บทที่ 5
“?”
เขาไม่ตื่นเกร็งลนลานแต่อย่างใด น้ำเสียงราบเรียบผ่อนคลาย นิ่งคิดอย่างตั้งใจจริง
ทำให้ชั่วขณะหนึ่งเจียงจื้ออีนึกสงสัยว่าตนตัดสินจากหนังหน้าฝ่ายตรงข้ามด้วยความอคติเกินไปหรือไม่ พอสงบสติอารมณ์ได้แล้ว นางจึงปะติดปะต่อบทสนทนาเมื่อครู่นี้เข้าด้วยกันอีกครั้ง
‘สิ่งที่ข้าหมายตาก็คือเจ้า…’
‘ผู้น้อย?’
‘ข้อนี้…เกรงว่าผู้น้อยคงมอบให้ท่านหญิงไม่ได้’
ควรแล้วที่นางจะใช้อคติมาตัดสินหนังหน้าที่หนาราวกับกำแพงเมืองจนม้าวิ่งได้ของฝ่ายนั้น!
“ข้า…” นางยกมือชี้ไปข้างกระโจมด้วยตัวสั่นเทิ้ม “ข้าหมายตา ‘เจ้ากระบี่’ นั่นของเจ้าต่างหาก! กระบี่ของเจ้า!”
เสียงสวบสาบดังขึ้นจากทางด้านหลังอีกครั้ง เสิ่นหยวนเช่อลุกขึ้นมาสวมเสื้อคลุม ผูกแถบรัดเอว ใส่สนับข้อมืออย่างไม่เร่งร้อน แล้วจึงเดินมาหา “เมื่อครู่ท่านหญิงเพิ่งจะบ่นว่ามันเหม็นมิใช่หรือ”
“เหม็นแล้วบ่นไม่ได้หรือไร”
“บ่นได้” เขาเดินไปที่โต๊ะ ยกเก้าอี้กุหลาบที่นางพกมาด้วยออกไปให้พ้นทาง “แต่ผู้น้อยจะไม่ยกกระบี่ให้ท่านหญิงก็ได้นี่”
ปากเรียกตนเอง ‘ผู้น้อย’ อย่างนั้น ‘ผู้น้อย’ อย่างนี้ แต่ทำตัวสมเป็นผู้น้อยตรงที่ใดกัน
เจียงจื้ออีเม้มปากสะกดอารมณ์ แล้วหันไปมองกระบี่เล่มนั้นอีกครั้ง
กระบี่นอนนิ่งอยู่ในฝักบนฐานวางกระบี่ไม้ดำ ฝักกระบี่ส่องประกายเย็นเยียบ ทอรัศมีสีเงินเหลือบสีเขียว แกะสลักลวดลายวิจิตรประณีต หัวด้ามฝังหยกดำจากทะเลทรายเกอปี้* เนื้อดี…เท่าที่ดูเข้าทีกว่าพวกเศษเหล็กผุๆ ราคาถูกจริงๆ
ในเมื่อเสียหน้าและถูกทำให้โมโหไปแล้ว วันนี้นางจะต้องเอากระบี่เล่มนี้มาใช้งานให้จงได้
เสิ่นหยวนเช่อนั่งลงบนเก้าอี้ตนเอง ยกถ้วยชาที่พลทหารเตรียมมาให้เจียงจื้ออีขึ้นมาพลางทอดสายตามองนางเรียบๆ คล้ายรอให้นางสะบัดแขนเสื้อหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกไป
เด็กสาวมองตอบอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเย็นชา ประสานสายตากันพลางยกมือไพล่หลัง ทำมือส่งสัญญาณให้คนสนิท
จิงเจ๋อที่ตั้งสติจากเหตุน่าตกใจได้แล้วค่อยๆ ล้วงบางอย่างจากในแขนเสื้อมาวางลงบนมือนาง
จากนั้นก็เห็นเจ้านายยื่นนิ้วออกจากใต้แขนเสื้อสามนิ้ว
สองนิ้ว
หนึ่งนิ้ว
จิงเจ๋อหันขวับไปดึงกระบี่ออกจากฝัก
เจียงจื้ออีหมุนตัวหันหลังพร้อมกดผมถักที่จับไว้มั่นลงบนคมกระบี่
ถ้วยชาที่ยกขึ้นจรดริมฝีปากเสิ่นหยวนเช่อถูกขัดจังหวะให้ชะงักค้าง
เด็กสาวมองผมถักในมือขาดออกเป็นสองท่อนแล้วพรูลมหายใจยาวเหยียด นางส่งผมสองท่อนนั้นให้จิงเจ๋อในมุมที่คนข้างหลังมองไม่เห็น จากนั้นก็สะบัดมือ หันกลับมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ตอนนี้แม้แต่กระบี่ของเจ้า ข้าก็ยังไม่ชายตาแล”
พูดจบนางก็ผงกศีรษะให้เป็นเชิงลา ดึงม่านแพรคลุมหมวกลงมา แล้วหมุนตัวเดินออกจากกระโจมใหญ่
“…”
เสิ่นหยวนเช่อถือถ้วยชาค้างในท่าเดิม มองกระบี่ที่ยังไม่ถูกดันกลับเข้าฝัก จากนั้นสายตาก็ค่อยๆ เลื่อนออกมา แล้วกะพริบตาปริบๆ มองผมสองเส้นที่พลิ้วตัวอ้อยอิ่งลงมากลางอากาศ