กลุ่มทหารใหม่ที่ยังอายุน้อยลากร่างที่แทบแยกจากกันเป็นส่วนๆ ออกจากลานฝึกซ้อมภายใต้ผืนฟ้ารัตติกาล พอเหลือบไปเห็นแม่ทัพน้อยที่ยืนอยู่เบื้องบนมองกราดลงมาด้วยสายตาเย็นเยียบ ไม่รู้คิดอยากจับใครให้อยู่ฝึกต่อหรือไม่ ทุกคนก็ก้มหน้างุด เร่งฝีเท้าเดินเร็วขึ้นราวกับติดปีกบิน
หยวนเช่อแค่นหัวเราะ กำลังคิดจะให้พวกที่เผ่นหนีเร็วกว่าใครอยู่ฝึกต่อ ก็พลันเห็นทหารที่ทิ้งไว้ให้เฝ้าอยู่ที่จวนวิ่งหน้าตั้งขึ้นมาบนยกพื้น แล้วรายงานอย่างเร่งร้อน “เรียนแม่ทัพน้อย ครึ่งชั่วยามก่อนฮูหยินน้อยออกไปเดินเที่ยวตลาดกลางคืนกับแม่นางเผยขอรับ!”
“ปล่อยให้นางทำตามใจชอบ ขอเพียงมีองครักษ์ติดตามไปก็พอ” เขาหันกลับไปชี้นิ้วหมายเรียกทหารต่อ มิได้ใส่ใจนัก
“ซานชีตามไปอารักขาฮูหยินน้อยแล้วขอรับ แต่…” พลทหารตอบอย่างลังเล “แต่คุณชายเผยตามมาอารักขาแม่นางเผยด้วยเช่นกัน ยังจะปล่อยให้ฮูหยินน้อยทำตามใจชอบอยู่หรือไม่ขอรับ”
“…” นิ้วที่กำลังจะชี้เรียกทหารงอกลับมา หยวนเช่อหมุนตัวลงจากยกพื้นทันที
มู่ซินหงที่อยู่ข้างหลังตะโกนถามให้แน่ใจ “แม่ทัพน้อย ไม่ฝึกทหารแล้วหรือขอรับ!”
“ให้ทุกคนแยกย้ายได้!” แม่ทัพหนุ่มเดินลิ่วๆ ลงจากยกพื้น แล้วตวัดตัวขึ้นหลังม้า
หากยังไม่แยกย้าย ครอบครัวข้านี่ล่ะที่จะแยกไปคนละทิศละทาง
เวลาเดียวกัน บนถนนในตลาดกลางคืนของเมืองกูจัง เจียงจื้ออีกำลังคล้องแขนเผยเสวี่ยชิงเดินหัวเราะพูดคุยกันไปตามทาง
ค่ำวันนี้เผยเสวี่ยชิงมาที่จวนสกุลเสิ่นเพื่อถามนางว่าได้รับจดหมายที่หย่งเอินโหวส่งมาหรือไม่ ที่แท้ท่านลุงเห็นว่านางไหว้วานให้เผยจื่อซ่งเขียนจดหมายแทน ก็นึกระแวงว่าหยวนเช่อจะดักจดหมาย จึงเขียนส่งมาให้เผยจื่อซ่งอีกฉบับหนึ่ง ประการแรกเพื่อแสดงความซาบซึ้งที่เขาช่วยส่งจดหมายให้ ประการที่สองเพื่อขอให้เขาช่วยยืนยันว่านางได้รับจดหมายตอบกลับของตนหรือไม่
เจียงจื้ออีเห็นว่าเผยเสวี่ยชิงอุตส่าห์มาเยือนด้วยเรื่องนี้โดยเฉพาะและประจวบเหมาะกับได้เวลาอาหารพอดี จึงชักชวนอีกฝ่ายให้อยู่กินอาหารเย็นก่อน หลังอาหารเย็นผ่านพ้น เดิมทีนางตั้งใจจะให้คนไปส่งเจ้าตัวกลับโรงเตี๊ยมเลย แต่นึกได้ว่าทางไปโรงเตี๊ยมต้องผ่านตลาดกลางคืนพอดี จึงตัดสินใจออกมาด้วยกัน
ระหว่างทางก็พบกับเผยจื่อซ่งที่มารับน้องสาว เลยกลายเป็นเดินตลาดด้วยกันสามคน
เพราะสัมผัสได้ถึงสายตาแสนจะซับซ้อนที่มองมาจากทางด้านหลัง เจียงจื้ออีจึงหันไปมองเผยจื่อซ่ง
เผยเสวี่ยชิงปิดปากสนิทเรื่องความลับของสกุลเสิ่น กระทั่งบิดาและพี่ชายยังไม่บอกให้รู้ เผยจื่อซ่งอ่านสีหน้าท่าทางเก่ง เห็นน้องสาวไม่อยากพูดก็ไม่บังคับ แต่เชื่อว่าในใจน่าจะพอคาดเดาได้แต่แรก
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ในฉางอัน เผยเสวี่ยชิงพยายามสืบเรื่องของหยวนเช่ออยู่หลายครั้ง ซ้ำยังป่วยหนักหลังจากหยวนเช่อหมั้นหมาย เมื่อหยวนเช่อออกเดินทางมาเหอซี เผยเสวี่ยชิงก็เดินทางตามมาติดๆ คราวก่อนที่มาหาหยวนเช่อนางยังร้องไห้จนตาบวมกลับไป…เผยจื่อซ่งต้องคิดเป็นแน่ว่าน้องสาวรักหยวนเช่ออย่างลึกล้ำ ลึกล้ำจนถึงขั้นรู้อยู่เต็มอกว่าอีกฝ่ายมีคู่หมั้นแล้วก็ยังไม่ยอมตัดใจ
แต่ตอนนี้ได้เห็นพวกนางสองคนมีความสัมพันธ์เช่นนี้ ซ้ำยังสนิทสนมกันดี ความรู้สึกต่างๆ ในใจคงตีกันวุ่นวายไปหมด
เจียงจื้ออีเอ่ยกับเขาว่า “คุณชายเผยไม่ต้องเป็นห่วง ก่อนหน้านี้ข้ากับพี่เสวี่ยชิงมีเหตุให้เข้าใจผิดกันเล็กน้อย แต่เวลานี้ปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว”
เผยเสวี่ยชิงพยักหน้าให้พี่ชายบ้าง “ใช่แล้วเจ้าค่ะพี่ชาย น้องจื้ออีดีกับข้ายิ่งนัก ท่านอย่าได้คิดมากเลย”
เผยจื่อซ่งคลี่ยิ้มให้ทั้งคู่อย่างอ่อนโยน ได้ยินพวกนางเรียกกันเป็นพี่เป็นน้องแล้วความรู้สึกในแววตาก็ยิ่งซับซ้อนกว่าเดิม
เจียงจื้ออีกับเผยเสวี่ยชิงเดินคล้องแขนกันไปตามถนนสายยาว ทันใดนั้นเสียงกลองกล่องไม้และเสียงพิณพระจันทร์ตลอดจนเสียงร้องเอื้อนยาวพลันดังมาเข้าหู พอมองไปข้างหน้าก็เห็นว่าทางนั้นมีคนกลุ้มรุมแน่นขนัด กลางกลุ่มคนคือคณะงิ้วที่กำลังทำการแสดง บังเอิญยิ่งนักที่ร้องงิ้วฉางอันพอดี