต่คนเดียว หากจู่ๆ นางหลงใหลบุรุษพรรค์นี้ที่พาออกไปพบปะผู้คนไม่ได้ขึ้นมา ใครก็ต้องดูออกทั้งนั้นว่านางถูกคุณไสย!
เมื่อเป็นเช่นนั้นก็เท่ากับว่าคุณไสยนี้ถูกเปิดโปงโดยไม่ต้องทำอะไรเลยไม่ใช่หรือไร
แม้พี่ชายใหญ่จะหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ ทั้งยังนิสัยไม่ดี แต่ก็คงไม่เลวร้ายไปหมดทุกอย่างจนกระทั่งโง่เขลาเบาปัญญาด้วยหรอกกระมัง
นางคิดพลางเปิดสลักลูกกำยานออก พอเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในก็รีบโยนลูกกำยานนั้นทิ้งโดยพลัน
จิงเจ๋อสะดุ้งเฮือก เบิกตากว้างมองสิ่งที่หลุดออกมาจากลูกกำยาน “นี่มัน!”
เจียงจื้ออีใช้แพรพกเช็ดมืออย่างเอาเป็นเอาตาย กลีบปากแดงระเรื่อพะเยิบพะยาบอยู่หลายครั้งกว่าจะส่งเสียงออกมาได้ “จะ…เจ้าโง่นี่สติวิปลาสไปแล้วจริงๆ!”