บางคนจับทางได้ว่าท่านหญิงใจกว้าง ด้วยคร้านจะจุกจิกหยุมหยิมกับผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ การคิดคำนวณว่าจะสูบเลือดท่านหญิงอย่างไรให้สมกับบุญคุณที่เลี้ยงดูจึงหนักข้อขึ้นทุกปี จนมาตอนนี้ถึงขั้นหมายจะได้แม้แต่ตัวท่านหญิงเลยทีเดียว!
จิงเจ๋อเอ่ยขึ้น “ท่านหญิง พวกเราเผาของต่ำช้าในลูกกำยานทิ้งเถิดเจ้าค่ะ ดูซิว่าคุณไสยนี้จะยังสำแดงฤทธิ์ได้อย่างไรอีก”
พอได้จิบชาร้อนๆ ไปหนึ่งถ้วย ไอหนาวเย็นก็ค่อยคลายลงบ้าง เจียงจื้ออีขมวดคิ้วโบกมือให้คนสนิทจัดการตามที่เสนอ
ทว่าพอเห็นผมถักถูกจ่อเข้ากับเปลวเทียน นางก็เอะใจขึ้นมา “ช้าก่อน”
เผาทิ้งไปทั้งอย่างนี้มิเท่ากับว่ากลายเป็นเถ้าก็ต้องอยู่ด้วยกันหรอกหรือ
ขออย่าให้ข้าต้องแยกจากของโสมมเช่นนี้ไม่ได้แม้ตัวตายเลย!
เจียงจื้ออีห้ามจิงเจ๋อไว้ ก่อนให้อีกฝ่ายนำผมถักไปเก็บเป็นอย่างดีไว้ชั่วคราวก่อน แล้วนึกขึ้นได้ว่าบางทีหนังสือเรื่องเล่าอาจเขียนวิธีแก้ไว้ นางจึงหยิบ ‘ตำนานอีอี’ เล่มนั้นออกจากหีบหนังสือมาดูอีกครั้ง
ในหนังสือกล่าวว่าหลังจากที่คุณไสยของป้าสะใภ้ครบกำหนด สถานการณ์ระหว่างอีอีกับชายคนรักได้พลิกผันอย่างรวดเร็ว…
จู่ๆ ก็มีรายงานด่วนจากชายแดน คนรักของอีอีเป็นคนของแม่ทัพ ต้องเร่งรุดไปต้านศึกที่แนวหน้า เป็นเหตุให้ต้องแยกจากอีอีอย่างจำใจ
ป้าสะใภ้ดีใจจนเนื้อเต้น รีบฉวยโอกาสหารือเรื่องจัดงานมงคลสะเดาะเคราะห์กับบุตรชาย
อีอีแอบได้ยินบทสนทนาของสองแม่ลูกโดยบังเอิญ เลยได้รู้ว่าครอบครัวนี้ชั่วช้าสามานย์เพียงใด แต่เนื่องจากต้องอาศัยชายคาของฝ่ายตรงข้าม อีอีจึงไม่กล้าฉีกหน้ากันอย่างโจ่งแจ้ง ได้แต่เสาะหานักพรตฝีมือดีเงียบๆ แล้วขอคำชี้แนะว่าจะแก้คุณไสยได้อย่างไร
นักพรตตอบว่าวิธีแก้นั้นไม่ยาก ขอเพียงนางใช้อาวุธคมกริบแกร่งกล้าที่มีไอหยางสูงตัดผมถักนั่นเป็นใช้ได้
อีอีฟังแล้วคิดกับตนเอง คนรักของข้าไปออกรบพอดีเลยไม่ใช่หรือ ไว้เขากลับมาพร้อมชัยชนะเมื่อไร กระบี่ประจำตัวที่ได้อาบเลือดกลางสมรภูมิของเขาจะเป็นอาวุธวิเศษสำหรับข้า ความรักของเขาและข้าแข็งกล้ายิ่งกว่าเหล็กกล้า ก่อนถึงเวลานั้นข้าจะต้องมั่นคงในความรู้สึก ไม่มีวันทรยศเขาเป็นอันขาด!
“…”
เจียงจื้ออีเหลือบตาขึ้นมองเรือนอันงามหรูของตน
แก้วแหวนเงินทองที่แข็งกล้ายิ่งกว่าเหล็กนางมีอยู่นับไม่ถ้วน ทว่าชายคนรักที่มีความรู้สึกแข็งกล้ายิ่งกว่าเหล็กนั้นเกรงว่าจะยังไม่ลืมตาดูโลก แล้วจะให้นางหาใครมามั่นคงต่อความรู้สึกด้วยเล่า อีกทั้งจะให้ไปขออาวุธที่ได้อาบเลือดกลางสมรภูมิจากผู้ใด
นางครุ่นคิดพลางพลิกหน้าหนังสือไปเรื่อยๆ
นักพรตในหนังสือมิได้ชี้แนะอะไรมากไปกว่านั้น และเรื่องราวตอนหลังก็ไม่ได้กล่าวถึงคุณไสยอีก เล่าเพียงว่าหลังชายคนรักจากไป อีอีก็ทุกข์ระทมด้วยความคิดถึงจนใจแทบขาดรอน เฝ้ารอข่าวชัยชนะจากชายแดนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
หน้าหนังสือที่เหลือบางลงทุกขณะ แต่การศึกที่ชายแดนยังไม่สิ้นสุดเสียที ยิ่งเจียงจื้ออีพลิกหน้าถัดไปเร็วขึ้นเท่าไรก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบมาพากลมากเท่านั้น
จวบจนอ่านรวดเดียวถึงหน้าสุดท้ายก็เห็นตัวหนังสือเล็กๆ เด่นหราอยู่บนหน้ากระดาษ…
‘จบเล่มต้น หากใคร่ทราบว่าเรื่องราวถัดจากนี้เป็นเช่นไร โปรดติดตามเล่มต่อไป’