จงซื่อดวงตาวาววับ ปั้นยิ้มชี้ไปทางบุตรชาย “ก็เรื่องนี้ล่ะที่ทำให้ถูกป้าบ่น! วันนี้พี่ชายเจ้าออกไปข้างนอกแล้วทำยันต์อยู่เย็นเป็นสุขที่ป้าไปขอมาให้เมื่อเดือนก่อนหาย แล้วไม่รู้ว่าทำหล่นหายที่ใดเสียด้วย เลยต้องเรียกคนมาช่วยกันหาให้ทั่ว!”
“แค่ยันต์อยู่เย็นเป็นสุขแผ่นเดียว ทำหล่นหายก็ไปขอมาใหม่ได้นี่เจ้าคะ”
“ยันต์แผ่นนี้กว่าจะขอจากเจี้ยนเวยเทียนซือ มาได้ลำบากยากเย็นนัก ขอมาอีกแผ่นไม่ได้หรอก” จงซื่อชำเลืองมองบุตรชายเป็นเชิงตำหนิ
ฟางจงหมิงเอ่ยเสริม “ใช่ๆๆ น้องหญิงยังจำได้หรือไม่ สมัยที่ท่านย่าของพวกเรายังมีชีวิตอยู่ก็นับถือเจี้ยนเวยเทียนซือมาก…”
“ท่านย่าของพวกเรา?” เจียงจื้ออีทำหน้าบึ้งตึง “ท่านย่าของข้าคือติ้งอันต้าจ่างกงจู่พี่ชายใหญ่พูดถึงผู้ใดกันเล่า”
“พูดจาส่งเดชอะไรของเจ้า!” จงซื่อที่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันถลึงตามองบุตรชาย ก่อนจะหันมายิ้มเอาใจเจียงจื้ออี “ปากพี่ชายเจ้าก็เป็นเช่นนี้เอง อย่าไปฟังเลย”
“เช่นนั้นในเมื่อให้ความสำคัญกับยันต์อยู่เย็นเป็นสุขนักหนา ก็ควรพกติดตัวสิเจ้าคะ เหตุใดท่านป้าสะใภ้ถึงได้บอกให้พี่ชายใหญ่เก็บไว้เล่า”
“ก็เทียนซือบอกว่าต้องพกติดตัวให้ครบสามสิบวันค่อยเก็บ ถึงจะมีพลังช่วยคุ้มครองให้ปลอดภัยแข็งแรง” จงซื่ออธิบาย
ครั้นเห็นมือเล็กที่กำลังปาดฟองชาชะงัก จงซื่อถาม “มีอะไรหรือ”
“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ” เจียงจื้ออีบีบถ้วยชาที่ถืออยู่แน่นขึ้นทีละน้อย ก่อนจะวางลงบนโต๊ะเล็ก “แค่รู้สึกว่ามีวิธีการหยุมหยิมชอบกล ลำบากพี่ชายใหญ่แล้ว”
ความเกร็งเครียดของฟางจงหมิงมลายหายไปทันที เปลี่ยนเป็นเลิกคิ้วอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง “เห็นหรือไม่ขอรับ แม้แต่น้องหญิงยังมองว่าหยุมหยิม ลูกถึงได้บอกอย่างไรเล่าว่ายิ่งพกยันต์ยิ่งปลอดภัย ไม่แน่ว่าพกนานกว่ากำหนดอีกหน่อยไม่เพียงจะปลอดภัยแข็งแรง ยังจะมีดวงเรื่องคู่ครอง ได้กอดหญิงงามกลับเรือนด้วย!”
จงซื่อมองเขาอย่างแค้นเคือง “หากมีเวลาพูดจาเหลวไหลไม่เข้าเรื่องก็รีบไปหายันต์กลับมาให้ได้ดีกว่า!”
“ฉวยโอกาสที่ท่านโหวไปทำงานทางใต้…สองแม่ลูกนั่นเหมือนเป็นบ้าไปแล้ว!” จวบจนตามเจ้านายกลับมาที่หอเหยากวงแล้ว จิงเจ๋อก็ยังรู้สึกอึ้งตะลึงไม่หาย
ตอนแรกนางยังไม่เชื่อว่าโลกเราจะมีคุณไสยเยี่ยงนี้ แต่จากที่ท่านหญิงไปหยั่งเชิงเมื่อครู่ก็แน่ใจได้แล้วว่าไม่เพียงเรื่องคุณไสยจะเป็นความจริง ซ้ำคุณไสยดังกล่าวยังถูกใช้จนครบกำหนดหนึ่งเดือนเต็ม กำลังจะสัมฤทธิผลอยู่รอมร่อ
หากเป็นตามที่หนังสือบอก นับแต่นี้ไปท่านหญิงจะค่อยๆ ลุ่มหลงคุณชายใหญ่ แล้วร่วม…
เจียงจื้ออีเองก็คิดมาถึงตรงนี้พอดีเช่นกัน นางจำได้ว่าในหนังสือใช้คำว่า ‘เสพสมภิรมย์รัก’ นางถึงกับต้องยกมือกุมท้อง จู่ๆ ก็รู้สึกขยักขย้อนขึ้นมาทันที
จิงเจ๋อกุลีกุจอรินชาร้อนๆ ให้ นางอยากด่าออกมาสักหน่อย แต่รู้สึกว่าคำด่าใดก็ไม่สาแก่ใจทั้งนั้น
แม้หลายปีที่ผ่านมาท่านหญิงจะอาศัยชายคาจวนโหว แต่ก็มีทรัพย์สมบัติที่หนิงกั๋วกงทิ้งไว้ให้คอยค้ำจุน ไม่เคยต้องพึ่งพาเงินของจวนโหวแต่อย่างใด
แต่เพราะท่านหญิงมีสายเลือดราชวงศ์ ซ้ำสมัยยังมีชีวิตอยู่หนิงกั๋วกงได้สร้างคุณงามความดีเอาไว้ หลายปีมานี้รายรับจึงหลั่งไหลเข้าสู่จวนโหวมากมาย หน้าที่การงานของท่านโหวก็เป็นเสมือนนาวาที่ลอยสูงเพราะได้น้ำหนุน
อีกประการหนึ่งในทุกปีหอเหยากวงได้รับเพชรนิลจินดาและแพรพรรณเหลือคณานับ หากญาติพี่น้องสตรีในจวนมองชิ้นใดนานสักหน่อย ท่านหญิงเป็นต้องกระดกปลายคางยกให้ทุกครั้งไป