ไต้อ๋องเซียนจิ้งจอกเบือนหน้ากลับมาโปรยยิ้มให้เฟิงจง “แม่นางน้อย หากเจ้ารับปากจะเลี้ยงดูข้า ข้าก็จะไปช่วยเจ้าหาหุ่นเวทกลับคืนมา…เป็นอย่างไร”
เฟิงจงมองพิจารณาเขารอบหนึ่งตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า “อาศัยอะไรให้ข้าเชื่อถือเจ้า”
“ก็อาศัยที่ฝีมือเจ้าสู้ข้าไต้อ๋องไม่ได้อย่างไรเล่า เจ้าไม่มีตัวเลือกอื่นแล้วล่ะ”
มีเหตุผลจริงเสียด้วย เฟิงจงลอบขุ่นเคืองอยู่ในใจ ขณะที่มือชี้ไปยังหลิ่วเซิง “ในเมื่อทุกคำของเขาล้วนไม่ยอมรับว่าเคยเห็นหุ่นเวทของข้า แล้วเจ้ากล้าลั่นวาจาว่าสามารถหาพบได้อย่างไร”
ไต้อ๋องเซียนจิ้งจอกลูบเส้นผมสีเงินที่ริมจอนของตนเอง “คำพูดเหล่านั้นของเขาหลอกผู้อื่นยังพอว่า ไหนเลยจะหลอกข้าไต้อ๋องได้ คาดว่าหุ่นเวทของเจ้าคงไม่พ้นถูกเอาไปขายทิ้งแล้วน่ะสิ”
หลิ่วเซิงตะลึงงัน “ไต้อ๋อง ท่านรู้แล้ว?”
ไต้อ๋องเซียนจิ้งจอกพลิกมือตบศีรษะลูกสมุนของตนเองไปอีกหนึ่งฉาด “เจ้าขายไปจริงหรือนี่! ข้าไต้อ๋องทำให้เจ้ายากไร้นักหรือ”
หลิ่วเซิงไม่คิดว่าผู้เป็นนายถึงกับหลอกเพื่อล้วงคำพูดของตนเองเช่นนี้ ถึงตอนนี้แม้เขาอยากจะร้องไห้ก็ไร้น้ำตาแล้ว “ไต้อ๋อง ท่านไม่อยู่ครั้งหนึ่งก็สิบวันครึ่งเดือน ข้าน้อยก็ต้องมีของไปแลกพวกโอสถวิเศษเอย อาวุธเทพเอย เพื่อมาเพิ่มพูนตบะกับพิทักษ์ยอดเขาบ้างสิขอรับ”
เฟิงจงโกรธจัด “นี่เจ้าถึงกับเอาเทพผู้หนึ่งไปขาย?”
หลิ่วเซิงแค่นเสียงฮึ “เทพอะไรกัน ก็แค่ร่างกลวงๆ เท่านั้นจะไปมีประโยชน์อะไร”
ไต้อ๋องเซียนจิ้งจอกฟาดซ้ำจุดเดิมอีกหนึ่งฝ่ามือ “เช่นนั้นเจ้าก็เอาข้าไต้อ๋องไปขายด้วยเสียเลยสิ!”
“ไต้อ๋องกล่าวหนักไปแล้วขอรับ ข้าน้อยไหนเลยจะกล้า!” หลิ่วเซิงหน้ามุ่ยพลางกระถดถอยไปไกลยิ่งกว่าเดิม
ไต้อ๋องเซียนจิ้งจอกกระแอมแห้งๆ ก่อนมองไปทางเฟิงจง “ว่าอย่างไร จะรับเลี้ยงข้าหรือไม่ หากรับเลี้ยง ข้าจะให้เขาพาเจ้ากับข้าไปไถ่ถอนหุ่นเวทของเจ้าคืนมาทันที”
ขณะที่เฟิงจงคิดคำนวณอยู่เงียบๆ ยังไม่ทันได้เอ่ยปากก็ได้ยินเสียงโครมดังขึ้นที่ประตูศิลา ครั้นหันหน้าไปมองก็พบว่าประตูถ้ำแหลกกระจุย เงาสีแดงสายหนึ่งพุ่งปราดเข้ามาแล้ว
หลิ่วเซิงร้องเสียงหลงทันทีที่เห็นผู้มาเยือน เหล่าปีศาจภูเขาต่างก็กรูกันมาห้อมล้อมอีกฝ่ายไว้ แต่ละตนแตกตื่นราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่ร้ายกาจ
“เจ้าก็คือผู้ที่ยึดครองเขาละแวกนี้? ไต้อ๋องถูซานปาฟางอะไรนั่นสินะ” ฟางจวินเยี่ยชักกระบี่ยาวออกจากแกนม้วนภาพบนแผ่นหลัง ก่อนมองไต้อ๋องเซียนจิ้งจอกด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก
ไต้อ๋องเซียนจิ้งจอกยกมือเป็นความหมายให้บรรดาลูกสมุนถอยหลังไป จากนั้นแค่นหัวเราะเสียงเย็นชา “โจรกระจอกจากที่ใดกัน กระทั่งยังไม่รู้นามของข้าไต้อ๋องก็กล้าบังอาจมาก่อเรื่องแล้ว ปาฟางอะไรของเจ้า ข้าไต้อ๋องมีนามว่าถูซานสือฟาง!”
เฟิงจงในใจกระตุกวูบ…ตระกูลถูซาน?
หลิ่วเซิงที่ตัวสั่นขยับมาฟ้อง “ไต้อ๋อง นี่ก็คือเจ้าหนูชุดแดงที่ข้าน้อยเคยบอกท่านขอรับ”
“อ้อ…” ถูซานสือฟางมองเหยียดด้วยหางตา “คิดจะมาชิงคนหรือชิงพื้นที่เล่า”
ฟางจวินเยี่ยควงกระบี่หนึ่งรอบแล้วปรายตามองเฟิงจงปราดหนึ่ง “มานี่ สายลมน้อย”
“ข้าเคยบอกแล้วว่าข้าชื่อเฟิงจง” เดิมทีเฟิงจงนึกว่าเขาหัดเอาอย่างซีกวงที่เรียกนางว่าเมล็ดพันธุ์น้อย แต่แท้ที่จริงเขาจดจำนามของผู้อื่นไม่ได้เลยต่างหาก!
หนำซ้ำเขาก็ไม่ได้รู้สึกตัวเลยสักนิด