จิงเจ๋ออ่านเจตนาของเจ้านายได้ “เช่นนั้นในค่ายนี้พอจะมีที่ให้พักรอบ้างหรือไม่”
“เอ่อ…ท่านหญิงเองก็เห็น ยังไม่ได้กางกระโจมในค่ายกันเลยขอรับ”
“ตรงนั้นมีกระโจมที่กางเสร็จแล้วไม่ใช่หรือ” จิงเจ๋อชี้ไปทางด้านหลังของอีกฝ่าย
“นั่นเป็นกระโจมของแม่ทัพน้อย เกรงว่าคงไม่เหมาะเท่าใดนัก”
“อากาศหนาวเย็น ต่อให้แม่ทัพน้อยของพวกท่านอยู่ในค่ายก็ต้องเชิญท่านหญิงของพวกเราเข้าไปพักในกระโจมให้ตัวอุ่น ท่านเอาแต่ขัดขวางเช่นนี้ หากท่านหญิงตัวเย็นจนป่วยไข้ขึ้นมาจะรับผิดชอบไหวหรือไม่”
“แต่…”
ปึ้ก! เสียงดังขึ้นเบาๆ มู่ซินหงสะดุ้งโหยงแล้วชะงัก ก่อนจะคลำบั้นเอวที่ถูกก้อนหินขว้างใส่พร้อมค่อยๆ หันไปมอง
“ข้อนี้…” รองแม่ทัพมองรอยแยกของประตูกระโจมอย่างหยั่งเชิง “ดูเหมือนจะรับผิดชอบไม่ไหว?”
เจียงจื้ออี “?”
ของเช่นนี้ต้อง ‘ดูเหมือน’ ด้วยหรือ
บรรยากาศมีแต่ความเงียบงันอยู่ครู่หนึ่ง มู่ซินหงก็รีบหันกลับมาค้อมกายผายมือเชื้อเชิญ “รับผิดชอบไม่ไหวขอรับ รับผิดชอบไม่ไหว เชิญท่านหญิงตามผู้น้อยมาทางนี้”
เจียงจื้ออีก้าวไปข้างหน้า เมื่อมู่ซินหงแหวกประตูกระโจมให้ นางก็หยุดยืนกวาดตามองจากตรงหน้าประตู
กระโจมพักแรมหกเหลี่ยมขึงม่านแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งที่อยู่ด้านในมองไม่เห็น คาดว่าคงเป็นที่ตั้งเตียงนอน ส่วนฝั่งที่อยู่ด้านนอกมีโต๊ะ ถาดทราย ราวแขวนอาวุธ และ…
พอเห็นฐานวางกระบี่ไม้ดำที่วางแยกออกมาโดดๆ ข้างราวแขวนอาวุธ สายตาของนางก็หยุดนิ่งแล้วเหลือบมองสาวใช้คนสนิท
จิงเจ๋อรีบขมวดคิ้วใส่มู่ซินหงทันที “เหตุใดกระโจมใหญ่ถึงได้หนาวเย็นเช่นนี้ แม้แต่กระถางไฟในกระโจม แม่ทัพน้อยของพวกท่านก็ยังไม่มีหรือ”
“แม่ทัพน้อย…” มู่ซินหงมองม่านในกระโจมพลางตอบว่า “ไม่ขี้หนาว”
“แต่ท่านหญิงของพวกเราขี้หนาว อย่างน้อยก็ควรมีชาร้อนให้กระมัง”
“ผู้น้อยจะสั่งให้คนไปเตรียมเดี๋ยวนี้” รองแม่ทัพไปสั่งการพลทหารที่หน้าประตู ก่อนจะกลับเข้ามาในกระโจมอย่างรวดเร็ว เหมือนต่อให้ฟ้าผ่าก็จะเฝ้าอยู่ตรงนี้ไม่ไปที่ใด
เจียงจื้ออีจ้องมองอีกฝ่ายผ่านหมวกม่านแพร
ไม่รู้ว่าเสิ่นหยวนเช่อว่าร้ายนางให้ผู้ใต้บังคับบัญชาฟังไว้อย่างไรบ้าง คนพวกนี้ถึงได้ระแวงราวกับนางเป็นขโมยอย่างนั้น คนที่อยู่บนกองเงินกองทองเยี่ยงนางยังต้องมาขโมยเศษเหล็กไร้ราคาพวกนี้ของเขาด้วยหรือ
นางคิดอย่างพยายามข่มใจทน แล้วโบกมือให้จิงเจ๋อ ก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน
สาวใช้คนสนิทเดินตามมาจนถึงตรงหน้าผู้เป็นนาย ตะแคงหูฟังอยู่สักพักก็พยักหน้า
มู่ซินหงเห็นสตรีสวมหมวกม่านแพรผู้นั้นแล้วเหงื่อกาฬแตกพลั่ก ถึงกับต้องยกมือขึ้นปาดเหงื่อเย็นๆ บนหน้าผาก